Variety Update :

ช้อป ชิมสินค้าออแกนิกปลอดสารและของดีท้องถิ่นที่ตลาดชุมชนเซ็นทรัล



กลับมาอีกครั้ง! กับงานที่ทุกคนเฝ้ารอ “ตลาดชุมชนเซ็นทรัล” ครั้งที่ 7 ศูนย์รวมสินค้าชุมชนสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง ยกของดีของเด็ดจากเกษตรกรทั่วไทย มาให้ช้อปกันอย่างจุใจในราคาเบาๆ

กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนคนไทยอุดหนุนสินค้าคุณภาพจากชุมชนทั่วประเทศ ในงาน “ตลาดชุมชนเซ็นทรัล” ปีที่ 7 รวบรวมสินค้าออแกนิกปลอดสาร และของดีท้องถิ่นกว่า 2,000 รายการ มาให้ช้อปกันอย่างจุใจ กับ 8 โซนสินค้าสุดชิคที่จะทำให้คุณอิ่มท้อง อิ่มใจ และอิ่มบุญ พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวบ้านจากชุมชนต้นแบบอย่างใกล้ชิด และชมการสาธิตสินค้าชุมชนที่น่าสนใจจากชาวบ้านท้องถิ่น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  ย่านเซ็นทรัลแบงค็อก ตั้งแต่วันที่ 13-17 มิถุนายนนี้

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลได้จัดงาน ตลาดชุมชนเซ็นทรัล ต่อเนื่องมาเป็นที่ 7 ภายใต้โครงการสินค้าชุมชนของเรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเซ็นทรัลอาสาพัฒนาชุมชน มีเป้าหมายที่จะสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับชาวบ้านและเกษตรกรไทย โดยเราได้เข้าไปพัฒนาชุมชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการให้ความรู้ด้านวิชาการ และวิชาชีพ การสนับสนุนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ทั้งโรงแปรรูปถนอมอาหาร โรงคัดบรรจุมาตรฐาน และอาคารโกดังเก็บสินค้า เพื่อขยายกำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงสนับสนุนกลยุทธ์การตลาด และช่องทางการจัดจำหน่าย ได้แก่ สินค้ากลุ่มอาหารแปรรูป, กลุ่มผักผลไม้อินทรีย์,  กลุ่มสุขภาพและความงาม, สินค้า GI จำหน่ายใน เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ และสินค้ากลุ่มเครื่องใช้และของประดับตกแต่ง จำหน่ายใน ไทวัสดุ ซึ่งตลอด 7 ปี  ที่ดำเนินโครงการสินค้าชุมชนของเรา กลุ่มเซ็นทรัลได้ช่วยเหลือชุมชนไปแล้วทั้งสิ้น 140 ชุมชน 49 จังหวัด มีผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการกว่า 2,000 รายการ  และสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนไปแล้วรวมกว่า 954 ล้านบาท”  ไม่เพียงช่วยเหลือชุมชน กลุ่มเซ็นทรัลยังมีความตั้งใจที่จะให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายสินค้าที่ดีมีคุณภาพ และได้อุดหนุนชุมชนไทยไปพร้อมกัน จึงได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดงาน  “ตลาดชุมชนเซ็นทรัล ประจำปี 2561” ที่ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับบูธสินค้าจากชุมชนที่เดินทางไกลมาจำหน่ายด้วยตนเองกว่า 60 บูธ จาก 50 ชุมชน ทั้งกลุ่มอาหารสด-แห้ง, กลุ่มผักผลไม้,  กลุ่มเครื่องใช้-ของประดับ

ในงานแบ่งออกเป็น 8 โซนสินค้า ที่น่าสนใจ ดังนี้ โซนอาหารสด ออแกนิกสุดคลีน, โซนอร่อยทั่วถิ่น เต็มอิ่มทั้งคาวหวาน, โซนผ้าไทย ดังไกลทั่วโลก, โซนต้นไม้นานาพันธุ์ Green is all around, โซนสินค้าสร้างสรรค์ Trendy Gadget, โซนของเด่น ของดัง กระหน่ำโซเชียล, โซนของดีหายาก และ โซนคนใจบุญ และ ความพิเศษในปีนี้ที่เพิ่มขึ้นมา คือ ข้าวฮิปโป ข้าวก่ำดอย ปลูกโดยชาวม้งที่ท่าวังผา จ.น่าน ผ่านโรงสีพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช



กระหน่ำช้อปหนักมาก เพราะเพียงวันแรกที่เปิดงานด้านเซเลบทั้งสี่คน ณัฎฐิ์ประภา –ณัฏฐกรณ์ ชุณหะวัณ, ศิรประภา สกุลรัตน์ และ ศิริภา อินทวิเชียร ก็ไม่พลาดจะมาเลือกของดีมีคุณภาพกลับบ้านอีกด้วย ทั้งนี้ผู้บริโภคจะได้ช้อป ชิมสินค้าคุณภาพ ออแกนิก ปลอดภัย และหาทานยากแล้ว ยังมีโอกาสได้ใกล้ชิด และสัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด พร้อมชมสาธิตวิธีการผลิตและการใช้งานสินค้าชุมชนต่างๆ บนเวทีทุกวัน อาทิ โคโคเน่น้ำมันมะพร้าว, เซนต์บิวตี้คอสเมติก,น้ำหมากเม่า, ยางนา, ปิ่นเพชร ข้าวสังข์หยดพัทลุง เป็นต้น

โดยงานตลาดชุมชนเซ็นทรัลจะจัดขึ้นทั้งหมด 4 ครั้งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
- เริ่มงานแรก วันที่ 13-17 มิ.ย. 2561 นี้ ณ ลานอีเดน และ เซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ต่อด้วยอีก 3 งาน ได้แก่
- ภาคกลาง วันที่ 11-17 กรกฎาคม 2561 ณ บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต,
- วันที่ 8-14 สิงหาคม 2561 ณ บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า,
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 30 สิงหาคม - 5 กันยายน 2561 ณ บริเวณลานโปรโมชั่นชั้น1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา นครราชสีมา

กลุ่มเซ็นทรัลภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพสินค้าชุมชน ตลอดจนคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน พร้อมอยู่เคียงข้างเกษตรกรไทย ผนวกความรู้การค้าปลีกสมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่าเพื่อให้สินค้าไทยก้าวหน้า และพร้อมก้าวไกลสู่ตลาดโลก ตลอดจนสานต่อเทศกาล “ตลาดชุมชนเซ็นทรัล” งานดีๆ หนึ่งปีมีครั้งที่ทุกคนเฝ้ารอ เพื่อนำเสนอสินค้าดีมีคุณภาพ ให้กับลูกค้าคนพิเศษเกิดเป็นความเชื่อมโยงและคุณค่าทางใจที่ส่งจากใจชุมชนผู้ผลิตถึงใจของผู้บริโภค

1. โซนอาหารสด ออแกนิกสุดคลีน เป็นโซนสินค้าที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ มีทั้งสินค้าปลอดสาร และสินค้าออแกนิก ให้เลือกซื้อกันอย่างจุใจ สินค้าไฮไลท์ในโซนนี้ ได้แก่

  1.1 ผักสดและผลไม้ออแกนิกหลากชนิด จากสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด จ.เชียงใหม่ และจากไร่กาลเวลา จ.กาญจนบุรี ซึ่งจำหน่ายผักสลัดออแกนิก ที่ปลูกแปลงดินแบบตั้งโต๊ะ ใช้วิธีดูแลทีละต้น เพื่อรักษาระบบนิเวศ และปฎิเสธการใช้สารเคมีทุกชนิด ทานคู่กับดิปซอส (Dip sauce) ที่ทำจากไข่ไก่ออแกนิก จากแม่ไก่ที่เลี้ยงตามธรรมชาติด้วยอาหารอินทรีย์ ช่วยเพิ่มรสชาติให้สลัดผักอร่อย และดีต่อสุขภาพ ปัจจุบันสินค้าจากไร่กาลเวลา มีวางจำหน่ายแล้วที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต ที่โรบินสัน สาขากาญจนบุรี และสาขาราชบุรี
  1.2 ฟักทองแสนอร่อย จากกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ จ.น่าน ที่จำหน่ายทั้งฟักทองสด รสชาติหวานกลมกล่อม และขนมที่แปรรูปจากฟักทอง หลากหลายชนิด อาทิ ขนมเค้กฟักทอง คุกกี้ฟักทอง และขนมเปี๊ยะฟักทอง ถือเป็นภูมิปัญญาของชุมชนท้องถิ่นในการเพิ่มมูลค่าของสินค้า แถมยังอร่อย ได้สุขภาพ ถูกใจผู้บริโภคอีกด้วย
  1.3 กาแฟออแกนิกพันธุ์อาราบิก้า จากกลุ่มกาแฟอินทรีย์รักษาป่า จ.เชียงราย เป็นกาแฟที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ปราศจากสารเคมีในทุกขั้นตอน จุดเด่นคือ การปลูกใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ (Shade Grown) ทำให้ไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก อีกทั้งผลผลิตกาแฟยังมีคุณภาพสูง รสชาติเข้มข้น และกลิ่นหอมมากกว่ากาแฟที่ปลูกกลางเเจ้ง เนื่องจากการเติบโตที่เป็นไปตามธรรมชาติทำให้เมล็ดกาแฟดูดซึมสารอาหารภายในดินได้ดี นอกจากนี้ทุกขั้นตอนการผลิตยังมีความพิถีพิถันตั้งแต่การปลูก การเก็บด้วยมือทีละเมล็ด ไปจนถึงการคั่วภายใน 24 ชั่วโมง โดยนักคั่วกาแฟที่ผ่านการอบรมการคั่วกาแฟจากสมาคมกาแฟพิเศษแห่งสหภาพยุโรป (SCAE) เพื่อคงคุณค่าและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไว้อย่างครบถ้วน ที่สำคัญ นอกจากผู้บริโภคจะได้ลิ้มรสกาแฟที่มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อมลงตัวแล้ว  ยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติให้กลับคืนมาสมบูรณ์อีกด้วย




2. โซนอร่อยทั่วถิ่น เต็มอิ่มทั้งคาวหวาน เพราะอาหารอร่อย ไม่จำเป็นต้องเสียสุขภาพเสมอไป ในงานตลาดชุมชนเซ็นทรัล เรายกอาหารเมนูพิเศษทั่วไทยให้คุณได้ลิ้มลองถึงใจกลางเมือง พบกับเมนูไฮไลท์ในโซน ดังนี้

   2.1 หมูพวงแดดเดียวเคียงปลาร้า-ผักสดไร่กาลเวลา จากฟาร์มคาเฟ่อิหลี จ.กาญจนบุรี เป็นหมูพวงคัดสรรชิ้นส่วนไม่ติดมัน มันน้อย และเนื้อหมูล้วน ที่เลี้ยงธรรมชาติ ตากแดดเดียว ทอดด้วยน้ำมันรำข้าว 100%  ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วปลาร้าและพริกคั่ว สูตรฟาร์มอิหลี ที่ได้ปลาร้าสุกถูกหลักอนามัย มาปรุงตามสูตรตำนานปลาร้าจากอุบลราชธานี สดใหม่รสแซ่บ
อิหลี เสิร์ฟพร้อมผักออแกนิก จากไร่กาลเวลา ที่สด หวาน กรอบอร่อย เป็นที่สุด ถือเป็นเมนูอันดับหนึ่งของฟาร์มคาเฟ่อิหลี ต้องห้ามพลาด!
  2.2 น้ำพริกปรุงปลูก จากร้านปรุงปลูก จ.กาญจนบุรี ประกอบด้วยน้ำพริก 9 ชนิด ได้แก่น้ำพริกเผาปลาหมึกแห้ง น้ำพริกเผาปลาทู น้ำพริกเผาปลาแห้ง น้ำพริกเผาปลาร้า  น้ำพริกเผาต้มยำกุ้ง น้ำพริกหอยแมลงภู่สามรส น้ำพริกกุ้งแห้งสามรส เครื่องคั่วปลากุเลา และเครื่องคั่วปลาหมึกแห้ง น้ำพริกทุกชนิดคัดสรรจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากทะเลแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เครื่องเทศจากไร่ที่ปลูกพืชแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี ทั้งหมดล้วนปลอดสาร ไม่ใส่สารกันบูด นำมาผัดใหม่ๆในกระทะ จนถึงรสน้ำพริกไทย โดดเด่นด้วยเนื้อน้ำพริกโชว์ให้เห็นเครื่องแน่นๆ ชวนลิ้มรสเป็นอย่างยิ่ง
  2.3 น้ำหมากเม่า จากจ.สกลนคร เป็นสินค้า GI มาจากผลหมากเม่า ผลไม้ท้องถิ่นของชาวอีสาน ปลูกมากบริเวณเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร นอกจากมีรสชาติอร่อย ยังมีฤทธิ์เป็นยาแก้ร้อนใน หรือถอนพิษไข้ อุดมไปด้วยสารอาหาร และมีสรรพคุณอีกมากมาย เช่น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ เรียกได้ว่าใครที่อยากดูอ่อนกว่าวัย หรืออยากดื่มน้ำหวานๆ หลังจากรับประทานอาหารคาว น้ำหมากเม่า คือ ตัวเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง
  2.4 ข้าวฮิปโป เป็น ข้าวก่ำดอย ปลูกโดยชาวม้งที่ท่าวังผา จ.น่าน ผ่านโรงสีพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพฯ ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ จึงได้พระราชทานโลโก้ฮิปโปให้กลุ่มศิษย์เก่าจิตรลดา เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแรง สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก เพื่อนำไปพัฒนาสินค้าในการช่วยเหลือชุมชนต่อไป นำมาสู่ผลิตภัณฑ์ข้าวฮิปโป  ข้าวก่ำดอยพื้นถิ่นของจ.น่าน ที่มีเอกลักษณ์ในเนื้อสัมผัสกึ่งข้าวสวย และข้าวเหนียว มีความนุ่มหนึบ เก็บได้นานในตู้เย็น และอุ่นทานก็ยังอร่อยเหมือนเดิม ทั้งยังมีจมูกข้าว และสารอาหารมากกว่าข้าวประเภทอื่นๆ ถึง 300 เท่า เพราะผ่านการสีเพียงรอบเดียว นอกจากนี้ยังสามารถครีเอตเป็นเมนูต่างๆได้มากมาย อาทิ โจ๊กข้าวก่ำ, ข้าวเหนียวข้าวก่ำหมูหวาน, ข้าวเหนียวข้าวก่ำปิ้งไส้กล้วย, ดังโงะข้าวก่ำคั่ว สไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเมนูเหล่านี้จะมีวางจำหน่ายที่งานตลาดชุมชนเซ็นทรัล หรือหากอยากซื้อข้าวไปลองหุงเองที่บ้านก็ได้เช่นกัน โดยรายได้จากการจำหน่ายข้าวฮิปโป จะกลับสู่ชุมชนชาวจ.น่าน และโรงสีพระราชทาน เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ที่มั่นคงต่อไป




3. โซนผ้าไทย ดังไกลทั่วโลก อีกหนึ่งสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก ก็คือ ผ้าไทย ที่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมชให้เสื้อผ้าสวยเก๋ได้ง่ายๆ พบกับสินค้าผ้าไทยที่เป็นไฮไลท์ของโซนนี้ ได้แก่

  3.1 ผ้าฝ้ายทอมือ จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตลาดนำริมโขงเขมราฐ จ.อุบลราชธานี เป็นฝ้ายเข็นมือจากท้องถิ่น ถักทอเป็นเส้นฝ้าย ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น คือ ย้อมด้วยสีของเปลือกไม้ เช่น เปลือกประดู่ ฝาง มะม่วง เข มะเกลือ และย้อมคราม ปัจจุบันชุมชนแห่งนี้ยังคงอนุรักษ์การทอผ้า เพื่อให้ประชาชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้วิธีการทอผ้าสืบต่อกันไป
  3.2 ผ้าทอนาหมื่นศรี จากวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี จ.ตรัง เป็นผ้าทอมือทรงคุณค่าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ถือเป็นแหล่งทอผ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง  มีทั้งลวดลายเอกลักษณ์โบราณ และลายร่วมสมัย นอกจากนี้ผ้าทอนาหมื่นศรี ยังเป็นอีกหนึ่งโครงการต้นแบบที่กลุ่มเซ็นทรัลเข้าไปช่วยพัฒนาชุมชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างของศูนย์การเรียนรู้ ร้านค้า ระบบการจัดการต่าง ๆ รวมถึงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ผ้าทอนาหมื่นศรี เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ และผู้สนใจ ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรีมีสมาชิกทั้งสิ้น 150 คน และสร้างรายได้ให้ชุมชนมากกว่า  8 ล้านบาทต่อปี

4. โซนต้นไม้นานาพันธุ์ Green is all around สินค้าไฮไลท์ของโซนนี้ ได้แก่ ต้นไม้มงคล ไม้แคระ และกระบองเพชร จากร้านอิงฟ้า การ์เด้น และมีวัน การ์เด้น จ.กรุงเทพฯ เหมาะกับคนเมืองที่พื้นที่บริเวณบ้านไม่มาก หรือจะวางไว้บนโต๊ะทำงาน เพื่อดูดรังสียูวีจากคอมพิวเตอร์ และเพิ่มโชคลาภให้กับชีวิตก็สามารถทำได้ ตัวอย่างพันธุ์ต้นไม้ที่จะมาจำหน่ายในงาน อาทิ กวักมรกตแคระ, กวักมรกตดำ, ไทรใบสัก, ประยงค์แคระ และมะนาวญี่ปุ่นแคระ เป็นต้น




5. โซนสินค้าสร้างสรรค์ Trendy Gadget เพราะคนรุ่นใหม่ชอบสินค้าที่มีดีไซน์ หรือมีที่มาที่น่าสนใจ กลุ่มเซ็นทรัลจึงนำสินค้าที่สวยเก๋ ทันสมัย เหมาะกับการเป็นของขวัญ มาจำหน่ายในงาน โดยมีสินค้าไฮไลท์ ดังนี้

  5.1 พรมบ้านสบสาย จากจ.แพร่ ผลิตภัณฑ์พรมเอนกประสงค์ที่ทำจากเศษผ้า พื้นพรมเป็นผ้า เพื่อลดปัญหาโลกร้อน และสะดวกในการทำความสะอาด พรมทุกผืนเย็บด้วยมือของชาวบ้านชุมชนบ้านสบสาย จึงมั่นใจได้ในคุณภาพ และความประณีตของผลิตภัณฑ์
  5.2 กระเป๋าโชคดี จากโครงการเซ็นทรัลทำ ของกลุ่มเซ็นทรัล เป็นกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ไหมพรมทอลาย “โชคดี” มีให้เลือก 3 สี ออกแบบโดยศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรง 56thStudio โดยกำไรจากการจำหน่ายกระเป๋า จะถูกนำไปพัฒนาการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่ของน้องๆ โรงเรียน ตชด. โดยมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ และได้ส่วนลดจากร้านค้าในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ร่วมรายการ เมื่อแสดงกระเป๋า “โชคดี” พร้อมทั้งสามารถนำใบเสร็จจากการซื้อกระเป๋าไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีก เรียกว่า ได้ทำความดี และยังได้กระเป๋าสวยๆ ไปเสริมความโชคดีอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ Facebook Centraltham หรือสอบถามได้ที่ Line: @aboutgoodgoods (มี@)
  5.3 หมอนน้องมะม่วงจัง จากโครงการเซ็นทรัลทำ ของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ได้ศิลปินชื่อดัง คุณตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตมาช่วยออกแบบ ไม่เพียงได้หมอนน่ารักๆไปกอด ยังได้ร่วมทำความดีอีกด้วย โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายหมอน จะถูกนำไปพัฒนาการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่ของน้องๆ โรงเรียน ตชด. โดยมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์



6. โซนของเด่น ของดัง กระหน่ำโซเชียล มางานนี้จะไม่มีตกเทรนด์ ด้วยสินค้าไฮไลท์ของโซน อย่างไอศครีม ฟรุตติม เจลาโต้ (FRUITIM GELATO) ไอศครีมรูปทรงผลไม้ออแกนิกสดแท้ 100% ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลไม้ไทยขึ้นชื่อ อย่างทุเรียน มะม่วง และมังคุด ออกแบบให้มีหน้าตาและรสชาติเหมือนผลไม้จริง จนเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียล และต้องไม่พลาดที่จะถ่ายรูปเก๋ๆก่อนทานทุกครั้ง

7. โซนของดีหายาก รวบรวมมะม่วงที่หาทานยาก 2 สายพันธุ์ เพราะจะออกผลเป็นฤดูกาลเท่านั้น คือ เดือนพฤษภาคม และมิถุนายน ได้แก่

  7.1 มะม่วงพันธุ์อาร์ทู อีทู (R2E2) จากกลุ่มสวนลุงประสิทธิ์  จ.พิษณุโลก เป็นมะม่วงสายพันธุ์การค้าของออสเตรเลีย ลักษณะผลรูปทรงกลม มีสีผิวเขียวอมเหลือง และส้มอมแดง เมื่อผลสุก สีเนื้อด้านในจะมีสีเหลืองมะนาว ลักษณะของเนื้อมะม่วงมีเสี้ยนน้อย เนื้อแข็ง รสชาติหวานปานกลาง หาทานยาก ต้องลองสักครั้ง
  7.2 มะม่วงงาช้างแดง จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงบ้านท่าล้อ จ.เชียงใหม่ เป็นมะม่วงที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศไต้หวัน ผลมีขนาดใหญ่ รูปทรงยาวและงอนคล้ายงาช้าง สีผลขณะดิบเป็นสีเขียวอมม่วง เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มทั้งผล ดูสวยงาม และเนื้อในเป็นสีเหลืองอมส้ม รสหวานไม่เละ ผลอ่อนจะให้รสเปรี้ยวเล็กน้อย หากผลแก่จัดจะหวานมันเหมือนมะม่วงเขียวเสวย เมล็ดเล็ก ทานอร่อยจนหยุดไม่ได้

8. โซนคนใจบุญพบกับ 2 บูธเพื่อสังคม ที่กลุ่มเซ็นทรัลให้การสนับสนุน และร่วมโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ผู้เข้าชมงานสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการทำความดี ช่วยเหลือสังคม พร้อมร่วมกิจกรรมสนุกๆที่จัดเตรียมไว้ในงาน ดังนี้

  8.1 ยูนิเซฟ (Unicef) ร่วมสมทบทุนบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้ในประเทศไทย และร่วมกิจกรรมดีๆ ที่สนุกได้ทุกเพศวัย เช่น กิจกรรมระบายสีหุ่นนิ้วกระดาษและเขียนข้อความส่งความรักให้เด็กๆ, เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสมองของเด็กในช่วงปฐมวัย พร้อมเล่นเกมส์และลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย
  8.2 WWF ร่วมสมทบทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือสัตว์ป่า และฟื้นคืนผืนป่า กลับสู่ธรรมชาติ พร้อมอุดหนุนสินค้าในบูธ เพื่อสนับสนุนองค์กรให้มีรายได้ในการช่วยเหลือสัตว์ป่าต่อไป



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: