Variety Update :

“สตีเฟน ฮอว์คิง” อัจฉริยะผู้ไขความลับแห่งจักรวาล กับหนังสือยอดนิยมที่ไม่มีคนอ่าน



“สตีเฟน ฮอว์คิง” อัจฉริยะผู้ไขความลับแห่งจักรวาล กับหนังสือยอดนิยมที่ไม่มีคนอ่าน

เมื่อโลกสูญเสียอัจฉริยะบุคคลอย่าง "ศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์คิง" นักฟิสิกส์ผู้ที่ได้รับการยกย่องจากทั่วโลก โดยเขาเสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยวัย 76 ปีที่บ้านพักใกล้มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในสหราชอาณาจักร หลังต่อสู้กับกับโรคเซลล์ประสาทนำคำสั่งเสื่อม (Motor Neurone Disease-MND ) หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาเกือบชั่วชีวิต

ศ.ฮอว์คิง คือชายที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน เป็นทูตสัมพันธไมตรีของวงการวิทยาศาสตร์ที่ผู้คนนิยมชมชอบ ทั้งเอาใจใส่สม่ำเสมอในเรื่องเปิดให้สาธารณชนสามารถเข้าถึงและศึกษาผลงานของเขาได้ตลอดเวลา หนังสือ "ประวัติย่อของกาลเวลา" (A Brief History of Time) ของ ศ.ฮอว์คิง เป็นหนึ่งในงานเขียนที่ได้ขึ้นแท่นขายดีอันดับหนึ่ง อย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยคาดคิดมาก่อน

"ประวัติย่อของกาลเวลา" อธิบายเรื่องจักรวาลวิทยาให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้นั้น ขายดิบขายดีกว่า 10 ล้านเล่มและสร้างชื่อเสียงให้กับ ศ.ฮอว์คิง อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เขารู้ดีถึงฉายาของหนังสือเล่มนี้ว่าเป็น "หนังสือยอดนิยมที่ไม่มีคนอ่าน" เพราะมีน้อยคนที่ซื้อหนังสือไปแล้วจะลงมืออ่านอย่างจริงจังหรืออ่านได้จนจบ

เขายังเป็นผู้ค้นพบปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "การแผ่รังสีฮอว์คิง" (Hawking Radiation) ซึ่งหมายถึงการที่หลุมดำเกิดการรั่วไหลของพลังงานจนค่อย ๆ ระเหยหมดไปได้ในที่สุด โดยการค้นพบนี้และข้อเสนอทางจักรวาลวิทยาของเขาที่รวมเอาทฤษฎีสัมพัทธภาพและหลักกลศาสตร์ควอนตัมเข้าด้วยกัน ทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียง โดยผู้คนต่างทึ่งกับวิสัยทัศน์ของศ.ฮอว์คิงในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ โดยไม่ต้องคำนวณหรือทดลองแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่า "ทฤษฎีแห่งสรรพสิ่ง" (Theory of everything) หรือแนวคิดที่ ศ.ฮอว์คิง เสนอว่าจักรวาลมีวิวัฒนาการมาตามกฎเกณฑ์ที่แน่นอนชุดหนึ่ง เป็นแนวคิดที่ดึงดูดความสนใจของคนทั่วไปมากที่สุด

"กฎเกณฑ์ที่สมบูรณ์ชุดนี้สามารถให้คำตอบกับเราได้ในคำถามที่ว่า จักรวาลถือกำเนิดขึ้นอย่างไร? กำลังจะไปในทิศทางไหน? และจะมีจุดจบหรือไม่ ? อย่างไร? ถ้าเราพบคำตอบในเรื่องเหล่านี้ เราก็จะล่วงรู้ถึงจิตใจของพระเจ้า" ศ.ฮอว์คิงกล่าว

ความโด่งดังของอัจฉริยะยุคใหม่ผู้นี้ ยังเห็นได้จากการปรากฏตัวในสื่อและรายการโทรทัศน์ยอดนิยมจำนวนมาก แม้แต่ในรายการการ์ตูนเดอะซิมป์สันส์ (The Simpsons) ตอนหนึ่ง ยังมีการสร้างให้ภาพการ์ตูนของ ศ.ฮอว์กิง นั่งดื่มกับโฮเมอร์ ซิมป์สันในบาร์ และบอกว่าจะขโมยความคิดของโฮเมอร์ที่ว่าจักรวาลมีรูปร่างคล้ายโดนัท นอกจากนี้ ศ.ฮอว์กิงยังปรากฏตัวเป็นภาพโฮโลแกรมในซีรีส์ Star Trek: The Next Generation เสียงสังเคราะห์ของเขายังถูกใช้เป็นส่วนนำของเพลง Keep Talking ของวงพิงก์ ฟลอยด์ อีกด้วย

แม้ร่างกายจะอยู่ในสภาพย่ำแย่ แต่ ศ.ฮอว์กิง ยังคงมุ่งมั่นทำงานศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ต่อไป ในตำแหน่งศาสตราจารย์ลูคาเซียนประจำสาขาวิชาคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และในปี 2001 เขาได้ออกหนังสือขายดีเป็นเล่มที่สองคือ The Universe in a Nutshell หรือในชื่อไทยว่า จักรวาลในเปลือกนัท

ในปี 2007 ศ.ฮอว์คิง ได้เป็นผู้ป่วยอัมพาตทั้งแขนและขาคนแรกที่ได้สัมผัสประสบการณ์ภาวะไร้น้ำหนัก บนเครื่องบินที่ออกแบบมาเพื่อสร้างสภาพไร้แรงโน้มถ่วงขึ้นบนโลกโดยเฉพาะ เขาบอกว่าเข้าร่วมเที่ยวบินดังกล่าวเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจกับการเดินทางในอวกาศมากขึ้น

"ผมเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะถูกกวาดล้างจนสูญพันธุ์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจากหายนะเช่นสงครามนิวเคลียร์ หรือจากไวรัสที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม มนุษยชาตินั้นไร้อนาคตหากเราไม่ออกไปสู่ห้วงอวกาศ"

"การสันนิษฐานว่ามีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาอยู่ ณ ที่ไหนสักแห่งของจักรวาลนั้น เป็นเรื่องที่มีเหตุผลอย่างยิ่ง แต่ควรต้องระวังไว้ด้วยว่า มนุษย์ต่างดาวอาจบุกโลกเพียงเพื่อกอบโกยทรัพยากร ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปยังดาวดวงอื่นต่อไป"

"ผมป่วยมาเกือบตลอดช่วงชีวิตที่เป็นผู้ใหญ่ แต่ผมก็ยังสามารถมีครอบครัวที่สวยงามและประสบความสำเร็จในการงานได้ นั่นแสดงให้เห็นว่า คนเราต้องไม่สิ้นหวัง"

ที่มา BBC Thai


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: