Variety Update :

กรุงเวียนนาครองแชมป์เมืองคุณภาพชีวิตดีที่สุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 9



กรุงเวียนนาครองแชมป์เมืองคุณภาพชีวิตดีที่สุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 9

Mercer บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำของโลก เผยผลการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกประจำปี 2018 โดยปรากฏว่า "กรุงเวียนนา" ของออสเตรีย ยังคงครองแชมป์เป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน ส่วนกรุงเทพฯ ครองอันดับ 132 ลดลง 1 อันดับจากปีที่แล้ว

ผลการจัดอันดับนี้ มาจากการสำรวจประเมินข้อมูลของเมืองใหญ่ทั่วโลก 231 แห่ง โดยวิเคราะห์และประเมินข้อมูลต่างๆ ในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ปี 2017 ครอบคลุม 39 ปัจจัยใน 10 หมวดใหญ่ๆ คือ

1. สภาพแวดล้อมทางการเมืองและสังคม รวมถึงปัญหาอาชญากรรม
2. สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ
3. สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม
4. การแพทย์และสุขอนามัย
5. ระบบคมนาคมขนส่งที่สะดวกสบาย ครอบคลุมและปลอดภัย
6. ระบบการศึกษา
7. สถานที่สันทนาการ เช่น ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ โรงละคร สนามกีฬา และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
8. ความหลากหลายของสินค้าอุปโภคบริโภค
9. ที่อยู่อาศัย
10. สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ




โดยกรุงเวียนนาซึ่งมีประชากร 1.8 ล้านคน มีภูมิทัศน์ที่สวยงามและทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม มีระบบการดูแลสุขภาพของรัฐที่ครอบคลุมทั่วถึง และมีค่าใช้จ่ายสำหรับที่อยู่อาศัยในระดับปานกลาง

ส่วนเมืองที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีเยี่ยมในอันดับ 2  ได้แก่ เมืองซูริกของสวิตเซอร์แลนด์, เมืองโอ๊กแลนด์ของนิวซีแลนด์ เป็นอันดับ 3, นครมิวนิกของเยอรมนีอยู่ที่ 4 และนครแวนคูเวอร์ของแคนาดา ลำดับที่ 5

ในปีนี้ยุโรปมีเมืองที่ติดอันดับคุณภาพชีวิตดีที่สุดถึง 8 แห่ง ใน 10 อันดับแรก โดยส่วนใหญ่เป็นเมืองในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี ส่วนเมืองน่าอยู่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือคือนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 30 ของโลก เช่นเดียวกับกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย

ส่วนเมืองที่มีคุณภาพชีวิตในอันดับต่ำสุดยังคงเป็นกรุงแบกแดดของอิรักเช่นเดียวกับปีที่แล้ว และส่วนใหญ่เมืองที่มีคะแนนคุณภาพชีวิตในอันดับรั้งท้ายมักอยู่ในทวีปแอฟริกา ส่วนกรุงดามัสกัสของซีเรียซึ่งประสบกับภาวะสงครามกลางเมืองมาหลายปี อยู่ในอันดับที่ 225

สำหรับเมืองในภูมิภาคเอเชีย สิงคโปร์ติดอันดับคุณภาพชีวิตสูงสุดในลำดับที่ 25 ของโลก กรุงโตเกียวและนครโกเบของญี่ปุ่นอยู่ในอันดับที่ 50 เท่ากัน ส่วนนครไทเปของไต้หวัน และกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 84 และ 85 นครเซี่ยงไฮ้ของจีนอยู่ในอันดับที่ 103 และกรุงเทพมหานครอยู่ในอันดับที่ 132

บริษัทเมอร์เซอร์ผู้จัดทำดัชนีชี้วัดดังกล่าวบอกว่า ผลการจัดอันดับนี้จะช่วยให้กิจการข้ามชาติสามารถประเมิน และตัดสินใจได้ว่า จำนวนเงินที่ต้องจ่ายชดเชยให้กับพนักงานที่ถูกส่งไปประจำในต่างประเทศนั้นควรจะเป็นเท่าใด โดยพิจารณาจากคุณภาพชีวิต และระดับความยากลำบากในการอยู่อาศัยของเมืองดังกล่าว

ข้อมูลจาก BBC Thai , thestandard


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: