Variety Update :

กรณ์ จาติกวณิชและพรรคกล้า ย้ำจุดยืนสนับสนุนความเท่าเทียม ความหลากหลายทางเพศ



พรรคกล้า ร่วมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจของความหลากหลายทางเพศ ย้ำจุดยืนสนับสนุนความเท่าเทียม พร้อมสู้เพื่อสิทธิพื้นฐานของคนไทยทุกคน เปิดยุทธศาสตร์เรนโบว์ อีโคโนมี่  ดึงรายได้ 1.5 ล้านล้าน เข้าประเทศ คิดเป็น 10% ของจีดีพี

ขณะที่ทั่วโลก ร่วมฉลอง Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของความหลากหลายทางเพศ ภาพผู้นำหลาประเทศร่วมเฉลิมฉลองกับพวกเขาถูกตีแผ่ผ่านสื่อมวลชนอย่างแพร่หลาย ในส่วนของประเทศไทยในส่วนของพรรค “กล้า” ซึ่งเป็นพรรคของประชาชนในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้านั้น ได้ขับเคลื่อนและสนับเรื่องนี้มาโดยตลอด ด้วยเล็งเห็นว่า กลุ่ม LGBTQ นั้น เป็นกลุ่มใหญ่ที่มีศักยภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงินมหาศาลถึงแสนล้านล้านทั่วโลก

โดยในวันนี้ 20 มิถุนายน 2563 เพจกล้า และเพจของ กรณ์ จาติกวณิช ได้โพสต์ข้อความเพื่อร่วมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจของความหลากหลายทางเพศ โดยระบุว่า เมื่อ LGBTQ+ พลิกประเด็นสร้างโอกาสเรื่องปากท้องแก่คนไทยอย่างมหาศาล ยุทธศาสตร์ Rainbow Economy หนึ่งในโอกาสสร้างรายได้ของของเศรษฐกิจไทยสร้างสรรค์ สีสันที่หลากหลายคือเสน่ห์ของความเป็นไทย ความกลมกลืนที่ลงตัวคือจุดเด่นของคนไทย เพราะเราเชื่อว่าความหลากหลายคือ ที่มาของความคิดสร้างสรรค์ พรรคกล้า เป็นพรรคการเมืองที่มุ่งทำงานด้วยความสร้างสรรค์ มีวิถีการทำงานแบบสตาร์ทอัพ ด้วยหลักปฏิบัตินิยม ลงมือทำจริง กล้าลุยไม่กลัวล้ม และที่สำคัญคือการมีความยืดหยุ่น รับฟัง และพร้อมเดินหน้าไปด้วยการยึดมั่นของผลประโยชน์ของส่วนรวม

“เราพร้อมสู้เพื่อสิทธิพื้นฐานของคนไทยทุกคน ประเด็นทางกฎหมายต่างๆ ที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเรื่อยมาเราพร้อมผลักดัน “บุคคลสองคน” ที่เป็นคู่ชีวิตกัน ควรมีสิทธิในการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์เท่าเทียมกับคู่สมรส ไม่ว่าจะเป็น 1.สวัสดิการ 2.สิทธิในการรักษาพยาบาล 3.การทำนิติกรรมสัญญา 4.การกู้ร่วม 5.การรับสิทธิเงินประกัน 6.การรับมรดก 7.สิทธิที่เกี่ยวกับประเด็นภาษี และรวมถึงสิทธิอื่นๆ ที่เป็นประเด็นเรียกร้องพื้นฐานทั้งหลาย” หัวหน้าพรรคกล้า ระบุ




นอกจากนี้ กรณ์ ยังได้ให้คำมั่นที่จะเพิ่มศักยภาพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่ม LGBTQ+ ของไทย โดยการชูยุทธศาสตร์เปิดตลาด การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน เพื่อสร้าง Rainbow Economy สร้างสภาพทางเศรษฐกิจให้เอื้อต่อตลาดกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อสร้างโอกาสเรื่องปากท้องตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่จะทำให้เกิดความยอมรับทั้งในเรื่องของสิทธิ ควบคู่ไปกับโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย

กรณ์ กล่าวว่า จากข้อมูลทางเศรษฐกิจพบว่า Rainbow Economy ที่ว่านี้มีเม็ดเงินทั้งโลกรวมกันอยู่ที่ 5 ล้านล้านดอลลาร์หรือ 150 ล้านล้านบาท ประเมินว่า 20% ของเม็ดเงินนี้คือเงินที่กลุ่ม LGBTQ+ ใช้ท่องเที่ยว ประเทศไทยของเราพร้อมทุกด้าน เป็น Playground ที่มีความเป็นมิตร มีชื่อเสียง มีความพร้อม มีศักยภาพและที่สำคัญมีความเป็นเจ้าบ้านที่ดีที่สุดที่จะรองรับได้มากกว่าเดิม 5% ของเงินก้อนนี้ จะทำให้คนไทยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม LGBTQ+ ในไทยมีโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากก้อนเงินกว่า 1.5 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนสูงถึงเกือบ 10% ของ GDP และยังขยายผลสู่ช่องทางและโอกาสของคนไทยทุกกลุ่มอีกด้วย

“เราจึงต้องวางยุทธศาสตร์ที่ดีในด้านนี้เชื่อมโยงกัน พรรคกล้ามียุทธศาสตร์หลัก คือ Soft Power ซึ่ง Rainbow Economy คือส่วนสำคัญในเรื่องนี้ เชื่อมโยงกับอีกหลายๆ ด้านที่ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม LGBTQ+ โดยตรงไม่ว่าจะเป็น 1. Creative Entertainment Industry, 2.การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว (Tourism) 3. การเป็นสถานที่จัดงาน Event ระดับโลก 4.ธุรกิจและบริการเรื่อง Wellness ไม่ว่าจะเป็น Spa หรือ Medical Hub รวมไปถึงความพร้อมในการต้อนรับ การให้บริการ และความเป็นมิตรต่อชาว LGBTQ+ เป็นคนไทยที่มีความหลากหลาย มีความรื่นเริง มีความสนุก จนมองไม่เห็นข้อด้อยว่า ถ้าประเทศไทยเรามีพรรคการเมือง ที่ชูแผน Soft Power และเรื่องของ Rainbow Economy เป็นแผนนโยบายที่นำไปสู่การปฏิบัติแบบเป็นรูปธรรมทั้งในเรื่องสิทธิควบคู่ไปกับโอกาสทางเศรษฐกิจแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” กรณ์ กล่าวพร้อมร่วมเชิญชวนพรรคการเมืองไทยอื่นๆ ฉลองความสำคัญของ Pride Month



 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: