Variety Update :

สดร.ชวนชม ดาวหางนีโอไวส์ใกล้โลกที่สุด 18-23 ก.ค.นี้

                                     Photo Credit : Joseph Caruana (Malta 16 July 2020)


สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. ชวนชมดาวหางนีโอไวส์ ในช่วง 18-23 ก.ค.นี้ เนื่องจากโคจรออกห่างจากดวงอาทิตย์และกำลังเข้าใกล้โลก พบสว่างมากพอที่จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่า โดยปรากฏในช่วงค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกจนถึงประมาณ 21.00 น.

ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ดาวหางนีโอไวส์ หรือ C/2020 F3 (NEOWISE) ได้รับความสนใจจากนักดาราศาสตร์และผู้คนบนโลก เนื่องจากปรากฏสว่างเหนือน่านฟ้าหลายประเทศ ต่างพากันติดตามและบันทึกภาพดาวหางดังกล่าวเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก

ดาวหางนีโอไวส์ หรือ C/2020 F3 (NEOWISE) เป็นดาวหางคาบยาว โคจรรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 6,767 ปี ค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศไวส์ (Wide-field Infrared Survey Explorer : WISE) ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์ในช่วงคลื่นอินฟราเรดของโครงการสำรวจประชากรดาวเคราะห์น้อยและวัตถุใกล้โลก ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 63

ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คำนวณค่าอันดับความสว่างปรากฏของดาวหางนีโอไวส์ ขณะนี้ได้ผ่านช่วงสว่างมากที่สุดไปแล้ว แต่จากการสังเกตการณ์จริงพบว่าความสว่างไม่ได้ลดลงดังเช่นที่คำนวณไว้ จึงส่งผลดีต่อผู้สังเกตบนโลกที่จะยังคงมองเห็นดาวหางปรากฏสว่าง


ในไทยเห็นดาวหางนีโอไวส์ชัดสุดช่วงวันที่ 21 ก.ค.

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 63 เป็นต้นไป จะดาวหางนีโอไวส์จะเปลี่ยนมาปรากฏในช่วงหัวค่ำ หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และความสว่างจะลดลงเรื่อย ๆ แต่ยังคงสว่างในระดับที่ยังสามารถสังเกตการณ์ได้ด้วยตาเปล่า จึงเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะได้ยลโฉมและบันทึกภาพความสวยงามของดาวหางดวงนี้ หากฟ้าใสไร้เมฆ

ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการสังเกตการณ์ดาวหางนีโอไวส์ที่ดีสุด คือช่วงวันที่ 18-22 ก.ค. 63 เนื่องจากดาวหางเคลื่อนที่ห่างจากดวงอาทิตย์พอสมควรแล้ว และคาดว่าจะมีค่าอันดับความสว่างปรากฏประมาณ 5 แม้เป็นช่วงแสงสนธยาก็มีโอกาสที่จะมองเห็นดาวหางดวงนี้ได้ด้วยตาเปล่า

“หากท้องฟ้าบริเวณขอบฟ้าโปร่งใสชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 21 ก.ค. 63 เป็นคืนเดือนมืดไร้แสงจันทร์รบกวน เป็นโอกาสเหมาะที่จะเฝ้าสังเกตการณ์ดาวหางนีโอไวส์ด้วยตาเปล่า ”

ส่วนวันที่ 23 ก.ค. 63 แม้เป็นช่วงที่ดาวหางเข้าใกล้โลกที่สุด ที่ระยะห่าง 103 ล้านกิโลเมตร แต่จากข้อมูลพบว่าดาวหางจะมีค่าค่าความสว่างลดลง รวมทั้งในคืนดังกล่าวตรงกับคืนดวงจันทร์ขึ้น 2 ค่ำ อาจมีแสงจันทร์รบกวนเล็กน้อย ทั้งนี้ ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝนที่มีเมฆมาก บริเวณใกล้ขอบฟ้ามีเมฆปกคลุมค่อนข้างหนา จึงเป็นอุปสรรคสำคัญในการสังเกตการณ์ดาวหางดังกล่าว และหลังจากนั้นความสว่างจะลดลงเรื่อย ๆ จนไม่สามารถสังเกตเห็นได้


 


ที่มา news.thaipbs


 


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: