Facebook Twitter
gPlus 
-

มีกะเค้าด้วยนะ! 17 ก.ค.วันอิโมจิโลกของทุกปี

|



มีกะเค้าด้วยนะ! 17 ก.ค.วันอิโมจิโลกของทุกปี

อีโมจิ (Emoji) ที่มีมากกว่า 2,000 รูปแบบ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในปัจจุบันไปแล้ว พวกมันถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในปี 1999 โดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่น โดยไม่มีรายงานแน่ชัดว่าวันที่เท่าไหร่ แต่เพราะวันที่ที่แสดงอยู่บน อิโมจิรูปปฏิทิน ของแอปเปิลลงวันที่ 17 ก.ค. เอาไว้ มันจึงถูกยกให้เป็นวันอิโมจิโลกของทุกปี

อิโมจิ มีต้นกำเนิดมาจาก "ชิเกทากะ คุริตะ" ซึ่งเป็นนักออกแบบอินเทอร์เฟซของโทรศัพท์ของ เอ็นทีที โอโคโม บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เขาได้ออกแบบอิโมจิมา 176 แบบด้วยกันโดยออกแบบอิโมจิในตารางสี่เหลี่ยมขนาด 12 x 12 พิกเซล ซึ่งตัวแรกที่ออกมาประกอบด้วยจุด 144 จุด มีขนาดข้อมูล 18 ไบต์

จุดประสงค์ของการสร้างอิโมจิขึ้น ก็เพื่อให้การสื่อสารด้วยอีเมลทางโทรศัพท์มือถือนั้นง่ายขึ้น เพราะว่าระบบอีเมลในโทรศัพท์มือถือเริ่มแรกนั้นอนุญาตให้เขียนข้อความได้เพียงแค่ 250 ตัวอักษรเท่านั้น และอิโมจิก็ให้สื่อสารได้ใจความมากขึ้นในพื้นที่จำกัดนั้น

คุริตะเคยบอกกับผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นระหว่างให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ชอบหน้าตาของพวกมันเลย เนื่องจากมันมีลักษณะเป็นเหลี่ยม ๆ แต่ในปัจจุบันนี้ อิโมจิมีจำนวนมากกว่า 2,000 รูปแบบ และมีหน้าตาเปลี่ยนไปมาก โดยการใช้กราฟิกแบบเวคเตอร์เข้ามาช่วยทำให้มีรูปทรงที่สวยงามกว่าเดิม

จากข้อมูลเมื่อปี 2017 ระบุว่าผู้คนส่งอิโมจิถึงกันราว 6 พันล้านรูปต่อวัน โดยที่ผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนในโลกนี้อยู่ราว 2 พันล้านเครื่อง ใน 6 พันล้านรูปนั้น 70% เป็นหน้ายิ้ม และ รูปหัวใจแสดงความรัก มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่แสดงความเศร้าหรือไม่พอใจ

ประเทศต่าง ๆ มีการใช้อิโมจิแตกต่างกันไปตามพื้นฐานวัฒนธรรมของตนเอง ชาวแคนาดาใช้อิโมจิรูปอึมากที่สุด ขณะที่ชาวออสเตรเลียมักจะใช้อิโมจิเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการพักร้อน นอกจากนี้ ชาวรัสเซียมีแนวโน้มจะใช้อิโมจิเกี่ยวกับความโรแมนติกมากกว่าชาติอื่น ส่วนชาติที่พูดภาษาอาราบิก มักจะใช้อิโมจิเป็นรูปดอกไม้ ส่วนชาวอังกฤษใช้อิโมจิเป็นรูปเบียร์

การใช้อิโมจินั้นไม่ต้องสอน เพราะมันเป็นภาษาที่บ่งบอกถึงอารมณ์ของมนุษย์ที่เป็นสากลอยู่แล้ว ผู้ที่เห็นก็จะเดาได้ว่าคนส่งต้องการสื่อสารอะไร และเด็กอายุ 6 ขวบก็สามารถที่จะใช้อิโมจิได้ดีเท่า ๆกับหรือดีกว่าคนอายุ 45 เสียอีก

ศาสตราจารย์วิฟเวียน อีแวนส์ ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาการสื่อสารที่สนใจในบทบาทของอิโมจิต่อมนุษย์ บอกว่า อิโมจิไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นรูปแบบการสื่อสารดิจิตอลที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ และพวกมันสามารถแสดงอารมณ์ของผู้ส่งสารได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องอธิบายกันมาก

เขาเชื่อว่ายังมีช่องว่างที่ให้พัฒนาไปอีกมากในอนาคต เช่น บริษัทสตาร์ทอัพรายหนึ่งในซิลิคอน แวลเลย์ในสหรัฐฯ ก็กำลังพยายามพัฒนาแอปฯ ที่ทำให้รูปตัวแทนของผู้ใช้หรือที่เรียกว่า อวาทาร์ นั้นสามารถแสดงอารมณ์เจ้าของไปได้ต่าง ๆ กันอีกด้วย


ที่มา BBC Thai

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

มีกะเค้าด้วยนะ! 17 ก.ค.วันอิโมจิโลกของทุกปี

มีกะเค้าด้วยนะ! 17 ก.ค.วันอิโมจิโลกของทุกปี

อีโมจิ ที่มีมากกว่า 2,000 รูปแบบ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในปัจจุบันไปแล้ว

SHAREความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน