Variety Update :

บริษัทเหมืองแร่ ระเบิดถ้ำโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ 4 หมื่นปีของชาวอะบอริจิน

                                             AFP/Getty Images

บริษัทเหมืองแร่ ระเบิดถ้ำโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ 4 หมื่นปีของชาวอะบอริจิน

บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษ-ออสเตรเลียออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจที่ระเบิดทำลาย "ถ้ำโบราณ" ของชาวอะบอริจินอายุ 46,000 ปี ระหว่างขยายพื้นที่ทำเหมืองแร่เหล็กในภาคตะวันตกของออสเตรเลียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ถ้ำ Juukan Gorge ในภูมิภาคพิลบารา ซึ่งมีอายุเก่าแก่ย้อนไปถึงยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย ถูกระเบิดทำลายตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 พ.ค. สร้างความตกใจและเสียใจให้ชุมชนชาวอะบอริจินเป็นอย่างมาก โดยผู้นำชาวพื้นเมืองบอกว่าเหตุการณ์นี้นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ประเมินค่าไม่ได้

นายคริส ซอลส์บูรี ประธานบริษัทริโอตินโต ได้กล่าวขอโทษต่อชุมชนพีเคเคพี (Puutu Kunti Kurrama and Pinikura People-PKKP) ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองที่เป็นเจ้าของและดูแลรักษาแหล่งโบราณคดีแห่งนี้

"บริษัทจะให้ความร่วมมือกับชุมชนชาวพื้นเมืองเพื่อเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกระชับความสัมพันธ์กับชุมชนต่อไป สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า บริษัทจะทบทวนแผนการทำเหมืองแร่ในพื้นที่โบราณคดีแห่งนี้"

บริษัทริโอตินโตได้รับอนุญาตจากทางการออสเตรเลียให้ขยายพื้นที่ทำเหมืองมาจนถึงแหล่งโบราณคดีของชาวอะบอริจิน รวมถึงบริเวณถ้ำ Juukan Gorge ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก รวมทั้งเข็มขัดที่ทำจากเส้นผมมนุษย์ ที่เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าชุมชนพีเคเคพีสืบเชื้อสายมาจากมนุษย์ถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 4,000 ปีก่อน



  ภาพเปรียบเทียบของถ้ำ Juukan Gorge ก่อนการทำเหมือง (ถ่ายเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2013) และหลังจากบริษัทเริ่มปรับพื้นที่เพื่อทำเหมืองแร่เหล็กเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2020


นายซอลส์บูรีกล่าวว่า "บริษัทตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับแผนประกอบการเพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการพื้นที่มรดกทางประวัติศาสตร์ในฝั่งตะวันตกของออสเตรเลียให้ครอบคลุมมากขึ้น"

นอกจากสินแร่เหล็กแล้ว บริษัทริโอตินยังมีแผนการลงทุนทำเหมืองแร่หลายชนิดในออสเตรเลียทั้งบอกไซต์เพื่อผลิตอะลูมิเนียม เพชรและยูเรเนียม

นายจอห์น แอชเบอร์ตัน ผู้แทนชุมชนพีเคเคพี บอกว่าการทำลายถ้ำ Juukan Gorge นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ "ถ้ำโบราณแห่งนี้เป็นถ้ำอะบอริจินที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย มีถ้ำเพียงไม่กี่แห่งในประเทศที่เก่าแก่เท่านี้ คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของถ้ำแห่งนี้ประเมินค่าไม่ได้" นายแอชเบอร์ตันกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์

"พวกเราเจ็บปวดและเศร้าใจอย่างมากที่ถ้ำแห่งนี้ถูกทำลายไป เราใจสลายที่สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเราเข้ากับบรรพบุรุษและแผ่นดินเกิดของเราถูกตัดขาดลง"

นายเคน ไวแอท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการชนพื้นเมือง ซึ่งเป็นชาวอะบอริจินบอกว่า "เป็นเรื่องที่ไม่สามารถเข้าใจได้" ว่าเหตุใดทางการจึงปล่อยให้มีการระเบิดในพื้นที่นี้ได้ แม้เขาจะเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็น "ความผิดพลาด" แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้บังคับใช้กฎหมายในการปกป้องแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างที่ควรจะเป็น


 


ที่มา BBC Thai


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: