Variety Update :

Burberry เผาสินค้าค้างสต็อกคุณภาพดีไปกว่าพันล้านบาท เพราะกลัวโดนก๊อบ



Burberry เผาสินค้าค้างสต็อกคุณภาพดีไปกว่าพันล้านบาท เพราะกลัวโดนก๊อบ

จากรายงานประจำปีของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติอังกฤษ เจ้าของเอกลักษณ์ลายตารางและเทรนช์โค้ตอย่าง Burberry ระบุว่า แบรนด์ได้ทำลายสินค้าค้างสต็อกภายใต้แบรนด์ Burberry ด้วยวิธีการเผาทิ้ง ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ไปจนถึงน้ำหอม มูลค่ารวมกว่า 37 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,237 ล้านบาทไทย เพราะกลัวโดนก๊อบปี้สินค้า

แม้ Burberry จะเป็นแบรนด์แฟชั่นที่เป็นที่รู้จักกันดี แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Burberry ก็ผลิตสินค้ามาเกินความต้องการของตลาดอยู่มาก ทำให้มีจำนวนสินค้าที่ขายไม่ได้และค้างสต็อกสูงขึ้น จากรายงานสินค้าที่ค้างสต็อกของปีล่าสุดทำให้เราเห็นว่า Burberry มีสินค้าค้างสต็อกเพิ่มขึ้นจาก 2 ปีที่แล้วถึง 50% และตลอด 5 ปีที่ผ่านมา Burberry ก็ได้เผาทำลายสินค้ารวมมูลค่าไปแล้วกว่า 118 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเหตุผลที่แบรนด์ตัดสินใจเผาทำลายสินค้าค้างสต็อกดังกล่าวทั้งหมดก็เพราะว่า ไม่ต้องการให้สินค้าที่เหลือเหล่านั้นหลุดไปยังตลาดมืด ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการนำไปขึ้นตัวอย่างสินค้าลอกเลียนแบบในภายหลังได้

ตัวแทนจาก Burberry ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า ทางแบรนด์มีขั้นตอนในการลดจำนวนสินค้าค้างสต็อกอย่างระมัดระวัง และยังมีผู้เชี่ยวชาญที่ควบคุมและใช้ประโยชน์จากพลังงานที่เกิดจากขั้นตอนการทำลายสินค้าอีกด้วย เขากล่าวว่า “ในกรณีที่เราจำเป็นจะต้องทำลายสินค้า เราก็ทำอย่างมีความรับผิดชอบ และเรายังเดินหน้าเสาะหาวิธีที่จะลดและเพิ่มมูลค่าจากสินค้าเหลือใช้เหล่านั้นอยู่ตลอด”

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ Burberry เคยบริจาคเสื้อผ้ากว่า 5,000 ชิ้นให้กับองค์กร Smart Works ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลของอังกฤษที่ช่วยจัดหาเสื้อผ้าให้กับสตรีว่างงานที่ไม่มีรายได้ และฝึกให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการสมัครงาน แต่จำนวนสินค้าที่ Burberry เคยนำไปบริจาคก็ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสินค้าที่พวกเขาเผาทำลายไปในแต่ละปี

ไม่ใช่แค่ Burberry ที่มีข่าวการเผาทำลายสินค้าคุณภาพดีที่ค้างสต็อก เมื่อปี 2017 แบรนด์เสื้อผ้า ready-to-wear อย่าง H&M ก็เคยมีข่าวว่าเผาทำลายเสื้อผ้าที่ค้างสต็อกกว่า 12 ตันต่อปี แม้แบรนด์จะพยายามโปรโมตความ Sustainability หรือการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยภายหลังตัวแทนจาก H&M ก็ออกมาปฏิเสธ และให้เหตุผลว่าเสื้อผ้าดังกล่าวที่ถูกเผาไม่ผ่านมาตรฐานคุณภาพ และเป็นอันตรายเมื่อผ่านการทดสอบกับสารเคมีบางชนิด

เช่นเดียวกับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอีกแบรนด์อย่าง Céline ที่เคยถูกกล่าวหาเมื่อปี 2010 ว่า แบรนด์ทำลายสินค้าคอลเล็กชันเก่าทิ้งทั้งหมด เพราะมีการเปลี่ยนตำแหน่ง Creative Director ให้กับฟีบี ไฟโล (Phoebe Philo) ในปี 2008 เพื่อให้เธอมีอำนาจในการออกแบบภาพลักษณ์ของแบรนด์หลังจากนั้นได้อย่างเต็มที่

ยังมีแบรนด์แฟชั่นอีกหลายแบรนด์ที่มีข่าวว่าทำลายสินค้าคุณภาพดีอย่างสิ้นเปลือง ในขณะที่บางแบรนด์ก็หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะให้สินค้าระดับไฮเอนด์ของตัวเองต้องถูกไปขายต่อในราคาถูกหรือนำไปเป็นต้นแบบของสินค้าลอกเลียนแบบภายหลัง ด้วยการเปิดฤดูกาลเซลสินค้าราคาพิเศษให้กับพนักงานในองค์กรเท่านั้น และไม่อนุญาตให้พนักงานในองค์กรนำสินค้าเหล่านั้นไปขายต่อ ซึ่งหากมีการนำไปขายต่อ ก็จะถูกตามสืบผ่านรหัสสินค้าแต่ละชิ้นอย่างละเอียด

ที่มา  thestandard


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: