Variety Update :

หญิงไทยติดอันดับโลกแม่มีลูกน้อย ขณะที่แม่ทั่วโลกมีบุตรลดลง



หญิงไทยติดอันดับโลกแม่มีลูกน้อย ขณะที่แม่ทั่วโลกมีบุตรลดลง

งานวิจัยล่าสุดที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารแลนเซ็ต (Lancet) ที่เปิดเผยว่า ผู้หญิงทั่วโลกมีลูกลดลง และประเทศเกือบครึ่งโลกจะเผชิญปัญหาขาดแคลนเด็กเกิดใหม่ หรือ "baby bust" ซึ่งหมายถึง จำนวนเด็กที่เกิดมามีไม่เพียงพอต่อการรักษาจำนวนประชากรเดิมไว้ได้ ซึ่ง ผลที่ตามมาก็คือ ประเทศต่าง ๆ จะมี "ปู่ย่าตายายมากกว่าหลาน"

การศึกษานี้ เป็นการติดตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศตั้งแต่ปี 1950 ถึง 2017 โดยในปี 1950 ในช่วงชีวิตหนึ่งของผู้หญิงจะมีลูกเฉลี่ย 4.7 คน แต่ในปีที่แล้วพบว่าอัตราเจริญพันธุ์ลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 2.4 คน

แต่ตัวเลขนี้มีความผันผวนอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกันในหลายประเทศ เช่น อัตราเจริญพันธุ์ในไนเจอร์ ชาติในแอฟริกาตะวันตกอยู่ที่ 7.1 คน แต่ในไซปรัส ประเทศที่เป็นเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนั้น โดยเฉลี่ยผู้หญิงจะมีลูกเพียง 1 คน

เมื่ออัตราการเจริญพันธุ์ของประเทศตกลงต่ำกว่าประมาณ 2.1 จำนวนประชากรจะเริ่มหดตัวลง (ตัวเลข "baby bust" นี้ จะยิ่งมีความสำคัญยิ่งขึ้นไปอีกในประเทศที่มีอัตราการตายของเด็กสูง)

ศ. คริสโตเฟอร์ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการสถาบันเมตริกส์สุขภาพและการประเมินผล มหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าวกับ บีบีซี ว่า "เรามาถึงจุดที่ประเทศทั่วโลกราวครึ่งหนึ่งมีอัตราเจริญพันธุ์ที่ต่ำกว่าระดับทดแทน ดังนั้น ถ้าไม่ทำอะไร จำนวนประชากรจะลดลงในประเทศเหล่านั้น"

แต่มันไม่ได้หมายความว่า จำนวนคนที่ใช้ชีวิตในประเทศเหล่านั้นลดลง อย่างน้อยก็ยังไม่ลดลงในตอนนี้ เพราะขนาดประชากรเป็นผลมาจากหลายปัจจัยผสมกัน ทั้งเรื่องของอัตราเจริญพันธุ์, อัตราการตาย และการอพยพย้ายถิ่น ดังนั้นอาจต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วอายุคนจึงจะรับรู้ได้ถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราเจริญพันธุ์ที่เกิดขึ้น

ประเทศต่าง ๆ ในโลกราวครึ่งหนึ่งยังคงมีเด็กเกิดใหม่ที่เพียงพอ แต่ขณะเดียวกันประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น จะมีอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำมากขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้การลดของอัตราเจริญพันธุ์ไม่ได้เกี่ยวกับจำนวนสเปิร์ม หรือปัญหาต่าง ๆ ที่ปกติผู้คนนึกถึงเมื่อพูดถึงการเจริญพันธุ์ แต่เกิดจากปัจจัยที่สำคัญ 3 อย่างได้แก่:

- อัตราการตายในเด็กลดลง ทำให้ผู้หญิงมีลูกน้อยลง
- การเข้าถึงการคุมกำเนิดมากขึ้น
- มีผู้หญิงได้รับการศึกษาและทำงานมากขึ้น

โดย 10 ชาติที่มีอัตราการเจริญพันธุ์หรือมีบุตรต่ำที่สุดในปี 2017 ที่ผ่านมา คือ ไซปรัส ไต้หวัน เกาหลีใต้ อันดอร์รา เปอร์โตริโก ไทย บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา โปแลนด์ มอลโดวา และญี่ปุ่น

แล้วจีนล่ะ?

จีนเป็นประเทศที่มีประชากรเพิ่มจำนวนขึ้นมากนับตั้งแต่ปี 1950 จากประมาณ 500 ล้านคน เป็น 1.4 พันล้านคน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ จีนเพิ่งยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว

เหตุผลที่ประเทศพัฒนาแล้วจำเป็นต้องมีอัตราเจริญพันธุ์ที่ 2.1 นั้นเป็นเพราะเด็กที่เกิดมาไม่ใช่ว่าจะรอดและเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ทุกคน และทารกก็มักจะเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย

แต่ในจีน รายงานระบุว่า เด็กหญิงที่เกิดใหม่ทุก ๆ 100 คน มีเด็กชายเกิดใหม่ 117 คน ซึ่ง "อาจหมายถึงมีการทำแท้งเพื่อเลือกเพศลูก และแม้แต่อาจจะมีการฆ่าทารกที่เป็นเพศหญิงก็ได้"

นั่นหมายความว่า จำเป็นต้องมีเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาจำนวนประชากร

 

 

 

ที่มา  BBC Thai

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: