Variety Update :

ลีเมอร์ วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ และหนูแฮมสเตอร์ยุโรป ถูกขึ้นบัญชีเสี่ยงสูญพันธุ์ขั้นวิกฤต

                                              BBC NHU/JULIAN RAD


องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature:IUCN) เผยบัญชีสัตว์ที่มีความเสี่ยงสูญพันธุ์ในการจัดลำดับสถานะของสัตว์และพืชที่ถูกคุกคามครั้งล่าสุด โดยได้จัดสถานะให้ ลีเมอร์ วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ และหนูแฮมสเตอร์ยุโรป เป็นสัตวที่ "มีความเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์" (critically endangered)

หนูแฮมสเตอร์ยุโรป เป็นสายพันธุ์แฮมสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าหนูแฮมสเตอร์ซีเรีย และแฮมสเตอร์แคระ ซึ่งนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง

การปรับปรุงบัญชีแดง (Red list) ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อสิ่งมีชีวิตที่ถูกคุกคามครั้งล่าสุด ชี้ว่าประชากรหนูแฮมสเตอร์ยุโรปลดลงถึง 75% ในพื้นที่แคว้นอาลซัสทางตะวันออกของฝรั่งเศส เยอรมนี และยุโรปตะวันออก เนื่องจากแฮมสเตอร์ตัวเมียออกลูกน้อยลงกว่าในอดีต ในศตวรรษที่ 20 แฮมสเตอร์ยุโรปตัวเมีย สามารถออกลูกได้ปีละเฉลี่ย 20 ตัว แต่ขณะนี้พวกมันออกลูกได้เฉลี่ยปีละ 5-6 ตัวต่อปีเท่านั้น


                                               
                                                 Getty Images


สาเหตุการลดลงของการขยายพันธุ์ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ไอยูซีเอ็นระบุว่า การเพิ่มขึ้นของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว การพัฒนาอุตสาหกรรม ภาวะโลกร้อน และปัญหามลพิษ อาจเป็นสาเหตุของการลดลงของการเจริญพันธุ์ของสัตว์ชนิดนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ด้วยว่า หากไม่ดำเนินการอะไรเพื่ออนุรักษ์หนูแฮมสเตอร์ยุโรปอาจสูญพันธุ์ได้ในอีก 30 ปีข้างหน้า

ในสารคดีสัตว์โลกของบีบีซีที่เผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว นำเสนอชีวิตของหนูแฮมสเตอร์ยุโรปที่อยู่ในกรุงเวียนนาของประเทศออสเตรียว่าพวกมันต้องดำรงชีวิตอยู่ในสุสานแทนที่จะเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เนื่องจากพื้นที่เหล่านั้นถูกพัฒนาให้กลายเป็นเมือง

ไอยูซีเอ็น ยังจัดให้ลีเมอร์อีก 33 สายพันธุ์ อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ขั้นวิกฤตเช่นกัน ทำให้ขณะนี้ลีเมอร์ 103 ชนิด จากทั้งหมด 107 ชนิด ถูกคุกคามจนใกล้สูญพันธุ์แล้ว สาเหตุหลักของการภัยคุกคามมาจากการบุกรุกพื้นที่ป่า บางสายพันธุ์ถูกคุกจากการล่าของมนุษย์




นอกจากนี้วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ ยังเป็นสัตว์ที่เข้าใกล้การสูญพันธุ์อีกขั้น ข้อมูลประชากรวาฬชนิดนี้จนถึงปลายปี 2018 เหลืออยู่ไม่ถึง 250 ตัว ลดลง 15% จากปี 2011 การตายที่เพิ่มขึ้นของวาฬชนิดนี้มาจากหลายสาเหตุตาข่ายที่ใช้ในการทำประมง การถูกชน จากเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ และอัตราการขยายพันธุ์ที่ลดลงเมื่อเทียบปีที่ผ่านมา

จากสถิติระหว่างปี 2012-2016 พบว่า วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ 30 ตัว ตายหรือบาดเจ็บสาหัสจากน้ำมือของมนุษย์ และอีก 26 ตัวตายเพราะตาข่ายการทำประมง


ที่มา  BBC Thai


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: