Variety Update :

ThaiPBS จัดงาน การเดินทางของความรัก สารคดีถ้ำหลวงฯ The Journey of Love


คนดังถ้ำหลวงตบเท้าร่วมงาน “การเดินทางของความรัก สารคดีถ้ำหลวงฯ” แน่นไทยพีบีเอส ผู้บริหารเผยพร้อมดันโกอินเตอร์ เตรียมนำเสนอบนเวทีสื่อสาธารณะนานาชาติอวดสายตาชาวโลก

คนดังถ้ำหลวงตบเท้าร่วมงาน “การเดินทางของความรัก สารคดีถ้ำหลวง : The Journey of Love” แน่นไทยพีบีเอส ด้านผู้บริหารเผยพร้อมดันเป็นสารคดีพรีเมียมโกอินเตอร์ เตรียมนำเสนอบนเวทีนานาชาติอวดสายตาชาวโลก พร้อมสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์บริการสาธารณะ หวังเป็นแหล่งอ้างอิงเชิงเนื้อหาและประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท) หรือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ถ.วิภาวดีรังสิต จัดงาน “การเดินทางของความรัก สารคดีถ้ำหลวง : The Journey of Love” เพื่อเป็นการขอบคุณบุคคลในปฏิบัติการกู้ภัยถ้ำหลวง บุคคลผู้เกี่ยวข้องในสารคดีถ้ำหลวง ชุดสูญ, หา, เจอ, รอด, ฟื้น ขอบคุณพนักงานไทยพีบีเอสผู้ทุ่มเทแรงใจทำงานจนได้รับเสียงตอบรับและเสียงชื่นชมจากสาธารณชน และขอบคุณประชาชนคนไทยที่ร่วมเป็นกำลังใจและติดตามรับชม ส่งผลให้สารคดีถ้ำหลวงทั้ง 5 ตอน มียอดผู้ชมย้อนหลังสูงสุดเป็นประวัติการณ์


โดยในงาน “การเดินทางของความรัก สารคดีถ้ำหลวง : The Journey of Love” มีบุคคลสำคัญในปฏิบัติการถ้ำหลวงมาร่วมงาน อาทิ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, มิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ, มิสเตอร์โจซัว เดวิด มอร์ริส นักปีนผาชาวอเมริกันและครอบครัว, นายสุรทิน ชัยชมภู นายกสมาคมน้ำบาดาลไทย, นายกมล คุณงามความดี อดีตเจ้าหน้าที่อุทยานฯ, นายเพชร พรหมเมือง อดีตเจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ, ทีมเก็บรังนกเกาะลิบง จ.ตรัง ผู้สำรวจหาโพรงเหนือถ้ำหลวง,รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เดินหน้าเจาะภูเขาหวังช่วยชีวิตหมูป่าจากด้านบนเขา, โซเฟีย ไทยอนันต์ สตรีมุสลิมผู้นำอาหารฮาลาลมาสู่ถ้ำหลวง, รวินท์มาศ ลือเลิศ สาวซักผ้าจิตอาสา ผู้ที่มารับหน้าที่ดูแลคนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง, ชัยพร ศิริไพรบูลย์ นักธรณีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำ, ปริญญา ผลบุตร นักธรณีวิทยา บ.เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และ      สายกลาง จินดาสุ ผู้แต่งเพลง “จุดรวมแสง”


นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ทุกครั้งที่คนไทยได้ชมสารคดีถ้ำหลวง โดยในสารคดีชิ้นนี้จะดึงความรู้สึกของทุกคนให้ย้อนกลับไปในเหตุการณ์ ให้มีความรู้สึกลุ้นระทึกและหัวใจพองโตกันทั้งโลก ซึ่งความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยบนโลกนี้ จากเหตุการณ์ที่คิดว่าอาจจบด้วยโศกอนาฏกรรมแต่ท้ายที่สุดจบได้อย่างสวยงาม เราไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน โลกไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แม้แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญที่สุดก็บอกว่าไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน จึงเป็นช่วงเวลาครั้งหนึ่งในชีวิตที่เห็นว่าทุกคนเต็มใจ ความเต็มใจนั้นเองทำให้เกิดความอิ่มใจ ความอิ่มใจทำให้เกิดความประทับใจ นี่คือสาเหตุที่ทำให้ไม่ว่าจะดูสารคดีถ้ำหลวงอีกกี่ครั้ง หรือย้อนกลับมาดูเมื่อผ่านไปอีกกี่ปีก็จะยังรู้สึกอิ่มใจ เพราะสารคดีถ้ำหลวงนี้จะเป็นสิ่งที่ยืนยันให้เห็นว่าโลกทั้งใบเป็นหนึ่งเดียว โลกทั้งใบทำทุกอย่างด้วยความรัก ไม่ถามอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ซึ่งทั้งหมดไทยพีบีเอสถ่ายทอดออกมาได้ค่อนข้างดี มีการนำเรื่องราวซับซ้อนหลายมิติ มารวมกันแล้วค่อย ๆ เล่า แล้วค่อย ๆ ฉีกออกมาเป็นเรื่อง ๆ และรวมกลับ เข้าไปใหม่ในแต่ละช่วง สารคดีถ้ำหลวงจึงเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดชม และใครที่ได้ชมแล้วก็จะรับรู้ได้ว่านี่คือการบันทึกประวัติศาสตร์

นายพิภพ พาณิชภักษ์ รองผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) กล่าวว่า แม้เหตุการณ์ที่โค้ชและทีมนักฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมีทั้ง 13 คนซึ่งติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายจะผ่านมานานหลายเดือน แต่ยังอยู่ในความทรงจำของคนไทยและคนทั่วโลก  มิลืมเลือน เป็นเพราะโลกแห่งข้อมูลข่าวสารใบนี้แห้งแล้งซึ่งข่าวที่มีผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบของพลังบวก ที่สื่อให้เห็นถึงความรักและความสามัคคี ซึ่งเหตุการณ์ถ้ำหลวงนี้ถือเป็น “ปรากฏการณ์” ที่มีการร่วมกันของพลัง การรวมกันของความหวังซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วไปโหยหา แบบไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติหรือศาสนาใด ๆ


เพื่อคงรักษาความหวังและบันทึกเหตุการณ์ที่น่าประทับใจครั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสจึงผลิต “สารคดีถ้ำหลวง” ออกมาสู่สายตาประชาชน เพราะการจัดทำสื่อในรูปแบบสารคดีจะสามารถเก็บหลักฐานทั้งภาพ เสียง และบทสัมภาษณ์จากบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงข้อมูลต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งความแตกต่างของสารคดีถ้ำหลวงนั้น อยู่ที่ความสมัครสมานสามัคคีช่วยกันของมวลมนุษยชาติ และจบภารกิจอย่างปลอดภัย สถานการณ์ในครั้งนี้จึงเป็นพลังบวกที่ทำให้ทุกคนได้ “ออกจากถ้ำของตัวเอง” และยังทำให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น


รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. เผยต่อด้วยว่า นอกจากสารคดีถ้ำหลวง ความยาว 5 ตอนที่ออกอากาศไปแล้วเมื่อเดือนมกราคม สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสยังมีแผนต่อยอดสารคดีไปใช้ในเป้าหมายอื่น (Repurposing) ด้วย เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ถ้ำหลวงอีกมาก จากการลงพื้นที่บันทึกเทปถ่ายทำกว่า 1,000 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่ากับการทุ่มเทแรงใจของทีมงานไทยพีบีเอส โดยแรกสุดไทยพีบีเอสจะนำสารคดีทั้ง 5 ตอนนี้ไปออกอากาศในสื่อสาธารณะในประเทศอื่น ๆ ต่อมาจะผลิตเป็นภาพยนตร์ความยาว 90 นาทีเพื่อนำไปฉายในนิทรรศการและโรงภาพยนตร์ต่าง ๆ และอีกสิ่งที่ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญมาก คือ การจัดทำข้อมูลแปลงเป็นสื่อเสียง เป็น Broadcast ที่นำเอาบทสัมภาษณ์ดี ๆ จากคนในเหตุการณ์กว่า 50 คนมาเผยแพร่ และที่สำคัญที่สุดคือจะจัดทำเป็น จดหมายเหตุถ้ำหลวงแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Archive) เพื่อให้คนในอนาคตที่อยากค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับถ้ำหลวงในตอนนั้นได้มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ สำหรับการศึกษาต่อไป


“เราสัมภาษณ์คนในปฏิบัติการและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มาประมาณ 50-60 คน คนละ 3-4 ชั่วโมง ด้วยหลักการสัมภาณ์แบบมานุษวิทยา เราไม่ได้สัมภาณ์แบบสื่อที่ต้องการแค่วรรคทอง หรือคำคม แต่สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ทั้งหมด เราจึงมั่นใจว่าหากแปลงมาเป็นสื่อเสียงสะท้อนออกไปให้คนรับฟังได้คงจะเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอด และอีกส่วนหนึ่งที่ตั้งมั่นว่าจะทำให้เกิดขึ้น คือการทำจดหมายเหตุอิเล็กทรอนิกส์ ให้ร้อยปีจากทุกวันนี้คนยังสามารถกลับมาย้อนอารมณ์ความรู้สึกแบบวันที่เกิดเหตุการณ์ ซึ่งนอกจากจะจัดเก็บอย่างเป็นระบบแบบ Full HD แล้ว จะยังทำระบบสืบค้นให้ทันสมัยให้ง่ายต่อการสืบค้น เพราะไทยพีบีเอสหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแหล่งอ้างอิงให้กับนักประวัติศาสตร์ในอนาคตได้ และในช่วงเดือนพฤษภาคมมราจะถึงนี้ จะมีการจัดเวทีนานาชาติที่เรียกว่า INPUT CONFERENCE ที่เป็นการรวมกันของสื่อสาธารณะหลายประเทศทั่วโลก ที่จะมองรายการต่างๆ ที่มีในสื่อสารธารณะแต่ละประเทศ ซึ่งไทยพีบีเอสเองจะนำสารคดีถ้ำหลวง ตอน สูญ หา เจอ รอด ฟื้น บรรจุเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอเพื่ออวดสายตาชาวโลกด้วย”


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: