Variety Update :

ลักลอบค้าสัตว์ป่า : ไม่ซื้อ ไม่ล่า​ ไม่หามาขาย​ ไม่เป็นโรคร้าย​ สัตว์ป่าไม่สูญพันธุ์

ลักลอบค้าสัตว์ป่า                                          ภาพ  ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ในปัจจุบันมีสัตว์ป่าหลายประเภททั้งที่ถูกขึ้นบัญชีว่าสูญพันธุ์แล้วและใกล้สูญพันธุ์ แต่การลักลอบค้าสัตว์ป่าก็ยังคงดำเนินต่อไปเพราะผลตอบแทนที่มีมูลค่าสูง

การล่าสัตว์ป่าถือเป็นวิถีการดำรงชีพของมนุษย์ที่มีมานานตั้งแต่ยุคโบราณ แต่เหตุที่พึ่งกลายเป็นวิกฤติในช่วง​ 2​ ทศวรรษนี้​ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจำนวนประชากรมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้สัตว์ป่าถูกล่าออกจากป่ามากขึ้นเช่นเดียวกับพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกเพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทําการเกษตร​ ปศุสัตว์ และเพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ​ เช่นไฟฟ้า​ ประปา​ และเส้นทางการคมนาคม​ ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น​ โดยเฉพาะในระบบนิเวศป่าเขตร้อนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงจึงตกเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญของการลักลอบล่าสัตว์ป่าเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด​ ทั้งใช้บริโภค​ ใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่ง​ เป็นส่วนประกอบของยาแผนโบราณ​ เป็นสัตว์เลี้ยง

เมื่อการล่าเพื่อยังชีพแปรเปลี่ยนเป็นการล่าเพื่อการค้าจึงทำให้การลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่าง ประเทศ​ (Wildlife​ Trafficking)​ เพิ่มสูงขึ้น​ เป็นเหตุให้ประชากรสัตว์ป่าหลายชนิดในธรรมชาติลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วจนตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์​ เช่น​ ลิ่นจากมาเลเซียหรืออินโดนีเซียที่ถูกส่งไปขายยังประเทศจีน​ หรือการค้างาช้างที่ส่งผลให้เกิดการล่าช้างเป็นจำนวนมากในทวีปแอฟริกา​ รวมถึงเต่าและนกสวยงามหลายชนิดที่ถูกลักลอบค้าระหว่างประเทศ​ เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยง​ เป็นต้น​


จากข้อมูลสถิติพบว่าการลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศได้กลายเป็นธุรกิจมืดที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกเป็นรองเพียงการลักลอบค้ายาเสพติดและการค้าอาวุธสงครามเท่านั้น

ผลจากการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายและขาดการควบคุมนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์มากขึ้นเห็นได้ชัดเจนจากกรณีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19)​ ที่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic Diseases)​

โดยสัตว์ป่าที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยได้แก่ค้างคาวและลิ้น ซึ่งการบริโภคเนื้อสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่ได้มาจากการลักลอบค้าที่ไม่ผ่านกระบวนการควบคุมดูแลด้านสุขอนามัยมีความเสี่ยงโดยตรงที่ควรจะได้รับเชื้อโรคจากสัตว์ป่าเหล่านั้น และมีโอกาสที่เชื้อโรคจะแพร่ระบาดจากคนสู่คน กระจายข้ามประเทศและทั่วโลกในที่สุด ดังนั้นการหยุดล่าและค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายจึงเท่ากับการหยุดโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

สัตว์ป่าคุ้มครอง : เมื่อคนร้ายถูกจับ สัตว์ป่าของกลางไปไหน?

ทั้งนี้ พฤติกรรมของสัตว์ป่าที่คนเคยเลี้ยงมาก่อน จะสูญเสียพฤติกรรมการล่าและการใช้ชีวิตรอดในธรรมชาติ​ การปล่อยเค้ากลับสู่ธรรมชาติจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด​

นอกจากนี้การวิจัยยังพบว่า 71% ของโรคติดต่ออุบัติใหม่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่อีโบลา เมอร์ส ซาร์ส นิปาห์ ล้วนมีที่มาจากสัตว์ป่าทั้งนั้น

ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า​ พ.ศ.2562​ ระบุว่า
เลี้ยง :  คุก 5 ปี หรือปรับ 5 แสนบาท
ค้า :     คุก 10 ปี หรือปรับ 1 ล้านบาท


 


 


ข้อมูลจาก  ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: