Variety Update :

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ รวบรวมผลงานหัตถกรรมจัดงาน ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี



ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ รวบรวมผลงานหัตถกรรมจัดงาน ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี”เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมรวบรวมผลงานหัตถกรรมของกลุ่มชนเผ่าและชาติพันธุ์กว่า 20 กลุ่มในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26-29 กรกฎาคมนี้ ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา



ในงานแถลงข่าวได้ “น้องมอส น้ำอ้อย ชนะพาล” Miss Grand Thailand  2018 คนล่าสุด และรองทั้ง 4 อันดับ  คือรองอันดับ 1 จุ๊กจิ๊ก-จิรัชยา มิสแกรนด์ นครปฐม,  รองอันดับ 2 อิ๊ง-อิงชนก มิสแกรนด์ สกลนคร , รองอันดับ 3 บิว-นันทภัค มิสแกรนด์ บุรีรัมย์ และรองอันดับ 4 ตังเม-เมธาวี มิสแกรนด์ สระแก้ว ที่มาร่วมการแสดงแฟชั่นโชว์ชุดผ้าไทยที่สะท้อนอัตลักษณ์ของกลุ่มชนเผ่าและชาติพันธุ์อันงดงาม ในชื่อชุด ‘Mixed and Match’ Design by TUBE GALLERY ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์สุดอลังการครั้งแรกหลังได้รับตำแหน่งของพวกเธอ ที่เรียกเสียงฮือฮาและแสงแฟลชจากสื่อมวลชนได้อย่างล้นหลาม

โดยงานนี้นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า SACICT ในฐานะหน่วยงานของรัฐ  มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ตลอดจนขยายโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรมของไทย ได้กำหนดให้มีการจัดงาน “ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ พร้อมเผยแพร่พระราชกรณียกิจต่างๆ ของทั้งสองพระองค์ที่แสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร รวมถึงกลุ่มชนเผ่าและชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล จึงพระราชทานอาชีพเสริมด้านศิลปหัตถกรรมให้แก่กลุ่มชนเผ่าและชาติพันธุ์ ก่อเกิดเป็นรายได้ที่เพิ่มพูนขึ้นความเป็นอยู่ดีขึ้นมาเป็นลำดับ



นางอัมพวันฯ กล่าวเสริมว่า ในประเทศไทยมีกลุ่มชนเผ่าหรือกลุ่มชาติพันธุ์มากมายหลายกลุ่มหลาย เชื้อชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่กระจัดกระจายในหลายจังหวัดในแทบทุกภูมิภาค เช่น กะเหรี่ยง ม้ง เย้า ลีซู ลาหู่ อาข่า ลั๊วะ และ “กลุ่มชาติพันธุ์พื้นที่ราบ” เช่น  มอญ  ไทยลื้อ ไทยทรงดำ ไทยใหญ่ ไทยเขิน ไทยยวน ภูไท ไทพวน ลาวครั่ง  นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่ดำรงชีวิตอยู่กับทะเล ประกอบอาชีพด้านประมงเป็นหลักหรือที่รู้จักกันว่า “ชาวเล” เช่น  มอแกน อูรักละโว้ย

ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในป่ามีชีวิตผูกพันอยู่กับป่า ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า เช่น มลาบรี (ตองเหลือง) ซาไก ทำให้วิถีชีวิตและจารีตประเพณีของกลุ่มชนเผ่า หรือกลุ่มชาติพันธุ์ก็มีความหลากหลาย มีวัฒนธรรมประเพณีและภาษาของตนเอง ทั้งอาจมีความคล้ายคลึง หรือแตกต่างกันไปโดยสภาพเศรษฐกิจ สังคม ประเพณีวัฒนธรรม และการยึดถือความเชื่อตามประเพณีของตน แต่ก็จะมีความสามารถพิเศษเฉพาะที่ติดตัวที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยเฉพาะด้านศิลปหัตกรรม และงานช่างฝีมือ เช่น การทอผ้า เย็บผ้า ปักผ้า การตีเหล็ก เป็นต้น



ซึ่งการจัดงาน “ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี” ในครั้งนี้ได้แบ่งการจัดกิจกรรมออกเป็น 3 ส่วนคือ

1. ส่วนนิทรรศการที่จัดแสดงพระราชกรณียกิจในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรกลุ่มชนเผ่า (ชาวไทภูเขา) และชาติพันธุ์ในภูมิภาคต่างๆ ในพื้นที่สูงและชนบททุรกันดาร พร้อมรวบรวมผลงานศิลปหัตถกรรมของกลุ่มชนเผ่าและชาติพันธุ์กว่า 20 กลุ่ม ในประเทศไทยมาแสดง




2. การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ผลงาน (Workshop) เช่น การปักผ้า - เย็บผ้าแบบชนเผ่าม้ง / ชนเผ่ามูเซอ / ชนเผ่าเย้า ฯลฯ

และ 3. การจำหน่ายผลงานศิลปหัตถกรรมที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเอกลักษณ์ชนเผ่าและชาติพันธุ์ กว่า 100 คูหา  เช่น ผ้าทอ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ผลงานที่สร้างสรรค์เครื่องประดับ เครื่องตกแต่งร่างกาย ฯลฯ
      



ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงาน “ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี” ได้ระหว่างวันที่ 26-29 กรกฎาคม 2561 ระหว่างเวลา 10.00-19.00น. และในส่วนของนิทรรศการเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม - 13 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อำเภอบางไทร จังหวัด พระนครศรีอยุธยา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1289 , www.sacict.or.th , www.facebook.com/sacict





บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: