Variety Update :

สุดยอดอาหาร 5 อย่างในอนาคต ที่ดีต่อคุณและโลก



สุดยอดอาหาร 5 อย่างในอนาคต ที่ดีต่อคุณและโลก

ผู้คนทั่วโลกพึ่งพาอาหารกันอยู่ไม่กี่ชนิด ข้าว ข้าวโพด และแป้งสาลี ก็คิดเป็นเกือบ 60% ของพลังงานจากพืช ที่อยู่ในอาหารของมนุษย์ ขณะที่ผู้คนจำนวนมากอาจจะได้รับพลังงานอย่างพอเพียง แต่การรับประทานอาหารที่ไม่หลากหลายจะไม่ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่เพียงพอ

รายงานฉบับใหม่ ได้ระบุชื่อ "สุดยอดอาหาร" 50 ชนิด ซึ่งมีผลดีต่อทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มาดูกันว่า "สุดยอดอาหาร" ชนิดไหนบ้างที่จะอยู่ในเมนูในอนาคต

มะรุม

ต้นมะรุม มักถูกเรียกขานว่าเป็น "ต้นไม้มหัศจรรย์" เพราะมันทั้งโตเร็ว และทนแล้ง ถิ่นกำเนิดของมะรุมอยู่ในเอเชียใต้ หลายส่วนของต้นมะรุมถูกนำไปทำเป็นยาอายุรเวท "มะรุม" มีใบให้เก็บได้ 7 ครั้งต่อปี ในใบมีวิตามินทั้งเอ และซี รวมถึงแร่ธาตุอย่างแคลเซียม และโพแทสเซียม ใบมะรุมมักถูกนำไปใช้ทำน้ำแกง

ในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย มักจะตัดฝักมะรุม ซึ่งถูกเรียกเล่น ๆ ว่า "ไม้ตีกลอง" เป็นท่อนสั้น ๆ แล้วนำไปเคี่ยวในแกงกะหรี่และน้ำซุป ฝักมะรุมมีเมล็ดอยู่ข้างใน ซึ่งอุดมไปด้วยกรดโอเลอิก ที่ช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอล "ชนิดดี" ในร่างกาย ส่วนในไทยมะรุมนิยมนำไปทำแกงส้ม

ใบของมะรุมยังสามารถนำไปบดเป็นผงเพื่อนำไปผสมกับเครื่องดื่มประเภทปั่น น้ำแกง ซอส และชา ได้ด้วย



วากาเมะ

ในญี่ปุ่น เกษตรกรแถบชายทะเลเก็บสาหร่ายวากาเมะกินเป็นอาหารมานานหลายร้อยปีแล้ว นอกจากนี้ยังมีการนำไปเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ และแม้แต่ใช้จ่ายภาษีด้วย ส่วนในปัจจุบันมีการเลี้ยงสาหร่ายในทะเลของฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และอาร์เจนตินา มันเติบโตให้เก็บได้ตลอดปี และนำไปตากแดด โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยหรือใช้ยากำจัดศัตรูพืช

สาหร่ายทะเลแห้งชนิดนี้ช่วยเพิ่มรสชาติกลมกล่อมให้อาหาร และยังเป็นแหล่งของกรดไอโคซาเพนตะอีโนอิก (eicosapentaenoic acid) ที่มีอยู่ในพืชเพียงไม่กี่ชนิด กรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งเกือบจะพบเฉพาะในปลาที่มีไขมันที่กินสาหร่ายเป็นอาหาร

วากาเมะเป็นหนึ่งในสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลที่นุ่มที่สุด มีสารฟูคอยแดน (fucoidan) ซึ่งจากการศึกษาในสัตว์พบว่าช่วยลดความดันเลือด มีคุณสมบัติป้องกันเลือดจับตัวเป็นลิ่ม และยังช่วยยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกด้วย

"สาหร่ายทะเลอาจเป็นแหล่งไอโอดีนและโอเมกา 3 อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กินเนื้อสัตว์น้อย นำมาผัดก็อร่อย ฉันได้กินเยอะมากในฮ่องกง" ไพรยา ทิว กล่าว แต่เธอยังเตือนว่า "ควรกินในปริมาณเล็กน้อยต่อวัน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ได้รับไอโอดีนมากเกินไป มันยังมีสารโลหะหนักที่ปนเปื้อนอยู่ในทะเลด้วย"


โฟนิโอ (Fonio)

ธัญพืชโบราณแอฟริกาชนิดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความละมุนและมีรสชาติคล้ายถั่ว ชาวแบมบาราในมาลี มักออกปากว่าไม่มีใคร "ขายหน้าจากการนำมันไปทำอาหาร" เพราะมันปรุงง่ายมาก

ย้อนกลับไปกว่า 5,000 ปีก่อน มีหลักฐานว่ามีการเก็บเกี่ยวธัญพืชนี้ในอียิปต์โบราณ ปัจจุบันมีการปลูกเมล็ดธัญพืชทนแล้งชนิดนี้ทั้งสีขาวและสีดำ ในภูมิภาคซาเฮลที่แห้งแล้งของแอฟริกาตะวันตก มันเติบโตได้ภายในเวลาเพียง 60-70 วัน

เมล็ดของโฟนิโอมีขนาดเล็กเท่าเม็ดทราย และต้องสีเอาเปลือกที่กินไม่ได้ออกไปก่อน ส่วนใหญ่การสีทำด้วยมือ แต่เมื่อโรงสีในเซเนกัลสร้างเสร็จในปีหน้า ก็อาจจะได้เห็นการส่งออกธัญพืชปลอดกลูเตนชนิดนี้ไปทั่วโลกก็ได้ "โฟนิโอ" อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก สังกะสี และแม็กนีเซียม อาจนำไปใช้แทน คูสคูส (couscous) หรือข้าว หรือแม้แต่ใช้ในการทำเบียร์ได้ด้วย



กระบองเพชรโนปาล

มันคือส่วนผสมธรรมดา ๆ ของอาหารเม็กซิกัน ใบ ผล และลำต้นที่เปลี่ยนแปลงไปมีลักษณะคล้ายใบ (หน่อแบน ๆ ที่งอกออกมาจากลำต้น) ของโนปาล หรือลูกแพร์หนามนั้น จะกินสดก็ได้ จะนำไปปรุง นำไปคั้นเป็นน้ำ หรือทำเป็นแยมก็ได้เช่นกัน

กระบองเพชรโนปาลเติบโตง่ายในแถบอเมริกาใต้และอเมริกากลาง ออสเตรเลีย และแม้แต่ในยุโรป

มีรายงานการศึกษาทางการแพทย์บางชิ้นพบว่า เส้นใยจากกระบองเพชรช่วยให้ร่างกายดักจับไขมันที่เรากินเข้าไปได้มากขึ้น แต่การจะชี้ว่าพืชชนิดนี้จะช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่นั้น ยังต้องรอการพิสูจน์ นอกจากนี้ยังมีการทดลองอื่น ๆ พบว่า มันช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับคนที่ป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 และอาจจะช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้ด้วย

ใครที่อยากจะลองกระบองเพชรลูกแพร์หนาม อาจจะต้องคิดให้ดี เพราะเคยมีคนได้รับผลข้างเคียงอย่าง ท้องร่วงอย่างอ่อน ๆ คลื่นไส้ และเกิดอาการแน่นท้อง มาแล้ว



ถั่วหรั่ง (Bambara)

เป็นถั่วที่หวานและมันน้อยกว่าถั่วทั่วไป ถั่วหรั่งเตะตาผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่ยั่งยืน เพราะมันปลูกได้ในดินที่มีสภาพแย่ แถมยังทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น ด้วยการ "ตรึง" ไนโตรเจนมาไว้ในดิน

มีการปลูกถั่วแอฟริกาโบราณนี้ทางใต้ของไทย และในหลายพื้นที่ของมาเลเซียด้วย สามารถนำมันไปต้ม คั่ว ผัด หรือ สี เพื่อทำเป็นแป้งละเอียดได้ ส่วนในแอฟริกาตะวันออก มีการนำถั่วนี้ไปบดเพื่อทำเป็นเครื่องทำน้ำซุป มันเป็นที่รู้จักในชื่อ "อาหารสมบูรณ์" เพราะมันมีโปรตีนสูง และเป็นแหล่งของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และเมไทโอนีนซึ่งช่วยเสริมสร้างเส้นเลือดใหม่ ทั้งยังดูดซึมสังกะสี ซึ่งจำเป็นต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และซีลีเนียม ที่ช่วยควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์ และยังมีส่วนสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันด้วย

 

ที่มา  BBC Thai

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: