Variety Update :

เซี่ยงไฮ้แก้ปัญหาขยะล้นเมือง ออกโครงการแยกขยะภาคบังคับ ฝ่าฝืนปรับเงิน



เมื่อเมื่อวันที่ 1 ก.ค.62 ที่ผ่านมา เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ได้ประกาศเริ่มโครงการแยกขยะและรีไซเคิลภาคบังคับ เพื่อนำร่องการแก้ปัญหาขยะล้นเมือง จากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นของประชากร

โดยโครงการแยกขยะนี้กำลังถูกจับตาจากคนทั่วประเทศ เพราะโครงการนี้เป็นโครงการนำร่องก่อนจะบังคับใช้ไปทั่วประเทศจีน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นโครงการแยกขยะและรีไซเคิลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้บริโภคกว่า 1,400 ล้านคน ประเทศจีนกำลังจมอยู่ใต้กองขยะ ยกตัวอย่างนครเซี่ยงไฮ้ซึ่งมีประชากรราว 25 ล้านคน ผลิตขยะมากถึง 26,000 ตันต่อวัน หรือเท่ากับน้ำหนักของ "เทพีเสรีภาพ" ในสหรัฐฯ

"การแยกขยะภาคบังคับ" กลายเป็นประเด็นที่หลายคนในเมืองพูดถึง ทั้งเรื่องความสับสนถึงการจำแนกขยะแต่ละประเภท เรื่องค่าปรับหากไม่ปฏิบัติตาม รวมถึงเรื่องที่มีอาสาสมัครหลายพันคนเข้าตรวจตราถังขยะของประชาชนในแต่ละวัน

บริเวณจุดทิ้งขยะจะมีแผนภาพแนะนำการแยกขยะติดไว้บนฝาผนัง อธิบายว่าก้างปลาและกระดูกหมูต้องแยกออกจากกัน เวลาทิ้งเศษอาหารก็ต้องแยกจากถุงพลาสติกที่ใส่มาเสียก่อน




ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสร้างเตาเผาขยะแบบ 'เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน' ทั่วประเทศ นำมาสู่การประท้วงหลายระลอกในหลายเมือง โดยไม่นานมานี้ ตำรวจปราบจลาจลต้องเข้าควบคุมผู้ประท้วงหลายพันคนในเมืองอู่ฮั่น ที่ออกมาชุมนุมต่อต้านการก่อสร้างเตาเผาขยะ เพราะกลัวว่าการเผาขยะจะก่อให้เกิดสารพิษอันตราย จนกระทั่งแผนการสร้างเตาเผาขยะในอู่ฮั่นต้องระงับไปไม่มีกำหนด

ข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่าปริมาณขยะในประเทศจีนเพิ่มขึ้นมหาศาล จาก 30 ล้านตันในปี 1980 เป็น 210 ล้านตันในปี 2017 แม้จะยังน้อยกว่าผู้ผลิตขยะรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่างสหรัฐฯ ที่ผลิตขยะ 258 ล้านตันต่อปี แต่ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า ปริมาณขยะที่จีนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึง 500 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2030

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณขยะในจีนมีหลายประการ รวมถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ

อีกทั้ง ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่นำโดยอาลีบาบายังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดขยะจากบรรจุภัณฑ์หลายพันล้านชิ้นต่อปี


วิกฤตขยะล้นทำให้เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลจีนสั่งห้ามการนำเข้าขยะบางรายการจากต่างประเทศเพื่อมารีไซเคิล ซึ่งมาตรการนี้ได้ส่งผลกระทบต่อวัฏจักรการหมุนเวียนขยะของโลก

โซว เฉินซู หญิงวัยเกษียณกล่าวว่า "เซี่ยงไฮ้มีขยะมากเกินไป มีคนอาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้มหาศาล ทุกวันจึงมีขยะเยอะมาก" เบื้องหลังเธอเป็นจุดทิ้งขยะของอาคารพักอาศัย มีป้ายระบุประเภทขยะอย่างชัดเจน

"แน่นอน มันกวนใจ การแยกขยะทำให้ไม่สะดวกอยู่บ้าง อย่างเช่นพอกินอาหารที่บ้านเสร็จ เราต้องแยกกระดาษเช็ดปากไปทิ้งในขยะแห้ง ส่วนเศษอาหารต้องแยกไปทิ้งเป็นขยะเปียก จากเดิมที่ทิ้งรวมในถุงเดียวกัน"

โซว เฉินซู ไม่พอใจกับการต้องแยกขยะในช่วงแรก ๆ แต่ปัจจุบัน ยินดีทำ เพราะเห็นผลดีจากแมลงวันและกลิ่นเหม็นที่ลดลง

เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ใช้มาตรการปรับเงินเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนแยกขยะ ผู้ฝ่าฝืนจะต้องเสียค่าปรับ 200 หยวน หรือราว 900 บาท ส่วนภาคธุรกิจที่ไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับ 5 หมื่นหยวน หรือเกือบ 255,500 บาท แต่ในช่วงเริ่มแรก ทางการยังคงละเว้นการเก็บค่าปรับ

ที่มา  BBC Thai

 

 

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: