Variety Update :

บาห์เรน พันธมิตรที่สำคัญที่สุดของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง



บาห์เรน พันธมิตรที่สำคัญที่สุดของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ในขณะที่นานาชาติร่วมกดดันเรียกร้องให้ไทยปล่อยตัว "ฮาคีม อัล อาไรบี" นักเตะบาห์เรนวัย 25 ปี ผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากบ้านเกิดและได้การรับรองสถานะผู้ลี้ภัยจากสหประชาชาติกลับออสเตรเลีย กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ระบุว่า "บาห์เรนถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง"

"ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศบาห์เรนนั้น เป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพระราชวงศ์ ไปจนถึงประชาชนของทั้งสองประเทศ" นายฐานิศร์ ณ สงขลา เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ ในบทสัมภาษณ์ที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2561

นายฐานิศร์ บอกด้วยว่า เจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีบาห์เรน ทรงโปรดปรานประเทศไทยอย่างมาก เสด็จมาไทยทั้งในแบบส่วนพระองค์และเป็นทางการอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังทรงชื่นชมศักยภาพด้านการแพทย์ของไทย เสด็จมาตรวจพระวรกายที่โรงพยาบาลไทยอยู่บ่อยครั้ง

"หากถามว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีบาห์เรนถึงทรงชื่นชอบประเทศไทยอย่างมาก คำตอบก็คือ ท่านชื่นชอบในอัธยาศัยไมตรีของคนไทย คนไทยมีความยิ้มแย้ม ถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งจุดนี้เป็นนิสัยของคนไทยโดยทั่วไปที่ทำให้ชาวต่างชาติตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว"

คนไทยสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในบาห์เรนได้นานถึง 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า เช่นเดียวกับชาวบาห์เรนที่จะมาไทย

ล่าสุด เมื่อ 1 พ.ย. 2560 นายกรัฐมนตรีบาห์เรนเสด็จเยือนเป็นทางการ และทรงพบกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยพล.อ. ประยุทธ์ ขอบพระทัยที่เสด็จเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรด้วยพระองค์เอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีบาห์เรนรับสั่งว่าไม่ว่าอย่างไรต้องมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีบทบาทสำคัญและพระมหากรุณาธิคุณทั้งต่อประชาชนชาวไทยและนานาชาติ

เว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบาห์เรน โดยกระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุว่า ไทยและบาห์เรนได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 17 ม.ค. 2520 มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิด บาห์เรนถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางและมีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมไทยสู่ประเทศในตะวันออกกลางในหลายมิติและมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดทั้งระดับทวิและพหุภาคี เช่น การให้เงินช่วยเหลือไทย เมื่อครั้งน้ำท่วมปี 2554 การให้คนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศบาห์เรนโดยไม่ต้องขอวีซ่า การให้การสนับสนุนไทยในเวทีระหว่างประเทศต่าง ๆ เป็นต้น

เว็บไซต์นี้ ระบุด้วยว่า บาห์เรนเคยเป็นเมืองท่าสำคัญในเส้นทางค้าขายระหว่างยุโรปกับอินเดีย คนบาห์เรนจึงมีความเข้าใจความแตกต่างด้านวัฒนธรรม แม้ว่าในภายหลังจะได้รับอิทธิพลของศาสนาอิสลาม สังคมบาห์เรนมีทัศนคติสายกลางและพร้อมที่จะเข้าใจวัฒนธรรมประเพณีของคนต่างชาติมากกว่าหลาย ๆ ประเทศในตะวันออกกลาง จึงทำให้บาห์เรนดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาทำงานจากทั้งประเทศตะวันตก แอฟริกาและเอเชีย โดยมีชาวต่างชาติอาศัยและทำงานอยู่ในบาห์เรนกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด

       เจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ เมื่อครั้งทรงเสด็จวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  (ภาพจาก NOW26)

สัมพันธ์ไทย-บาห์เรน ในเครือโรงแรมเคมปินสกี้

เครือโรงแรมเคมปินสกี้ เรียกตัวเองว่าเป็น "เครือโรงแรมหรูที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป" จะมีอายุครบ 122 ปี ในวันที่ 5 เม.ย. นี้ ก่อตั้งในประเทศเยอรมนี เมื่อปี 1897 ปัจจุบัน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (เอฟที) รายงาน เมื่อ 24 พ.ค. 2009 ว่า เครือโรงแรมเคมปินสกี้ เคยเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหุ้นของประเทศเยอรมนี ต่อมาถอนตัวออกไปเป็นบริษัทจำกัดอีกครั้งเมื่อปี 2002

เว็บไซต์ ของเครือโรงแรมเคมปินสกี้ ระบุว่า เมื่อปี 2004 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ของไทย เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ บริษัท เคมปินสกี้ จำกัด ทำให้บริษัทสามารถขยายเครือข่ายออกไปได้ทั่วโลก โดยพัฒนาตลาดใหม่ ๆ แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนการถือหุ้น ทว่ารายงานของเอฟที เมื่อ 24 พ.ค. 2009 ระบุว่า สำนักงานทรัพย์สินฯ ถือหุ้นในเครือโรงแรมนี้ถึง 86% ส่วนอีก 14% ถือโดยสาแหรกหนึ่งของราชวงศ์บาห์เรน

เว็บไซต์ของเครือโรงแรมเคมปินสกี้ ระบุว่า ผ่านไป 13 ปี จนถึง ก.พ. 2017 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทั้ง 2 ราย ได้เข้าสู่กระบวนการ "เปลี่ยนถ่ายหุ้น" ทำให้ จำนวนหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในมือของ "ผู้ถือหุ้นชาวบาห์เรนคนเดิม" และทำให้ ผู้ถือหุ้นเดิมจากประเทศไทยกลายเป็น "ผู้ถือหุ้นข้างน้อย" โดยไม่บอกจำนวนการถือครองหุ้นของทั้งสองฝ่าย

"ผู้ถือหุ้นทั้งสองยังคงยืนหยัดอยู่กับยุทธศาสตร์ระยะยาวของเคมปินสกี้ในการเป็นเครือข่ายอิสระในการบริหารจัดการโรงแรมหรูสัญชาติยุโรปต่อไป" เว็บไซต์ดังกล่าวชี้แจง

เว็บไซต์ ข่าวสารกฎหมาย LegalMonitor รายงานเมื่อ 22 ก.พ. 2017 ว่า สำนักงานกฎหมายและบัญชีนานาชาติ เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ ในไทยและเยอรมนีเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่สำนักงานทรัพย์สินฯ ในการขายครั้งนี้ โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย "ตกลงไม่เปิดเผยราคา" ของธุรกรรมนี้ที่เสร็จสิ้นเมื่อ 16 ก.พ. 2017

ทันทีที่ธุรกรรมนี้เสร็จสิ้น เครือโรงแรมเคมปินสกี้ ออกเอกสารแถลงเมื่อ 16 ก.พ. ว่า ได้ตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล (Supervisory Board) ชุดใหม่ ที่ประกอบไปด้วย นายอับดุลลา ฮาซัน ซาอีฟ อดีต รมว. คลัง ของบาห์เรน เป็นประธาน และ นายชุมพล ณ ลำเลียง อดีต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นรองประธาน

เว็บไซต์ของเคมปินสกี้ ระบุว่า ปัจจุบันเครือโรงแรมเคมปินสกี้ รับบริหารโรงแรม 5 ดาว ทั้งหมด 76 แห่ง ใน 31 ประเทศ ทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชีย ทั่วทวีปอเมริกา ในส่วนของประเทศไทย เป็นโรงแรมขนาด 401 ห้อง ใช้ชื่อว่า สยามเคมปินสกี้ ตั้งอยู่บริเวณข้างสยามพารากอน

 

 

ที่มา  BBC Thai

 



 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: