Variety Update :

โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตัวการปอดอักเสบ อันตรายแค่ไหน



โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตัวการปอดอักเสบ อันตรายแค่ไหน

เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่นของประเทศจีน มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้ว 59 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยในระยะวิกฤต 7 ราย และกำลังสร้างความกังวลให้กับวงการสาธารณสุขทั่วโลก ว่านี่จะเป็นไวรัสที่อุบัติขึ้นมาแค่ชั่วคราวหรือเป็นสัญญาณแรกที่ส่อเค้าว่าจะอันตรายมากกว่านี้

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ปีที่แล้ว ทางการจีนยืนยันว่าเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่น ภายหลังมีการเก็บตัวอย่างไวรัสจากคนไข้นำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ในเวลาต่อมาจีนและองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุชื่อเรียกของไวรัสชนิดนี้ว่าคือ "ไวรัสโคโรนา" ซึ่งไวรัสโคโรนานั้น มีทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ที่เคยเกิดการระบาดในมนุษย์ สำหรับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดนี้ เป็นสายพันธุ์ที่ 7

คนไทยรู้จักไวรัสในตระกูลนี้มาแล้วจากโรค "ซาร์ส" หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS; Severe Acute Respiratory Syndrome) ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโคโรนาเช่นกัน พบการระบาดครั้งแรกปลายปี 2545 โดยเริ่มจากพื้นที่มณฑลกวางตุ้งของประเทศจีน ก่อนกระจายไปยังหลายประเทศ มีผู้เสียชีวิตจากโรคซาร์ส 774 คน จากจำนวนผู้ป่วย 8,098 คน

ส่วนความรุนแรงนั้น ไวรัสโคโรนาเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการตั้งแต่เป็นหวัดเพียงเล็กน้อยไปจนถึงอาการป่วยรุนแรงจนเสียชีวิต แต่ศ.มาร์ก วูลเฮาส์ จากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ กล่าวว่า ไวรัสชนิดนี้ไม่รุนแรงเท่ากับไวรัสซาร์ส

ศ.วูลเฮาส์ กล่าวว่า จีนเป็นประเทศขนาดใหญ่ มีประชากรหนาแน่น และมีกิจกรรมที่มีการปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับแหล่งไวรัสที่มาจากสัตว์

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การยืนยันให้ได้ว่าไวรัสชนิดใหม่จะไม่มีการแพร่เชื้อจากคนสู่คน นี่เป็นความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับไวรัสที่เป็นอันตรายต่อปอดชนิดนี้ เพราะการไอและจามเป็นวิธีที่เชื้อไวรัสจะแพร่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด หากมีการติดต่อจากคนสู่คน นั่นหมายความว่าบุคคลากรทางการแพทย์ที่ให้การรักษาอาจเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัส แต่จนถึงขณะนี้ ทางการจีนยืนยันว่า ไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือนว่า อาจเร็วเกินไปที่จะรู้ว่าไวรัสชนิดใหม่มีการติดเชื้อจากคนสู่คนหรือไม่ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม กล่าวว่า "นั่นหมายถึงผู้ป่วย 59 ราย ได้รับเชื้อจากสัตว์ในเวลาที่สั้นมาก ซึ่งตามความรู้สึกนี่ไม่ใช่อัตราที่สูงเท่าใดนัก ตรงนี้จึงยังเป็นคำถามอยู่"

ส่วน ศ.วูลเฮาส์ บอกว่า เขาตระหนักในเรื่องนี้เช่นกัน และกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกเรื่องนี้ เพราะไวรัสโคโรนาส่วนมากแพร่เชื้อได้

ดร. โจ โกลดิ้ง จากกองทุน เวลคัม ทรัสต์ ในอังกฤษ ระบุว่า "เป็นสัญญาณบวก" ที่ไม่เห็นการแพร่ระบาดของผู้ป่วยในจำนวนที่มากกว่านี้ และมองว่าจีนควบคุมการระบาดได้ดี แต่ต้องติดตามดูต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่าเชื้อไวรัสอาจแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น สืบเนื่องจากประชาชนหลายสิบล้านคนที่เดินทางในช่วงเทศกาลตรุษจีนในช่วงปลายเดือนนี้

โดยเมื่อพบผู้ติดเชื้อไวรัส โรงพยาบาลได้มีการแยกผู้ป่วยโรคนี้ออกจากผู้ป่วยทั่วไป และการติดตามบุคคลติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วยอีกกว่า 150 คน เพื่อสอบสวนโรค นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งจุดสแกนอุณหภูมิร่างกายในหลายสถานที่ ส่วนตลาดขายส่งปลาที่เป็นแหล่งที่มาของไวรัสถูกปิดเพื่อการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค

ด้านกระทรวงสาธารณสุขของไทย ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารเครื่องบินในเส้นทางที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่นสู่ท่าอากาศยานนานาชาติทั้ง 4 แห่ง ซึ่งมีเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่นมายังไทย เฝ้าระวังในโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน รวมทั้งชุมชนในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว

ที่มา  BBC Thai

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: