Variety Update :

สูงอายุแค่ไหน ถึงควรเลิกขับรถ?


สูงอายุแค่ไหน ถึงควรเลิกขับรถ?

หลังข่าวการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ของดยุคแห่งเอดินบะระหรือ เจ้าชายฟิลิป ซึ่งมีพระชนมายุ 97 พรรษา ที่บริเวณใกล้กับพระตำหนักซานดริงแฮมของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ

โดยเจ้าชายฟิลิปทรงขับรถพระที่นั่งรถเรนจ์โรเวอร์ และชนเข้ากับรถอีกคันรถ แล้วไถลออกจากถนนส่วนบุคคลเข้าไปบนถนนสาย A149 ซึ่งแพทย์ได้ยืนยันว่าไม่ทรงได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้แต่อย่างใด

หลายคนคงแปลกใจที่ทราบว่าเจ้าชายฟิลิปยังทรงขับรถพระที่นั่งเองอยู่ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าพระองค์ทรงชอบทำอะไรด้วยตัวเอง และคงจะปฏิเสธหากใครจะมาห้ามไม่ให้พระองค์ทรงขับรถเอง

ดยุคแห่งเอดินบะระทรงยุติการปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ส.ค. 2017 หลังจากทรงงานเคียงข้างสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และทรงเข้าร่วมงานการกุศลต่าง ๆ ของพระองค์เอง และงานขององค์กรต่าง ๆ ซึ่งทางสำนักพระราชวังบักกิงแฮม ได้คำนวณว่า ทรงออกปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยลำพังพระองค์เองมาแล้วถึง 22,219 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 1952

เมื่อปี 2016 เจ้าชายฟิลิปทรงเคยขับรถให้อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา และนางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ขณะทั้งสองมาเยือนพระราชวังวินด์เซอร์เมื่อปี 2016


วิคตอเรีย วอร์น ผู้ขับรถผ่านขณะเกิดเหตุและสามีของเธอเป็นคนช่วยนำตัวเจ้าชายฟิลิปออกมาจากรถ บอกว่า พระองค์ทรงถามทันทีว่า "ไม่มีใครเป็นอะไรใช่ไหม ...ฉันนี่มันเซ่อจริง ๆ"

อย่างไรก็ดี ในระหว่างที่กำลังมีการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ ก็น่าจะมีการทูลขอร้องให้พระองค์ทรงเลิกขับรถด้วยตัวเองแล้ว

ฮิวโก วิคเคอร์ส นักเขียนชีวประวัติบุคคลในราชสำนัก บอกว่า "หลายปีก่อน พระองค์ทรงเลิกขับเครื่องบินก่อนถึงเวลาที่ควรจะเลิกอยู่หลายปี เพราะทรงกังวลว่าหากเกิดอะไรขึ้นมาจะทำให้เกิดเสียงวิจารณ์...ดังนั้นจึงทรงรับฟัง และทรงทำอย่างมีเหตุมีผล"

"หากพระองค์ทรงคิดว่าตัวเองเสียสมาธิ หรือไม่ทันมองรถ พระองค์ก็จะทรงตระหนักว่าพระองค์ไม่ควรจะขับรถอีกแล้ว"

นายเอ็ดมันด์ คิง ประธานสมาคมยานยนตร์สหราชอาณาจักร บอกว่า อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดกับบุคคลซึ่งเป็นที่รู้จักกว้างขวางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีผู้สูงอายุ มักทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ห้ามหรือกำหนดข้อจำกัดของผู้ขับรถที่สูงอายุ

นายคิงบอกว่า หากจะใช้อายุมาเป็นเกณฑ์กำหนดแล้วละก็ เขาเห็นว่ามีแนวโน้มจะกำหนดข้อจำกัดกับคนวัยหนุ่มสาวมากกว่า เพราะคนสูงอายุมักจะกำหนดตัวเองให้ขับรถเฉพาะเส้นทางที่คุ้นชิน และไม่ขับเวลากลางคืน

ด้านองค์กรเพื่อการกุศลด้านความปลอดภัยบนท้องถนนหรือ Brake ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการทดสอบสายตาผู้ขับขี่อย่างน้อยทุก ๆ 10 ปี เพราะด้วยประชากรที่สูงวัยขึ้น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีกระบวนการที่เข้มงวดเพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าผู้ขับขี่ที่สูงวัยไม่ได้ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเสี่ยงอันตราย

 

 

ข้อมูลจาก BBC Thai

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: