Facebook Twitter
gPlus 
-

รู้จัก ภูเขาไฟรินจานีในเกาะลอมบอก ที่นักท่องเที่ยวแนวผจญภัยให้ความนิยม

|



รู้จัก ภูเขาไฟรินจานีในเกาะลอมบอก ที่นักท่องเที่ยวแนวผจญภัยให้ความนิยม

จำนวนคนไทยที่ติดค้างบนภูเขาไฟรินจานี ในเกาะลอมบอกกว่า 200 คน สะท้อนถึงความนิยมต่อการท่องเที่ยว แนวผจญภัยของนักท่องเที่ยวไทย

เรื่องนี้ นพ.อรรควิชญ์ หาญนวโชค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ผู้ก่อตั้งและดูแลเฟซบุ๊กเพจแนะนำการท่องเที่ยว "หมอ ๆ ตะลุยโลก" มาแล้ว 5 ปี และมีผู้ติดตามอยู่มากกว่า 1.5 แสนคน บอกกับ บีบีซีไทย ว่า การเดินสำรวจภูเขาไฟในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และแตกต่างจากการปีนเขาในไทยแล้ว ยังมีอีก 4 เหตุผล ที่คนไทยไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านทางใต้มากขึ้นในขณะนี้

1) การปีนภูเขาไฟยังแบบดั้งเดิม

หากพิจารณาการปีนเขาในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้แล้ว จะพบว่าการผจญภัยบนภูเขาไฟในอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นที่ภูเขาไฟโบรโม ภูเขาไฟรินจานี และภูเขาไฟคาวาอีเจียน ยังคงรูปแบบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติดั้งเดิม ทิวทัศน์ยังมีความเป็นธรรมชาติสูง ไม่ถูกคุกคามมาก

เมื่อเที่ยบกับสถานที่ปีนเขาอื่น ๆ ที่คนไทยนิยม เช่น การปีนภูเขาไฟฟูจิในญี่ปุ่น หรือ การปืนยอดเขาเอเวอเรสต์ในเนปาล ระยะทางและเวลาในการเดินทางมาที่เกาะลอมบอกใช้เวลาไม่นาน ระยะเวลาบินราว 4 ชั่วโมง จากกรุงเทพมหานครมายังสนามบินเดนปาซาร์ บนเกาะบาหลี และ บินต่อไปยังเกาะลอมบอกอีกเพียง 30 นาทีเท่านั้น



2. ค่าใช้จ่ายไม่สูง


โดยปกติจุดหมายหลักในการท่องเที่ยวบนเกาะลอมบอก ก็คือ "การปีนภูเขาไฟรินจานี" ส่วนใหญ่คนไทยจะมาเป็นกลุ่ม ๆ ละประมาณ 10-20 คน โดยจะจองกับบริษัทนำเที่ยวท้องถิ่น หากเป็นกลุ่มใหญ่ ค่าทัวร์ก็ถือว่าคุ้มค่าเงินมากขึ้น โดยเฉลี่ย หากเป็นแพกเกจ 3 วัน 2 คืน มีค่าใช้จ่ายราว 150 ดอลลาร์สหรัฐ ฯ หรือราว 5,000 บาท ต่อคน ขณะที่การเดินทางมายังเกาะลอมบอก ก็มีสายการบินต้นทุนต่ำก็ให้บริการ

หากเทียบกับการปีนเขาหรือภูเขาไฟที่ประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ ค่าใช้จ่ายโดยรวมถือว่าสูงกว่าที่เกาะลอมบอก

3. คนหนุ่มสาวคือกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก

การปีนเขาจำเป็นต้องอาศัยความอดทนและความแข็งแรงของร่างกาย ดังนั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก ๆ ของไทยส่วนใหญ่ เป็นคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน อายุตั้งแต่ 20 - 40 ปี ที่สำคัญก่อนมาเที่ยวภูเขาไฟ ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะการเดินบนภูเขาไฟจะต้องใช้ระยะเวลานานหลายชั่วโมงและต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เบาบางเพราะอยู่บนที่สูง นอกจากนี้ต้องเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดแผ่นดินไหว

4. ช่วงนี้คือฤดูการท่องเที่ยว

โดยปกติแล้วช่วง มิ.ย. - ต.ค. เป็นช่วงที่เหมาะสมในการเดินทางมาที่เกาะลอมบอกมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ฝนตกน้อยที่สุด ส่วนช่วงที่ถือว่าเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว คือ ช่วงเดือน ก.ค. ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ช่วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาจึงมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาปีนภูเขารินจานีเป็นจำนวนมาก

เกาะลอมบอกถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย และอยู่ห่างเกาะบาหลีไม่ไกลไปทางทิศตะวันออกราว 40 กิโลเมตร อินโดนีเซียถือเป็นสถานที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติจากใต้พื้นพิภพอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือ สึนามิ เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา




โดยหลังจากแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ดินถล่มปิดทางเข้าออก แต่ล่าสุดเจ้าหน้าทีสามารถเปิดทางออกบางส่วนและปฏิบัติการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างบนภูเขาได้แล้ว

ผู้ที่ติดค้างอยู่บนภูเขาไฟรินจานีมากกว่า 500 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจาก ฝรั่งเศส ไทย เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย ที่ยังรอการช่วยเหลือ ล่าสุดมีรายงานว่านักท่องเที่ยวบางส่วนได้เดินทางลงมาแล้ว เหลือเพียง 266 คนเท่านั้นที่ยังรอการช่วยเหลือ

สำหรับแผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาก่อน 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวานนี้ (29 ก.ค.) สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างออกไปทางตอนเหนือของเกาะลอมบอกราว 40 กิโลเมตรและอยู่ลึกลงไปราว 7 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างพังเสียหายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาอย่างน้อย 120 ครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดมีขนาด 5.7

ที่มา  BBC Thai



ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

รู้จัก ภูเขาไฟรินจานีในเกาะลอมบอก ที่นักท่องเที่ยวแนวผจญภัยให้ความนิยม

รู้จัก ภูเขาไฟรินจานีในเกาะลอมบอก ที่นักท่องเที่ยวแนวผจญภัยให้ความนิยม

จำนวนคนไทยที่ติดค้างบนภูเขาไฟรินจานี ในเกาะลอมบอกกว่า 200 คน สะท้อนถึงความนิยมต่อการท่องเที่ยว

SHAREความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน