Variety Update :

ญี่ปุ่นเตรียมสร้างตึกระฟ้าทำจากไม้สูงที่สุดในโลก



ญี่ปุ่นเตรียมสร้างตึกระฟ้าทำจากไม้สูงที่สุดในโลก

บริษัทซูมิโตโม ฟอเรสทรี (Sumitomo Forestry Co) ของญี่ปุ่น เผยแผนการเตรียมก่อสร้างตึกระฟ้าความสูง 70 ชั้น หรือ 350 เมตรในกรุงโตเกียว โดยอาคารแห่งนี้จะใช้ไม้เป็นวัสดุก่อสร้างหลัก และจะครองตำแหน่งตึกระฟ้าสร้างด้วยไม้ที่สูงที่สุดในโลกในอีก 23 ปีข้างหน้า เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ

โครงการอาคารสูง "W350" นี้ มีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 350 ปีการก่อตั้งบริษัทดังกล่าว ซึ่งจะมาถึงในปี 2041 โดยทางบริษัทผู้ดำเนินการก่อสร้างบอกว่าเป็น "โครงการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อมนุษย์" เพราะนอกจากจะสร้างด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ถึง 185,000 ลูกบาศก์เมตรแล้ว ยังมีการออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวทั้งภายในและโดยรอบอย่างหนาแน่น เหมือนกับเป็นป่าเหนือพื้นที่เมืองอีกด้วย




อาคาร W350 สร้างด้วยไม้เป็นหลักและใช้เหล็กในการก่อสร้างเพียง 10% เท่านั้น โดยโครงสร้างภายในทั้งเสา คาน และโครงค้ำยันต่าง ๆ ใช้ไม้และเหล็กผสมผสานกัน โดยคำนึงถึงการออกแบบเพื่อรองรับเหตุสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว

บริษัทนิกเค็น เส็กเค (Nikken Sekkei ) ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ออกแบบอาคารนี้บอกว่า พื้นที่ภายใน 455,000 ตารางเมตร จะทำด้วยไม้ทั้งหมด โดยจัดเป็นทั้งพื้นที่อะพาร์ตเมนต์เพื่อการอยู่อาศัย พื้นที่สำนักงาน และร้านค้า

ก่อนหน้านี้รัฐบาลญี่ปุ่นได้รณรงค์ให้มีการก่อสร้างอาคารไม้กันมากขึ้น โดยออกกฎหมายมาเมื่อปี 2010 ให้อาคารที่ทำการของรัฐหรืออาคารเพื่อสาธารณประโยชน์ที่มีความสูงไม่เกิน 3 ชั้น ต้องใช้ไม้ในการก่อสร้างเป็นหลัก




อย่างไรก็ตาม คาดว่าโครงการตึกระฟ้าที่สร้างจากไม้แห่งนี้ จะต้องใช้งบประมาณก่อสร้างสูงถึง 6 แสนล้านเยน (ราว 1.77 แสนล้านบาท) ซึ่งแพงกว่าอาคารที่สร้างแบบดั้งเดิมทั่วไปเกือบ 2 เท่า แต่ทางบริษัทซูมิโตโม ฟอเรสทรี บอกว่าจะใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยหาทางลดค่าใช้จ่ายลงให้ได้ในระหว่างการก่อสร้างซึ่งจะกินเวลานานหลายปี

ปัจจุบันอาคารไม้ที่สูงที่สุดในโลกคือหอพักนักศึกษาแห่งหนึ่งในนครแวนคูเวอร์ของแคนาดา ซึ่งมีความสูง 53 เมตร และเพิ่งก่อสร้างเสร็จเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่วนโครงการก่อสร้างอาคาร River Beach Tower บนฝั่งแม่น้ำชิคาโกในสหรัฐฯ ก็มีแผนจะสร้างตึกระฟ้าจากวัสดุไม้สูงถึง 80 ชั้น หรือ 244 เมตรเช่นกัน

ที่มา BBC Thai


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: