Variety Update :

จับตามหาเศรษฐีพันล้านในเอเชีย





ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเริ่มจับจ้องมาที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลของการขยายตัวดังกล่าว ทำให้ภูมิภาคนี้ กลายเป็นแหล่งรวมของมหาเศรษฐีพันล้านเป็นจำนวนมาก


แม้ว่าธนาคารเอกชนของสวิตเซอร์แลนด์จะเปิดเผยข้อมูลว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า จำนวนของมหาเศรษฐีในจีนจะมีมากถึง 1,460,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากที่สุดในเอเชีย แต่จากรายงานของหูรุ่น ริช ลิสต์ ( Hurun Rich List ) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ ที่สำรวจจำนวนคนรวยในประเทศจีน กลับระบุว่า ในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จำนวนคนรวยระดับมหาเศรษฐีพันล้านในประเทศจีนได้ลดลงจากปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด


โดยปัจจุบัน จำนวนมหาเศรษฐีพันล้านในจีน มีทั้งหมด 251 คน ลดลงจากปีที่แล้วถึง 20 คน ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่จำนวนมหาเศรษฐีพันล้านในจีนลดลงมากถึงเพียงนี้ โดยสาเหตุหลักนั้น เป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ที่ทำให้เศรษฐีทั้งหลายได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ และจากการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมของหูรุ่น โดยการสอบถามเศรษฐีในจีนกว่า 1,000 คนนั้น เศรษฐีกว่าครึ่งหนึ่งต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า รายได้ของพวกเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนมหาเศรษฐีพันล้านในจีนจะลดลง แต่ Capgemini และ RBC Wealth Management บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินชื่อดังระดับโลก ก็ได้เปิดเผยรายงานด้านความมั่งคั่งของโลกเมื่อไม่นานมานี้ว่า ทวีปเอเชียยังเป็นสถานที่ที่มีเศรษฐีพันล้านอยู่อาศัยมากที่สุดในโลก ทำให้ทุกสายตาต่างก็จับจ้องมาที่การเติบโตทางเศรษฐกิจในเอเชีย และเลิกพูดถึงมหาเศรษฐีอย่างบิล เกตส์ วอเรน บัฟเฟตต์ และคาร์ลอส สลิมไปนานมากแล้ว แต่ตอนนี้ ทุกคนกลับให้ความสำคัญ กับกลุ่มเศรษฐีในเอเชียมากขึ้น หลังจากที่ผลวิจัยจากทุกสำนักระบุตรงกันว่า เศรษฐกิจในเอเชียจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต


นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา จำนวนผู้ที่มีความมั่งคั่งสูงที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนั้น เพิ่มเป็นร้อยละ 10.7 จากเดิมที่ร้อยละ 7.4 ซึ่งกลุ่มเศรษฐีระดับพันล้านที่ต้องจับตามองมากเป็นพิเศษ มีดังต่อไปนี้

1. โรบิน ลี เจ้าของทรัพย์สิน 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้เป็นต้นกำเนิดของเว็บไซต์ไป่ตู้ ผู้ให้บริการไมโครบล็อก ที่มีลักษณะคล้ายกับทวิตเตอร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศจีน

2. หลี่ กา-ชิง ประธานบริษัท ฮัทชิสัน วัมปั๋ว ลิมิเต็ด (Hutchison Whampoa Limited) และ เฉิง กง โฮลดิงส์ ( Cheung Kong Holdings ) ในฮ่องกง เจ้าของทรัพย์สิน 25,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน บริษัทเหล่านี้ มีพนักงานอยู่ในสังกัดกว่า 270,000 คน ใน 53 ประเทศทั่วโลก

3. มูเกช อัมบานี เจ้าของบริษัท Reliance Industries Limited ซึ่งเป็นบริษัทด้านพลังงานยักษ์ใหญ่ในอินเดีย ปัจจุบันเขามีทรัพย์สินกว่า 22,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุด เขากำลังลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม โดยคาดหวังว่า ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ธุรกิจดังกล่าว จะสร้างรายได้ให้แก่เขาอีก 2 เท่า

4. โรเบิร์ต คู้ก นักธุรกิจที่รวยที่สุดในมาเลเซีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยธุรกิจของเขาที่มีชื่อว่า The Kuok Group นั้น สร้างรายได้กว่า 12,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

5. ทาดาชิ ยานาอิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เจ้าของทรัพย์สินมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาผู้นี้คือเจ้าของบริษัท Fast Retailing บริษัทผู้ผลิตแบรนด์เสื้อผ้ายี่ห้อดังของญี่ปุ่นอย่างยูนิโคล่

ขณะที่ มหาเศรษฐีอันดับที่ 1 ของไทย อย่างนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ก็เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ทั่วโลกต่างก็จับตามอง ปัจจุบัน เขามีทรัพย์สินกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 216,000 ล้านบาท

ที่มา
http://news.voicetv.co.th/


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: