Variety Update :

เต้นแอโรบิคแล้วเจ็บ



การเต้นแอโรบิค เป็นที่นิยมแพร่หลายในบ้านเรามากว่า 10 ปี มีการจัดเต้นกันตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ราชการ โรงเรียน ที่ทำการเขตของกทม. หรือตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ

 

การเต้นแอโรบิคที่ถูกต้อง ถูกหลักสรีรวิทยาของการออกกำลังกายจะมีประโยชน์มากครับ

หัวใจและปอดแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย กระดูกแข็งขึ้น ข้อคล่องแคล่ว คนอ้วน น้ำหนักจะลดลง คนผอม กล้ามเนื้อจะเพิ่มขึ้น คนเครียด จะหายเครียด คนซึมเศร้า จะสดชื่นขึ้น ที่สำคัญคือ ผู้เต้นจะรู้สึกว่าตนเองสุขภาพดีขึ้น ฟิตขึ้น


แต่โอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บจากการเต้นแอโรบิคก็ย่อมมีบ้างนะครับ ซึ่งถ้าได้มีความรู้เรื่องนี้ไว้บ้างก็จะเป็นประโยชน์ อาจช่วยป้องกันตัวเองไม่ให้บาดเจ็บ หรือช่วยดูแลแก้ไขเมื่อเกิดบาดเจ็บขึ้นครับ

 

สาเหตุของการบาดเจ็บ

การเต้นแอโรบิคอาจทำให้บาดเจ็บได้ 2 ประเภท คือ

1. บาดเจ็บจากการใช้ร่างกาย (เต้น) มาก หมายถึงร่างกายหรืออวัยวะส่วนนั้นได้รับแรงดึงกระแทกอย่างซ้ำๆ กันอย่างต่อเนื่อง จนถึงระดับบาดเจ็บคือ เต้นระดับปกติไป

ที่พบมากกว่าบาดเจ็บประเภทนี้ ได้แก่ เอ็นสะบ้าอักเสบ ปวดรอบสะบ้า เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ กล้ามเนื้อน่องอักเสบ ข้อเท้าอักเสบ เอ็นร้อยหวายอักเสบ เป็นต้น

2. บาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือเสียหลักขณะเต้น หมายถึงเหตุการณ์ขณะเต้นแอโรบิคที่ทำให้เกิดแรงดึงหรือแรงกระทบมากกว่าระดับปกติ อย่างกะทันหันต่ออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง ที่พบมากได้แก่ ข้อเท้าแพลง เอวยอก หลังยอก ปวดขัดหัวเข่า ปวดขัดบริเวณขาหนีบ เป็นต้น

ส่วนใหญ่แล้วพบว่า การบาดเจ็บอันเนื่องมาจากเต้นแอโรบิคเป็นประเภทแรกมากที่สุดครับ คือ ราวร้อยละ 70-80 มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือเสียหลัก เกือบทั้งหมดของการบาดเจ็บเกิดบริเวณช่วงล่างของร่างกายหรือบริเวณขาครับ คงเป็นเพราะส่วนนี้เป็นส่วนรับน้ำหนักนั่นเอง

ผู้ที่อาจได้รับบาดเจ็บง่ายกว่าผู้อื่นคือ ผู้ที่มีความบกพร่องทางกายอยู่ก่อนแล้ว เช่น เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน โครงกระดูกผิดปกติ กล้ามเนื้อไม่สมดุลหรือมีโรคประจำตัวอยู่ ส่วนผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ขาดการตระเตรียมร่างกาย ขาดการอบอุ่นร่างกาย ขาดการฝึกซ้อมหรือโหมเต้นหนักหลังจากที่หยุดไปนาน ก็มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้ครับ หรือแม้แต่ผู้ที่เป็นโค้ชหรือครูฝึกต้องสอนเต้นวันละหลายชั่วโมง ก็อาจบาดเจ็บได้เช่นกัน

นอกจากนี้อุปกรณ์และสภาพแวดล้อมในการเต้นก็มีส่วนสำคัญต่อการบาดเจ็บด้วยครับ เช่น รองเท้าที่ออกแบบมาโดยเฉพาะช่วยได้มากครับ เพราะจะกระชับ ไม่มีบีบรัด และช่วยลดแรงกระแทกได้มาก เรียกว่าดีกว่าใส่รองเท้าผ้าใบธรรมดาหรือเต้นเท้าเปล่าครับ พื้นห้องหรือพื้นสนาม ควรเป็นพื้นที่มั่นคงแข็งแรงหากยืดหยุ่นได้พอสมควรยิ่งดีใหญ่ ดีกว่าพื้นซีเมนต์ธรรมดาแน่ครับ

การตรวจวินิจฉัย

ไม่ยากครับ อาการช่วยบอกได้มากว่าบาดเจ็บแล้วล่ะ แต่อย่าลืมพิจารณาสภาพแวดล้อม ความเป็นมา รองเท้าและปัจจัยที่ทำให้มีอาการด้วย

การบาดเจ็บจากการใช้ร่างกาย (เต้น) มากจะค่อยๆ เกิดอาการครับ ผิดกับพวกที่เกิดจากอุบัติ เหตุที่เกิดทันทีทันใด ลองลูบคลำตรงส่วนที่เจ็บดู อาจบวม กดเจ็บ อาจมีรอยฟกช้ำดำเขียว อาจงอหรือเหยียดข้อนั้นไม่ได้เต็มที่อย่างเคย

ระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ

การบาดเจ็บจากการเต้นแอโรบิคทั้ง 2 ประเภท แบ่งการบาดเจ็บออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับเบา ปานกลาง และระดับหนัก ซึ่งจะเป็นแนวทางประกอบการปฐมพยาบาล และการเยียวยารักษาให้สอดคล้องกัน

การปฐมพยาบาลและการรักษา
จะแยกออกเป็น 2 ประเภทตามสาเหตุของการบาดเจ็บที่กล่าวถึงข้างต้นครับ เริ่มที่บาดเจ็บจากการใช้ร่างกาย (เต้น) มากก่อนเพราะพบบ่อยกว่าเพื่อน

บาดเจ็บระดับเบา
มักแค่รู้สึกแข้งขาตึงหน่อยๆ ในตอนเช้า พออุ่นเครื่องไปสักครู่ก็หาย อาจปวดบ้างในบางท่าที่ออกแรงหรือเกร็งมากๆ

การปฐมพยาบาล ก็ไม่ยากครับ อาจใช้ความร้อนประคบหน่อยก็จะหายเมื่อยตึง เต้นเสร็จแล้วอาจใช้ความเย็นประคบตามสักครู่ก็ดีเหมือนกัน

บาดเจ็บระดับปานกลาง
อาการคือ ตอนเช้าจะตึงตามกล้ามเนื้อและข้อ เวลาเต้นจะปวดพอควร ปวดเวลาเคลื่อนไหวบริเวณที่เจ็บ กดเจ็บ

การปฐมพยาบาล ก็ทำเช่นเดียวกับบาดเจ็บระดับเบา ตอนเต้นควรลดเวลาการเต้นลงสักครึ่งหนึ่ง และลดความรุนแรงลงด้วย เลือกเต้นท่าเบาๆ ง่ายๆ หน่อย อาจรับประทานยาพาราเซตามอลสัก 1-2 เม็ด ก็บรรเทาได้แล้วครับ

บาดเจ็บระดับหนัก
หมายถึงปวดแข้งขามากแม้เคลื่อนไหวธรรมดาก็ปวด มีอาการบวม กดเจ็บ อาจมีเสียงกริ๊บกรั๊บเวลาขยับเขยื้อน

การปฐมพยาบาล ต้องพักเต็มที่เลยครับ ประคบด้วยความเย็นวันละหลายๆ หน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและค้นหาสาเหตุด้วย

แนวทางการดูแลรักษา

การดูแลรักษาอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือเสียหลักขณะเต้นแอโรบิค มีดังนี้

ระดับเบา
อาการแค่ปวดหรือบวมเพียงเล็กน้อย กระดูกและข้อยังดูเรียบร้อยดี
การปฐมพยาบาล ต้องพัก (คือหยุดเต้น) ประคบด้วยความเย็น เอาผ้ายืดพันไว้ให้กระชับ ลดการเคลื่อนไหว ยกขาขึ้นสูงเพื่อช่วยลดอาการบวม
แพทย์จะช่วยยืนยันว่า การบาดเจ็บไม่กระทบถึงขั้นรุนแรง อาจสั่งยาแก้อักเสบให้รับประทาน

ระดับปานกลาง
จะปวดขึ้นมาทันที ปวดปานกลาง มีอาการบวมพอควร อาจบวมทีหลังก็ได้ จะปวดมากขึ้นเวลาเคลื่อนไหว แต่ยังพอเดินไหว
การปฐมพยาบาล เช่นเดียวกับที่กล่าวในระดับเบา แต่ทำบ่อยขึ้น วันละ 4-6 ครั้ง
แพทย์มักสั่งยาแก้อักเสบให้รับประทานด้วย คงต้องหยุดเต้นสักระยะหนึ่ง

ระดับหนัก
หนักสมชื่อ คือ ปวดรุนแรง บวม ขยับเขยื้อนเป็นโอย เพราะเจ็บมาก
การปฐมพยาบาล อาจทำตามที่กล่าวในระดับเบา หรืออาจหามส่งโรงพยาบาลเลยครับ เพราะอาจต้องเอ็กซเรย์ หรือถึงขั้นผ่าตัด

รักที่จะออกกำลังกายแล้ว ก็ต้องรู้ที่จะจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นครับ
ข้อมูลจาก นิตยสารใกล้หมอhttp://www.elib-online.com/


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: