Facebook Twitter
gPlus 
-

แสงไฟกับสายตา เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

|



“แสงไฟกับสายตา”เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ปัญหาสายตาเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เด็กไทยกว่า 600,000 คนต้องพบเจอต่อปีและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสถิติล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข พบเด็กสายตาสั้นเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว ส่งผลให้เด็กหลายคนต้องสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้เพียงเพราะอุปสรรคด้านการมองเห็น

การอ่านหนังสือ เล่นคอมพิวเตอร์ ทำกิจกรรมต่างๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานล้วนมีผลต่อสายตาเด็ก คุณพ่อคุณแม่ในโลกยุคดิจิทัลมีความตื่นตัวในการแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูก และมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นในช่วงระยะพัฒนาการของเด็กมากกว่าในยุคอื่นๆ ถึงกระนั้นหลายคนอาจไม่รู้สึกกังวลถึงภัยใกล้ตัวอย่าง “แสงไฟ” ภายในบ้าน
 
การอยู่ภายใต้แสงไฟที่ไม่มีคุณภาพอาจส่งผลต่อสายตาได้ ซึ่งเมื่อรวมกับพฤติกรรมของคนยุคใหม่อย่างการจ้องหน้าจอทั้งจากคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนตลอดเวลา ทำให้ส่งผลถึงสุขภาพ เช่น อาการปวดตา และปวดศีรษะ เนื่องจากกล้ามเนื้อตาทำงานอย่างหนักนั่นเอง หากไม่รีบแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ จะกระทบการใช้ชีวิตหลากหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ในวัยเรียนที่ต้องอ่านหนังสือ ทำการบ้าน ถึงเวลาแล้วที่ทุกครอบครัวควรให้ความสำคัญสำหรับการเลือกซื้อหลอดไฟ เพราะการจัดแสงไฟในบ้านให้สว่างเพียงพอก็สำคัญไม่แพ้การแต่งบ้านให้น่าอยู่

คนทั่วไปมักเข้าใจว่าหลอดไฟยิ่งสว่างยิ่งดีและแสงสว่างที่เพียงพอ คือ แสงสว่างที่มาก แต่แสงสว่างที่มากเกินไปหรือ แสงจ้า (Glare) อาจกลายเป็นตัวการทำร้ายสายตาโดยไม่รู้ตัว ด้วยแสงส่องสว่างที่เข้าตามากเกินไป ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน ไม่สบายตา ทางที่ดีควรเลือกแสงสว่างที่ใช่ให้กับบ้านคุณ จะมีส่วนช่วยลดการเพ่งของดวงตาได้

การนอนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก และแสงไฟในห้องนอนก็มีผลต่อคุณภาพการนอนหลับ หลอดไฟที่มีคุณภาพจึงควรปล่อยแสงความยาวคลื่นช่วงแสงสีฟ้าออกมาน้อย เมื่อได้รับแสงสีฟ้ามากเกินไป จะยับยั้งการหลั่งสารเมลาโทนินที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับไปจนถึงการทำลายจอประสาทตา โดยช่วงเวลานอนหลับนั้นร่างกายของเรามีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น การหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth hormone) ที่ช่วยเรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการในเด็ก พร้อมทั้งช่วยกระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

นอกจากนี้ หลอดไฟแอลอีดีที่นิยมใช้กันด้วยคุณสมบัติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอายุการใช้งานที่ยาวนาน ประหยัดไฟ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยังมีคุณสมบัติสำคัญในการช่วยถนอมสายตา ไม่สร้างแสงกระพริบ (Flicker) การสั่นกระพริบของแสงจากหลอดแอลอีดีเป็นแสงกระพริบด้วยความถี่สูงมากจนทำให้เรารู้สึกว่าไม่กระพริบ ถ้าสมองเรารับรู้ว่ามีแสงกระพริบจะทำให้ตาและสมองของเราต้องทำงานหนักขึ้น เพราะต้องพยายามปรับตามแสงสว่างที่เปลี่ยนไป ในหลอดไฟที่ไม่ได้คุณภาพอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานได้ในระยะยาว ก่อให้เกิดอาการตาล้า ปวดหัว หรือปวดไมเกรน อีกด้วย

หลอดไฟแอลอีดีของฟิลิปส์ที่มีคุณสมบัติในการถนอมสายตา (Eye comfort) จึงเข้ามาช่วยดูแลดวงตาคุณและคนที่คุณรัก ด้วยนวัตกรรม Non-visible flickering ที่เพิ่มอัตราความกระพริบถี่ของแสงที่เหมาะกับดวงตาของเรา ทำให้ได้แสงที่นุ่มนวลต่อสายตาอย่างต่อเนื่องลดความเมื่อยล้า อันเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการตาล้า จะเห็นว่าการเริ่มต้นดูแลสายตาทำได้ง่ายๆ เพียงเริ่มจากใส่ใจเลือกแสงไฟในบ้านคุณ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

หลอดไฟ LED ที่จะมาแทนฟลูออเรสเซนต์

หลอดไฟ LED ที่จะมาแทนฟลูออเรสเซนต์

หลอดไฟ LED ซึ่งมีข้อดีตรงที่ประหยัดไฟ อายุการใช้งานยาวกว่า แต่ LED ยังไม่มีหลอดยาวแบบเดียวกับหลอดฟล...

SHAREความคิดเห็น
หลอดไฟ LED ที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลก

หลอดไฟ LED ที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลก

Philips" เปิดตัวหลอดไฟ LED ที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลกชื่อว่า "TLED" แต่อุปกรณ์นี้ยังคงอยู่ในขั้นการทดลองสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบเท่านั้น

SHAREความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน