Variety Update :

จีนออกโครงการ จานสะอาด แก้ปัญหาขยะอาหารเหลือทิ้ง



จีนทำ "โครงการจานสะอาด" เป็นมาตรการเสริมเพื่อแก้ปัญหาขยะอาหารเหลือทิ้ง หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แสดงความเป็นห่วงว่าอาหารเหลือทิ้งในจีนมีปริมาณสูงจนน่ากังวล เขาย้ำว่าการระบาดของโรคโควิด-19 "เป็นสัญญาณเตือน" ให้เห็นปัญหาเรื่องนี้ และจากนี้จีนจะต้อง "ให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร"

โครงการจานสะอาดเกิดขึ้นหลังจากจีนเผชิญปัญหาน้ำท่วมใหญ่ทั่วพื้นที่ทางใต้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกและทำลายพืชผลทางการเกษตรจำนวนมาก

ด้านสมาคมอุตสาหกรรมจัดเลี้ยงอู่ฮั่น (Wuhan Catering Industry Association) ได้ออกมาขานรับนโยบายของนายสีทันที โดยขอให้ร้านอาหารต่าง ๆ ในเมืองจำกัดจำนวนอาหารที่ลูกค้าสามารถสั่งได้ โดยลูกค้าต้องสั่งอาหารน้อยกว่าจำนวนคนที่มารับประทาน 1 อย่าง โดยเรียกระบบนี้เรียกว่า "N-1"

ยกตัวอย่าง หากมารับประทานอาหารร่วมกัน 10 คน จะสามารถสั่งอาหารได้เพียง 9 อย่าง

แต่อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลากว่าจะทำให้คนในสังคมจีนยอมรับระบบ N-1 เพราะการสั่งอาหารปริมาณมากกว่าจำนวนคนรับประทานถือเป็นเรื่องของการแสดงความสุภาพ ในงานเลี้ยงหากพบว่ามีจานว่างเปล่าไม่มีอาหารเหลือ เจ้าภาพจะถูกมองว่าจัดงานได้ไม่ดี เป็นการบอกเป็นนัยว่า มีปริมาณอาหารไม่พอเลี้ยงแขก

ทันทีที่มีการประกาศแนวคิด "N-1" ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เซ็งแซ่ บางคนมองว่า เป็นนโยบายที่ "เข้มงวดเกินไป" หลายคนบอกว่า ผู้ไปรับประทานอาหารที่ร้านส่วนใหญ่โดยปกติแล้วไม่ได้มีอาหารเหลือทิ้งมาก แต่งานเลี้ยงหรูหราที่เจ้าหน้าที่ทางการจัดเลี้ยงต่างหากที่มีอาหารเหลือทิ้ง

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีน ยังเสนอรายงานเรื่องการกินโชว์ ของคนที่เผยแพร่คลิปการรับประทานอาหารปริมาณมาก หรือที่เรียกว่า "มุกบัง" ว่าได้รับความนิยมในหลายประเทศในเอเชียรวมถึงในจีนด้วย

ในรายงานของซีซีทีวี ระบุว่าผู้กินโชว์บางคนถึงกับอาเจียน หลังจากรับประทาานอาหารมากเกินไปและไม่สามารถย่อยได้ทัน

ที่ผ่านมาจีนเคยออกโครงการแก้ปัญหาขยะอาหารเหลือทิ้งมาแล้วในปี 2013 ในครั้งนั้นเรียกว่าโครงการ "ปฏิบัติการจานเปล่า" โดยมุ่งเน้นไปที่งานเลี้ยงรับรองหรูหราใหญ่โตที่จัดโดยเจ้าหน้าที่ทางการ มากกว่าการรับประทานอาหารของคนทั่วไป

ด้านกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลในจีน (WWF China) ระบุว่า มีอาหารเหลือทิ้งในจีนราว 17-18 ล้านตัน ในปี 2015
ที่มา  BBC Thai



 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: