Variety Update :

สหราชอาณาจักรเตรียมใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเต็มรูปแบบ

      โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าของบริษัทแดรกซ์ในมณฑลยอร์กเชียร์หันมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellets) แทน


สหราชอาณาจักรเตรียมใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเต็มรูปแบบ

เป็นเวลา 2 เดือนเต็มแล้วที่สหราชอาณาจักรไม่ได้พึ่งการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน หลังวิกฤตไวรัสโคโรนาพันธุ์สายพันธุ์ใหม่เป็นปัจจัยของการเปลี่ยนแปลงนี้ เนื่องจากทศวรรษที่แล้ว สหราชอาณาจักรพึ่งการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินถึง 40%

เมื่อเริ่มมีมาตรการล็อกดาวน์ ความต้องการใช้ไฟฟ้าก็ลดลงด้วย และ National Grid บริษัทที่ทำหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้าของอังกฤษก็ตัดสินใจที่จะเลิกพึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยมีการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เหลืออยู่ 4 แห่ง และหลังจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งสุดท้ายปิดทำการเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก็ไม่มีการใช้ถ่านหินเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าอีกเลย ทำลายสถิติเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ที่ไม่พึ่งถ่านหินเป็นเวลา 18 วัน 6 ชม. และ 10 นาที

แม้ว่าตัวเลขนี้จะไม่รวมถึงไอร์แลนด์เหนือ แต่ก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาพลังงานในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเกิดขึ้นรวดเร็วแค่ไหน

ถ่านหินเคยเป็นแหล่งพลังงานหลัก แต่การลงทุนมหาศาลกับโครงการพลังงานหมุนเวียนในช่วงสิบปีที่ผ่านมาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

ทศวรรษที่แล้ว เพียง 3% ของพลังงานไฟฟ้าในประเทศมาจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ ซึ่งคนมองกันตอนนั้นว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย แต่ตอนนี้สหราชอาณาจักรมีอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าจากกระแสลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก และฟาร์มผลิตไฟฟ้าจากกระแสลมที่ใหญ่ที่สุดก็เพิ่งสร้างเสร็จบริเวณนอกชายฝั่งมณฑลยอร์กเชียร์เมื่อปีที่แล้ว


ขณะเดียวกัน แดรกซ์ (Drax) ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งผลิตไฟฟ้าคิดเป็น 5% ของทั้งหมด ก็กำลังเปลี่ยนวิธีการผลิตเช่นกัน

เมื่อทศวรรษที่แล้ว แดรกซ์เริ่มหันมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellets) แทน และวางแผนจะเลิกใช้ถ่านหินโดยสิ้นเชิงภายใน มี.ค. ปีหน้า

วิล การ์ดิเนอร์ ประธานบริหารบริษัทแดรกซ์บอกว่า จากที่เคยต้องปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ปีละกว่า 20 ตัน ตอนนี้แทบไม่มีแล้ว

อย่างไรก็ดี นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมบอกว่าจริง ๆ แล้วไม้สร้างคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าถ่านหินเสียอีกเวลานำไปผลิตกระแสไฟฟ้า

ไม่ใช่แค่ถ่านหินเท่านั้น ที่ถูกพลังงานหมุนเวียนแซงหน้า ตั้งแต่ต้นปีมานี้ มีการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากกว่าเชื้อเพลงฟอสซิลทุกชนิดรวมกัน

จากข้อมูลโดยวารสารสิ่งแวดล้อมคาร์บอน บรีฟ (Carbon Brief) ตั้งแต่ต้นปี พลังงานไฟฟ้ามาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 37% เชื้อเพลิงฟอสซิล 35% พลังงานนิวเคลียร์ 18% และราว 10% จากการนำเข้า

ภายใน 5 ปี โรงงานไฟฟ้าถ่านหินที่เหลืออยู่สามแห่งจะปิดตัวลง และแหล่งพลังงานซึ่งขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมในสหราชอาณาจักรมาเกือบสองศตวรรษก็จะกลายเป็นเรื่องของอดีต


ที่มา  BBC Thai


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: