Variety Update :

อิหร่านปกปิดยอดผู้เสียชีวิตโควิด-19 พบยอดจริงสูงกว่าที่รัฐบาลอ้างเกือบ 3 เท่า



สำนักข่าว BBC Thai เปิดเผยรายงานข่าวสืบสวนของบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียที่ระบุว่า รัฐบาลอิหร่านปกปิดตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่แท้จริง โดยพบว่าสูงกว่าที่รัฐบาลอ้างเกือบสามเท่า

รัฐบาลอิหร่านจัดเก็บสถิตินับถึงวันที่ 20 ก.ค. 2563 พบว่ามีผู้เสียชีวิตเกือบ 42,000 ราย แต่ตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานชี้ว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 14,405 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 278,827 ราย แตกต่างจากสถิติของรัฐบาลเองที่พบว่า มีผู้ติดเชื้อเกือบเท่าตัวคือ 451,024 ราย ซึ่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมายอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นในอิหร่าน ทำให้กลายเป็นประเทศที่เผชิญวิกฤตร้ายแรงที่สุดประเทศหนึ่งตามหลังจีน

ในเอกสารบันทึกทางการแพทย์และรายชื่อระบุรายละเอียดว่า อิหร่านมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายแรกเมื่อวันที่ 22 ม.ค. แต่กว่าทางการอิหร่านจะออกมายอมรับอย่างเป็นทางการว่าพบผู้ติดเชื้อในอิหร่าน ก็ล่วงเข้าไปในวันที่ 19 ก.พ. ซึ่งขณะนั้นได้มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไปแล้วถึง 52 ราย

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเคยออกมาพูดเรื่องตัวเลขสถิติในระดับภูมิภาคและระดับประเทศที่ไม่สอดคล้องกัน นักสถิติบางรายก็พยายามออกมาเสนอตัวเลขประเมินที่แตกต่างไป และเอกสารรั่วไหลที่บีบีซีได้มานี้ก็เผยว่าทางการอิหร่านรายงานตัวเลขประจำวันน้อยกว่าความเป็นจริงมากทั้ง ๆ ที่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ในมือ

แหล่งข่าวผู้ไม่ประสงค์ที่จะเปิดเผยตัวตนได้ส่งเอกสารนี้มาให้บีบีซี ในเอกสารมีรายละเอียดจำนวนผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งชื่อ อายุ เพศ อาการ ระยะเวลาที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และโรคประจำตัวที่ผู้ป่วยอาจจะมีอยู่แล้ว โดยรายละเอียดในเอกสาร สอดคล้องกับข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่บีบีซีเองทราบอยู่แล้ว

ทั้งนี้ รายละเอียดระบุอีกว่า กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 หรืออาการที่ใกล้เคียงสูงสุดที่ 8,120 ราย ส่วนเมืองกุม มีสัดส่วนผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือ 1,419 ราย เท่ากับมีผู้เสียชีวิต 1 รายจากประชากรทุก ๆ 1,000 คน

น่าสนใจว่ามีผู้เสียชีวิตที่ไม่ใช่ชาวอิหร่านถึง 1,916 ราย ซึ่งชี้ว่าสัดส่วนผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้อพยพและผู้ลี้ภัยสูงมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอัฟกานิสถาน ประเทศเพื่อนบ้าน

การระบาดใหญ่เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่อิหร่านกำลังฉลองครบรอบการปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 1979 และยังเป็นช่วงที่กำลังจัดการเลือกตั้งทั่วไป ทางการอิหร่านจึงไม่ต้องการให้ เรื่องไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มาทำลายภาพลักษณ์ และเสียงสนับสนุนที่จะได้รับจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตโควิด-19 ทางการอิหร่านเผชิญกับวิกฤตหลายอย่าง ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงคัดค้านการขึ้นราคา น้ำมันจนมีผู้เสียชีวิตไปหลายร้อยคนเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2018 หรือการยิงขีปนาวุธผิดพลาดเป็นเหตุให้เครื่องบินพาณิชย์ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ PS752 ตก ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือรวม 176 คน เสียชีวิต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากกองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ในอิรัก เพื่อตอบโต้ที่นายพลคาเซ็ม สุเลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านถูกกองกำลังสหรัฐฯ ใช้โดรนยิงสังหาร

ดร.นูโรล์ดิน เพอร์โมแอซเซ็น อดีต ส.ส.และอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขอิหร่าน บอกว่า การกระทำของอิหร่านชี้ชัดว่ารัฐบาล "ทั้งวิตกกังวลและกลัวความจริง" เมื่อเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพราะ "รัฐบาลกลัวว่าคนจนและคนว่างงานจะออกมาประท้วงตามท้องถนน"

ดร.เพอร์โมแอซเซ็น บอกอีกว่า การที่อิหร่านห้ามไม่ให้องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Médecins sans Frontières) เข้าไปรักษาผู้ติดเชื้อในเมืองอิสฟาฮานทางตอนกลางของประเทศ เป็นหลักฐานชี้ว่า อิหร่านรับมือกับการระบาดโดยคำนึงถึงประเด็นความมั่นคงเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านบอกว่า รายงานที่ส่งไปยังองค์การอนามัยโลกทั้งโปร่งใสและไม่มีการบิดเบือนใด ๆ



ที่มา  BBC Thai


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: