Variety Update :

ยังไม่ได้ไปต้องไป!! นิทรรศการ พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ณ พระราชวังพญาไท ชมฟรีทุกวัน



ยังไม่ได้ไปต้องไป!!  นิทรรศการ พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ณ พระราชวังพญาไท ชมฟรีทุกวัน

หลังการรื้อถอนพระเมรุมาศแล้ว งานประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศทั้งหมด ได้รับการเคลื่อนย้ายไปเก็บยังสถานที่สำคัญหลายแห่ง ส่วนนิทรรศการ 'พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์' กรมศิลปากรได้มอบให้กับกรมแพทย์ทหารบกและมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท นำมาจัดแสดง ณ พระราชวังพญาไท โดยการจัดแสดงนั้น แบ่งออกเป็น 5 โซน ในพื้นที่ 2 ชั้นของพระที่นั่งพิมานจักรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

‘พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์’ นิทรรศการนำเสนอพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเคยจัดแสดง ณ พระที่นั่งทรงธรรม พร้อมด้วยนิทรรศการพระเมรุมาศพิมานนฤมิต นำเสนอรายละเอียดและขั้นตอนงานศิลปกรรมการจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งประกอบพระราชพิธีโดยละเอียด ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมนิทรรศการทั้งสองส่วน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พ.ย.- 31 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา ซึ่งในระยะเวลาสองเดือนนั้น มีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมนิทรรศการราว 4 ล้านคน และเนืองแน่นกระทั่งวันสุดท้ายที่เปิดให้เข้าชมนิทรรศการ ก่อนจะมีการรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศออกจากท้องสนามหลวงในเดือนมกราคม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่พลาดโอกาสเข้าชมนิทรรศการครั้งสำคัญนี้

และหลังการรื้อถอน งานประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศทั้งหมด ได้รับการเคลื่อนย้ายไปเก็บยังสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น อาคารประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ ศาลายา พระจิตกาธาน พระโกศจันทน์ และฉากบังเพลิง นำไปจัดแสดงที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระที่นั่งทรงธรรมบางส่วนนำไปก่อสร้างเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ส่วนนิทรรศการ ‘พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์’ กรมศิลปากรได้มอบให้กับกรมแพทย์ทหารบกและมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท นำมาจัดแสดง ณ พระราชวังพญาไท เพื่อให้สถานที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรต่อไป

ทั้งนี้ พระราชวังพญาไท เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับสำราญพระราชอิริยาบถ ทดลองปลูกพืช เลี้ยงไก่ สร้างโรงนา และโรงพิธี ด้วยมีพระราชดำริให้ย้ายพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่เคยประกอบที่ท้องพระเมรุหรือท้องสนามหลวง มาจัดที่นาหลวงคลองพญาไท และเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งแปรพระราชฐานจากพระบรมมหาราชวัง หลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต

ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ได้โปรดให้ย้ายพระตำหนักอุดมวนาภรณ์จากพระราชวังดุสิตมาสร้างใหม่ที่พระราชวังพญาไทเป็นองค์แรก และพระราชทานนามในเวลาต่อมาว่าพระตำหนักเมขลารูจี และโปรดให้สร้างพระมณเฑียรสถานขึ้นแทนที่ตำหนักเดิมเป็นหมู่พระที่นั่งสามองค์ พร้อมพระราชอุทยานซึ่งจัดเป็นสวนรูปเรขาคณิต ตามแบบสถาปัตยกรรมอิตาเลียนสมัยเรอเนซองส์ แต่เรียกกันว่าสวนโรมัน และย้ายเมืองจำลอง ‘ดุสิตธานี’ สถานที่ฝึกหัดสั่งสอนวิธีการปกครองท้องถิ่นในระดับเทศบาล ตามรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมาไว้ที่นี่ และยังเป็นพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบทพระราชนิพนธ์ทรงคุณค่าหลายเรื่อง ใช้เป็นที่ทรงพระราชนิพนธ์ รวมถึง ‘มัทนะพาธา’

นอกจากนี้พระราชวังพญาไทยังเคยได้รับการปรับปรุงให้เป็น ‘โฮเต็ลพญาไท’ เมื่อปีพ.ศ. 2468 เคยมีสถานีวิทยุกระจายเสียงซึ่งตั้งอยู่ที่พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน ในบริเวณโฮเต็ลพญาไท กระทั่งกลายเป็น ‘โรงหมอ’ หรือโรงพยาบาลทหารบกในปี พ.ศ.2489 ก่อนที่กองทัพบกจะขอพระราชทานนามใหม่เป็นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งประกอบพิธีเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 อันเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ปัจจุบัน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้ย้ายไปยังอาคารหลังใหม่ และพระราชวังพญาไทได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนพระราชวังพญาไทเป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติ ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2522

หลังได้รับมอบจากกรมศิลปากร นิทรรศการ ‘พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์’ ได้นำมาจัดแสดงต่อ ณ บริเวณโถงพระที่นั่งพิมานจักรี อันมีพื้นที่ติดกับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานกำเนิดเป็นสถาบันผลิตแพทย์ทหารแห่งเดียวในประเทศไทย และเคยเสด็จพระราชดำเนินหลายครั้งตามพระราชภารกิจต่างๆ

สำหรับนิทรรศการ ‘พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ณ พระราชวังพญาไท’ ประกอบด้วยเนื้อหา สื่อมัลติมีเดีย และสิ่งของจัดแสดงบางส่วน แบ่งออกเป็นห้าโซน ในพื้นที่สองชั้นของพระที่นั่งพิมานจักรี

โซนที่ 1 ‘เมื่อเสด็จอวตาร’ แสดงพระราชประวัติ พระราชจริยาวัตร ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งทรงพระเยาว์

โซนที่ 2 ‘รัชกาลที่ร่มเย็น’ นำเสนอเรื่องราว “อุปกรณ์ทรงงาน” ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ใช้ในการพัฒนาประเทศ

โซนที่ 3 ‘เพ็ญพระราชธรรม’ นำเสนอเรื่องราวของธรรมมิกมหาราชาผู้ทรงครองแผ่นดินด้วย ทศพิธราชธรรม เพื่อยังประโยชน์สุขแก่พสกนิกรผู้อาศัยใต้ร่มพระบารมี

โซนที่ 4 ‘นำพระราชไมตรี’ นำเสนอการทรงงานด้านการต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

โซนที่ 5 ‘พระจักรีนิวัตฟ้า’ ประมวลภาพหลังจากการประกาศของสำนักพระราชวัง

นิทรรศการ 'พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ณ พระราชวังพญาไท' เป็นนิทรรศการ 2 ภาษา (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) มีการจัดทำข้อมูลดิจิทัลที่ได้รวบรวมรายละเอียดทั้งหมดซึ่งสามารถเข้าถึงและดาวน์โหลดข้อมูลได้ด้วยรหัส QR Code ที่ปรากฏอยู่ตามบริเวณต่างๆ ภายในบริเวณนิทรรศการ

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การเข้าชมเป็นหมู่คณะทำการนัดหมายล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสองสัปดาห์ก่อนวันเข้าชม และแต่งกายสุภาพ

ข้อมูลจาก themomentum.co

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: