Variety Update :

นักวิจัยคิดค้นอุปกรณ์ ตรวจจับตดในตัวคนช่วยวินิจฉัยโรคในระบบทางเดินอาหาร

 

 




นักวิจัยคิดค้นอุปกรณ์ ตรวจจับตดในตัวคนช่วยวินิจฉัยโรคในระบบทางเดินอาหาร

การผายลมเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นอาการปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นภายในระบบย่อยอาหารและเราทุกคนก็ต้องผายลม แต่การขับแก๊สจากร่างกายของคนเรานี้ อาจบ่งบอกถึงการทำงานของระบบภายในได้

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย RMIT และมหาวิทยาลัยโมนาชในออสเตรเลีย จึงได้คิดค้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ตรวจจับการผายลม และแกะรอยการเกิดขึ้นของแก๊สในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ โดยอุปกรณ์ที่ว่านี้บรรจุอยู่ในแคปซูลขนาดพอ ๆ กับเม็ดน้ำมันปลาที่คนไข้สามารถกลืนลงท้องได้ โดยไม่ต้องใช้การสอดท่อสวนทวารเพื่อตรวจสอบการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

นักวิจัยซึ่งได้ทดสอบอุปกรณ์ต้นแบบกับหมูซึ่งมีระบบการย่อยอาหารคล้ายคลึงคนมากที่สุด เชื่อว่าการระบุตำแหน่งและสาเหตุการเกิดขึ้นของแก๊สได้ อาจจะช่วยให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการย่อยอาหารและอาจจะพบปัญหาที่เกิดจากการกินอาหารบางชนิด

และล่าสุดนักวิจัยได้ทำโครงการนำร่องทดสอบการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวในกลุ่มอาสาสมัคร โดยขอให้กลืนแคปซูลที่ข้างในบรรจุอุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สาย เสาอากาศ แบตเตอรี และอุปกรณ์ตรวจจับแก๊ส เข้าไปในร่างกาย ในเวลาเดียวกันก็ให้กินอาหารตามที่กำหนดในการทดสอบแต่ละครั้ง โดยพบว่าอาหารที่มีเส้นใยสูงทำให้เกิดก๊าซออกซิเจนในลำไส้ใหญ่และทำให้อาสาสมัครมีอาการปวดท้อง และเมื่อนำอุจจาระมาตรวจก็พบแบคทีเรียที่มีส่วนทำให้การทำงานของระบบย่อยอาหารผิดปกติ

ในทางกลับกันเมื่อรับประทานอาหารที่มีเส้นใยต่ำมาก ระดับแก๊สในลำไส้ใหญ่จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้แคปซูลยังทำงานอยู่ในร่างกายได้นานถึง 3 วันเต็ม ขณะที่ในช่วงที่กินอาหารที่มีเส้นใยสูงแคปซูลจะทำงานได้นาน 23 ชั่วโมง

ทีมงานวิจัยของ ศ.ปีเตอร์ กิบสัน ที่มหาวิทยาลัยโมนาชในออสเตรเลีย เคยอธิบายถึงการทำงานของแคปซูลว่า มันจะทำหน้าที่เก็บตัวอย่างแก๊สเป็นช่วง ๆ และส่งข้อมูลกลับไปยังคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้มันยังจะวัดอุณหภูมิ และสภาพความเป็นกรด ซึ่งจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพของลำไส้ในขณะนั้น ๆ ได้

แม้การวิจัยยังไม่แล้วเสร็จ แต่ทีมงานได้ตั้งบริษัทเพื่อผลิตแคปซูลนี้วางจำหน่ายแล้ว ปัจจุบันเวชภัณฑ์สมัยใหม่ล้วนพึ่งพิงการทำงานของเทคโนโลยี จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นการผลิตอุปกรณ์ขนาดเล็ก และกลืนลงไปได้ อย่างไรก็ดี ยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะนำมาใช้งานได้จริง

ข้อมูลจาก BBC Thai


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: