Variety Update :

โควิด-19 แค่ไหนถึงเป็น Super Spreader



โควิด-19 แค่ไหนถึงเป็น Super Spreader

จากกรณีที่คุณป้าชาวเกาหลีที่เชื่อกันว่าเป็น Super Spreader ของโรคโควิด-19 จนถึงคุณปู่ชาวไทย ซึ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศและไม่แจ้งประวัติการเดินทางในวันแรกที่เข้ารับการรักษา ทำให้เกิดคำถามถึงผู้ป่วยที่แพร่เชื้อว่าเป็น Super Spreader (ซูเปอร์สเปรดเดอร์) หรือไม่

ในการแถลงข่าวช่วงสายวันที่ 26 ก.พ. นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายว่านิยามของ "ซูเปอร์สเปรดเดอร์" คือ คนที่มีความสามารถแพร่โรคไปให้กับคนอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก โดยมีตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่สองกว่า ๆ พูดง่าย ๆ คนหนึ่งคนจะสามารถแพร่โรคโดยเฉลี่ยไปได้ประมาณ 2 คนกว่า ๆ ตัวเลขนี้เป็นเลขที่สูงมาก แค่ตัวเลขนี้ตัวเลขเดียว ถ้าไม่ควบคุมโรคจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นเร็วมาก

ซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) คือ คนที่ติดเชื้อแล้วสามารถแพร่โรคให้กับคนได้มากกว่าค่าเฉลี่ยหลาย ๆ เท่า ตอนนี้ที่พบในต่างประเทศ 1 คน มีการแพร่ให้กับคน 20 คน

ส่วนกรณีของไทย คือ คุณปู่อายุ 65 ปี และคุณย่าอายุ 62 ปี ที่เดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 16-20 กุมภาพันธ์ 2563 และหลานอายุ 8 ขวบ ซึ่งไม่ได้เดินทางไปด้วยกัน

จนถึงวันนี้จากการสอบสวนโรคเท่าที่พยายามค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมาตรวจแล้วนั้น ตอนนี้ผู้ป่วยรายแรกที่เป็นผู้ป่วยนำเข้า เดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นจนถึงวันนี้ (26 ก.พ.) ทำให้คนรอบตัวติดเชื้อแค่ 1 คน เพราะรายที่เป็นภรรยาน่าจะติดมาจากญี่ปุ่นด้วยกัน "ตอนหลังอาจมีผู้สัมผัสติดเชื้อเดี๋ยวค่อยว่ากัน"

นพ.ธนรักษ์ยืนยันว่า จนถึงตอนนี้เพิ่งรู้ว่ามีผู้สัมผัสติดเชื้อผู้ป่วยรายนี้แค่คนเดียว ซูเปอร์สเปรดเดอร์ คือ แพร่เชื้อไปให้คนอื่นเป็นสิบคน แต่สำหรับกรณีนี้ตอนนี้ยังไม่ไปถึงขนาดนั้น


"เคสนี้อาจมีความยากลำบากตรงที่มีผู้สัมผัสเป็นจำนวนมาก แต่การมีผู้สัมผัสเป็นจำนวนมากไม่ได้บอกว่า คนไข้เป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ การที่มีผู้สัมผัสมากขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนสัมผัสมากน้อยแค่นี้ ซึ่งเราก็จะติดตามผู้สัมผัสให้ได้ทั้ง 14 วัน ดูว่าติดเชื้อหรือเปล่าต่อไป"

ทั้งนี้เพราะ นิยามของ Super Spreader ไม่ได้นับจำนวน ‘ผู้สัมผัส’ แต่นับจำนวน ‘ผู้ป่วย’ ที่ได้รับเชื้อต่อจากผู้ป่วยรายนั้นๆ

นั่นหมายความว่าเราจะต้องรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงก่อนว่ามีกี่ราย (ในการสอบสวนโรคเราจะป้ายคอเก็บตัวอย่างจากผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมาตรวจหาเชื้อเลย ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำจะให้เก็บตัวอย่างก็ต่อเมื่อมีอาการภายใน 14 วัน)

ส่วน ‘จำนวนเท่าไร’ ไม่ได้มีการกำหนดไว้ชัดเจน อย่างกรณีโรคเมอร์ส-ไวรัสโคโรนาที่เกิดการระบาดครั้งใหญ่เมื่อปี 2558 ที่เกาหลีใต้กำหนดไว้ที่ 6 รายขึ้นไป [6]

ซึ่งจากการสอบสวนโรคผู้ป่วยยืนยันในประเทศไทยที่ผ่านมามีการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงประมาณ 30 คนต่อผู้ป่วย 1 ราย [7] เพราะในชีวิตประจำวันของผู้ป่วยก็ต้องพบปะกับผู้อื่นไม่ต่างจากเราทุกคน และในจำนวนนี้ได้ตรวจพบการติดเชื้อทั้งหมด 11 ราย คิดเป็น 1% เท่านั้น

ดังนั้นถ้าถามว่า “โอกาสของการเกิด Super Spreader ของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมีหรือไม่” ก็ต้องตอบว่า “มี” ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้ป่วยและมาตรการควบคุมโรค ทั้งนี้ขอให้รอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการใน 1-2 วันนี้ก่อนถึงจะยืนยันว่า “ไวรัสโคโรนาอยู่ใกล้เข้ามาทุกขณะ”


 


ที่มา  BBC Thaithestandard.co


 


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: