Variety Update :

สถานีอวกาศเทียนกง-1 ตกสู่โลก ลงในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้แล้ว


                                                               ViralVideoLab


สถานีอวกาศเทียนกง-1 ตกสู่โลกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้แล้ว

สถานีอวกาศเทียนกง-1 ของจีนที่สูญเสียการควบคุม ได้ตกกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกแล้ว เมื่อเวลา 00.16 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช หรือ 07.16 น. ตามเวลาในประเทศไทย หลังจากถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรของโลกเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2554 จากฐานปล่อยจรวดเมืองจิ๋วฉวน มณฑลกานซู มีวงโคจรห่างจากโลก 350 กม. มีขนาด 8.5 ตัน ยาวกว่า 10 เมตร และเป็นสถานีอวกาศแห่งแรกของจีน

ชิ้นส่วนของสถานีอวกาศดังกล่าวถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศเป็นส่วนใหญ่ ก่อนส่วนที่เหลือจะตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะตาฮีตี โดยดร. โจนาธาน แม็กโดเวลล์ จากศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียนของสหรัฐฯ ได้ระบุทางทวิตเตอร์ว่า ตำแหน่งที่ซากของสถานีอวกาศเทียนกง-1 ตกลงสู่มหาสมุทรในครั้งนี้ อยู่นอกน่านน้ำส่วนที่ได้ชื่อว่าเป็น "สุสานยานอวกาศ" ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ไม่ไกลมากนัก ซึ่งตามปกติแล้วดาวเทียมและสถานีอวกาศต่าง ๆ ที่สิ้นอายุการใช้งาน จะถูกบังคับให้ตกกลับสู่โลกในบริเวณนี้

สถานีอวกาศเทียนกง-1 ได้สูญเสียการควบคุมไปเมื่อปี 2016 ทำให้ไม่สามารถสั่งการจุดระเบิดจรวดขับดัน เพื่อบังคับทิศทางให้ตกลงสู่ "สุสานยานอวกาศ"ซึ่งเป็นจุดที่ห่างไกลจากผืนแผ่นดินมากที่สุดในมหาสมุทรและแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

โดยสถานีอวกาศเทียนกง ได้ถูกส่งขึ้นไปเพื่อทดสอบปฏิบัติการหลายอย่างในอวกาศ เพื่อเตรียมการขั้นต้นสำหรับการสร้างสถานีอวกาศของจีนให้เสร็จสิ้นภายในปี 2563 โดยเทียนกง 1 มีความพิเศษไม่เหมือนกับยานลำก่อนๆของจีน ซึ่งภายในตัวยานได้ติดตั้งระบบการเชื่อมต่อไว้มากมาย รวมถึงเตรียมรอรับการเชื่อมต่อยานอวกาศไร้มนุษย์เสิ่นโจว 8 ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของจีนที่จะเชื่อมต่อยานอวกาศที่เคลื่อนที่อยู่ในวงโคจร และจีนจะเป็นประเทศที่ 3 ต่อจาก สหรัฐฯ และรัสเซียที่มีเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อยานอวกาศในวงโคจร และมีกำหนดว่าจะควบคุมให้กลับสู่โลกลงสู่ทะเล หรือเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ แต่เมื่อเดือนมีนาคม 2559 สำนักงานอวกาศแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ของจีนได้แจ้งไปยังสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ว่าจีนไม่สามารถควบคุมสถานีอวกาศเทียนกง-1 ได้ทำให้ไม่มีใครสามารถระบุเวลาและจุดตกได้อย่างชัดเจน




การตกของวัตถุจากอวกาศที่ตกมายังพื้นผิวโลกนั้นมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มมีการส่งดาวเทียมดวงแรกได้ “สปุตนิก” ของสหภาพโซเวียต โดยทั่วไปแล้วชิ้นส่วนส่วนใหญ่ของดาวเทียมจะถูกเผาไหม้ไปกับชั้นบรรยากาศ แต่กรณีที่เป็นสถานีอวกาศที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวเทียม จะมีชิ้นส่วนบางชิ้นจะเผาไหม้ไม่หมดตกสู่พื้นผิวโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ที่ผ่านมากว่า 60 ปี ชิ้นส่วนจากอวกาศที่ตกลงมาสู่พื้นผิวโลกนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ให้ชีวิตและทรัพย์สินแม้แต่ครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม กฎหมายอวกาศหรือข้อตกลงทางด้านอวกาศมีการกล่าวถึงรายละเอียดของการชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากดาวเทียมหรือสถานีอวกาศ โดยประเทศเจ้าของจะเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย

ร้อยตรีพงศธร ศิริสาคร ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะทำงานติดตามสถานการณ์เทียนกง-1 ได้ร่วมกันจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยจากวัตถุอวกาศ (กรณีสถานีอวกาศเทียนกง-1) ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น โดยหลักๆ ที่ปรากฏในแผนดังกล่าวจะเน้นไปที่ขั้นตอนการปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าระวัง การติดตามสถานการณ์ การแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อประเทศไทยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง การเตรียมการกรณีที่ต้องมีการเผชิญเหตุ แนวทางปฏิบัติตนของประชาขน การฟื้นฟู และการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหาย รวมถึงการประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานในพื้นที่ ระดับจังหวัด อำเภอ มีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนอยู่ตลอดเวลา

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: