Variety Update :

ทวงคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จากสหรัฐฯ

                                      ทับหลังปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ (Credit Image :siamrath.co.th)

รัฐบาลไทยทำหนังสือทวงคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น ไปยังพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ 2 ปีก่อน และมีแนวโน้มโอกาสได้คืนสูง เนื่องจากสหรัฐฯ มีเป้าหมายจัดการเครือข่ายค้าโบราณวัตถุข้ามชาติและการฟอกเงิน

ปฎิบัติการปราบปรามขบวนการค้าโบราณวัตถุผิดกฎหมายในพิพิธภัณฑ์สหรัฐอเมริกาที่เป็นไปอย่างเข้มข้นโดยเจ้าหน้าที่ United States Department of Homeland Security หรือ สำนักความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ รัฐบาลสหรัฐฯ เข้ายึดโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งทั่วสหรัฐฯทำให้ให้หลายประเทศเช่น กัมพูชา อินเดีย อิตาลี แทบไม่ต้องเสียเงินจ้างทนายราคาสูงลิ่วเพื่อทวงคืนสมบัติชาติรวมทั้งไทยที่เคยได้โบราณวัตถุบ้านเชียง จ.อุดรธานี กลับคืนมาในปี 2551 จำนวน 554 ชิ้น โดยที่ไม่ต้องออกแรงทวงคืนเช่นกัน

Dr.Joyce White หัวหน้าโครงการศึกษาวัฒนธรรมบ้านเชียงมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ผู้มีส่วนร่วมในการสอบสวนคดีครั้งนี้ เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า มีโบราณวัตถุจากบ้านเชียงถูกโจรกรรมมานับหมื่นชิ้น

รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้วิธีแกะรอยเครือข่ายค้าโบราณวัตถุที่ทำเป็นขบวนการเพื่อโกงภาษีชาติตัวเอง กลโกงของนักค้าโบราณวัตถุจะร่วมมือกับภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงประเมินราคาให้สูงลิ่ว นำไปบริจาคให้กับพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ประโยชน์ทั้งผู้บริจาคและเจ้าของพิพิธภัณฑ์

"ดิฉันร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพิพิธภัณฑ์เอกชนต่าง ๆ พบวัตถุน่าสงสัยกว่าหมื่นชิ้นที่อาจมาจากบ้านเชียง การดำเนินคดีตามกฎหมายสหรัฐฯทำให้นายหน้าซื้อ-ขาย และพ่อค้าที่ลักลอบนำเข้าวัตถุโบราณถูกจำคุกทันที " Dr. Joyce White หัวหน้าโครงการศึกษาวัฒนธรรมบ้านเชียง ม.เพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา กล่าว

ดำรง ลีนานุรักษ์ อนุกรรมการด้านกฎหมายติดตามโบราณวัตถุ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ไทยพุ่งเป้าทวงคืนกับสหรัฐฯ ก่อนเพราะเป็นโอกาสทองของไทยที่ใช้สิทธิ์ทวงคืนสมบัติชาติเนื่องจากสหรัฐฯ มี พ.ร.บ.ขโมยทรัพย์สินแห่งชาติ และการคืนทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ถูกขโมยไปยังชาวต่างชาติโดยชอบธรรมมานานกว่า 30 ปีแล้วที่ใช้ปราบปรามการค้าโบราณวัตถุผิดกฎหมายในสหรัฐฯ

" ตาม พ.ร.บ.ขโมยทรัพย์สินแห่งชาติจะเอาโทษกับผู้ครอบครองของโจร ซึ่งหมายถึงโบราณวัตถุที่ประเทศเจ้าทุกข์มีกฎหมายรองรับความเป็นสิทธิ์ เช่นเรามี พ.ร.บ.โบราณวัตถุ พ.ศ.2504 ซึ่งระบุว่าทรัพย์สมบัติในแผ่นดิน ประเทศเป็นเจ้าของและห้ามส่งออกจากประเทศไทย ห้ามส่งออกจากราชอาณาจักร " ดำรง ลีนานุรักษ์ อนุกรรมการด้านกฎหมายติดตามโบราณวัตถุฯ กล่าว

ไทยเพิ่งใช้โอกาสครั้งแรกเมื่อรัฐบาลแต่องตั้งคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุจากต่างประเทศกลับคืนประเทศไทยปี 2560 เมื่อข้อมูลหลักฐานพร้อมจึงถึงคราวเดินหน้าทวงคืนให้ถึงที่สุดเพื่อนำสมบัติชาติกลับคืน คือ กรุประโคนชัย ทับหลังปราสาทหนองหงส์ ทับหลังเขาโล้น และปราสาทเขาพนมรุ้ง โบราณวัตถุที่ถูกโจรกรรมไปจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์อย่างผิดกฎหมาย


                                       ทับหลังปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว  (Credit Image :siamrath.co.th)

" เป็นความตั้งใจของรัฐบาล ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องระดับชาติ เพราะนายกฯมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุจากต่างประเทศขึ้นมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศให้ความสำคัญ ในส่วนของคณะทำงานก็ได้ใช้ความพยายามอย่างมากในการสืบค้นข้อมูลในเชิงวิชาการ เพื่อยืนยันให้ชัดเจนว่าโบราณวัตุที่กำลังติดตามมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย และต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเคยเป็นของไทยจริง ๆ ซึ่งเราทำงานหนักมาก " นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว

นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นทวงโบราณวัตถุคืนเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น เพราะยังสืบหาไม่พบก็มีอีกมาก โบราณวัตถุที่ต้องจับตาฯว่าจะทวงคืนสำเร็จหรือไม่ กลุ่ม "กรุประโคนชัย" 18 องค์ ที่อยู่ในอุ้งมือสหรัฐฯ เพราะไทยต้องต่อสู้กับ 8 พิพิธภัณฑ์ชั้นนำอันดับต้น ๆ และสิ่งสำคัญคือไทยต้องเตรียมรับมือกับการล็อบบี้ที่อาจจะเกิดขึ้นเหมือนกับในหลายประเทศ

" เขาก็จะใช้ภัณทารักษ์ประจำสายนั้น ซึ่งมักจะเป็นนักวิชาการระดับโลกไปล็อบบี้ า คุณอย่าทวงคืนเลยนะ ชิ้นนี้เราได้มานานแล้ว และเราได้ดูแลรักษาให้คุณ เป็นของโลก เขาจะพูดว่าอย่างนั้น บางประเทศ คนที่ถูกล็อบบี้ก็เป็นลูกศิษย์ของเขาอีก และขนของจากพิพิธภัณฑ์ของเราไปร่วมงานกับเขา ถือว่าเป็นเกียรติอีก ซึ่งเขาจะอ้างอิงว่านี่เป็นความร่วมมือทางวิชาการ " นายดำรง ลีนานุรักษ์ อนุกรรมการด้านกฎหมายติดตามโบราณวัตถุฯ กล่าว

หากได้โบราณวัตถุกลับมาจะทำให้คนรุ่นหลังได้ ได้ศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในยุคนั้น

วาทินี นามฤทธิ์ ชาวตำบลโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ กล่าว มุมองของเราต่อการต่อสู้ในสิ่งที่จะได้คืนมาคือ เราเป็นคนรุ่นใหม่เราไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ก็รู้สึกดีใจว่าเป็นของพื้นที่ของเรา ก็อยากได้คืน

ด้านสัมฤทธิ์ พวงสวัสดิ์ ชาวตำบลโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า เป็นสมบัติคู่บ้านคู่เมือง เป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนโนนดินแดง จึงเป็นกุญแจสำคัญว่า ทำไมชาวบ้านต้องการกระตุ้นจุดกระแสให้ใช้โอกาสทองทวงคืนสมบัติชาติ ที่เคยขายให้กับนักค้าโบราณวัตถุชาวต่างชาติกลับคืนมา

ดังข้อความในหนังสือตอนหนึ่ง ศ.หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล อดีตคณบดี คณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า "ข้าพเจ้าหวังว่าเรื่องนี้คงจะเป็นเครื่องสังวรแก่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบภายในประเทศ มิให้เกิดขึ้นต่อไป" เพื่อเตือนเจ้าหน้าที่ไทยป้องกันไม่ให้สมบัติชาติไทยไปอยู่ในอุ้งมือต่างชาติอีก
ที่มา  news.thaipbs



 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: