Variety Update :

วิกฤตไฟป่าออสเตรเลีย เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 30 ล้านไร่ นับแต่กลางปีที่แล้ว

                                                Image : CNN

วิกฤตไฟป่าออสเตรเลีย เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 30 ล้านไร่ นับแต่กลางปีที่แล้ว

ประเทศออสเตรเลียกำลังเผชิญกับวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ ซ้ำเติมด้วยอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์และภัยแล้งที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายเดือน โดยรัฐนิวเซาท์เวลส์เผชิญกับไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุด มีพื้นที่ถูกทำลายไปแล้ว 4 หมื่น ตร.กม. บ้านเรือนมากกว่า 1.3 พันหลังพังเสียหาย และประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ และถ้านับรวมพื้นที่เสียหายในรัฐวิกตอเรียด้วย จะกินพื้นที่ถึงกว่า 4.8 หมื่น ตร.กม. หรือกว่า 30 ล้านไร่

วิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้ คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 23 รายทั่วประเทศ ในจำนวนนี้มีนักดับเพลิง 3 คน โดยส่วนใหญ่เหตุเกิดที่นิวเซาท์เวลส์


                                                 Image : CNN

และเมื่อวันเสาร์ที่ 4 ม.ค. นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ได้เรียกทหารกองหนุน 3,000 นาย เข้าช่วยดับไฟป่าที่กำลังปะทุอย่างหนัก ทางการได้ออกมาเตือนประชาชนในรีบอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ทหารเร่งอพยพประชาชนที่ติดอยู่ในกองไฟที่รัฐวิกตอเรีย

สำหรับอุปสรรคสำคัญในการระงับเพลิงคือ กระแสลมที่แรงจัด และบางพื้นที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนทะลุ 40 องศาเซลเซียสไปแล้ว ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าเปลวเพลิงจะลุกลามไปถึงพื้นที่ที่ชุมชนที่ประชาชนอาศัยอยู่ รวมถึงชานนครซิดนีย์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ด้วย


                                               Image : CNN

รัฐนิวเซาท์เวลส์ต้องเผชิญกับปัญหาไฟป่ามาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ไฟป่าลุกลามเร็วมากเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง มีกระแสลมแรง พร้อมด้วยภาวะภัยแล้งที่ดำเนินต่อเนื่องมานาน เกิดไฟไหม้ป่าในหลายสิบจุดทั่วรัฐ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณพุ่มไม้ ป่าบนเขา และอุทยานแห่งชาติ ซึ่งนักดับเพลิงยังไม่สามารถควบคุมไฟไว้ได้

ส่วนที่รัฐวิกตอเรีย พื้นที่กว่า 8 พัน ตร.กม. ถูกไฟเผาไหม้ โดยเริ่มต้นมาตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. ก่อนจะมาทวีความรุนแรงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย


                                              Image : CNN

ในช่วงวันก่อนปีใหม่ ผู้อยู่อาศัยที่เมืองมัลลาคูตาหนีไปหลบภัยบริเวณริมชายหาด มีเพียงทิศทางลมที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้ และวันที่ 3 ม.ค. ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวราวพันคน ได้รับความช่วยเหลือออกจากพื้นที่โดยกองทัพเรือออสเตรเลีย นอกจากนี้ กองทัพออสเตรเลียได้ส่งกำลังพล เรือ และเครื่องบิน มายังพื้นที่นี้เพื่อช่วยในการอพยพย้ายผู้คนและจัดการกับไฟป่า ด้วย

ที่กรุงแคนเบอร์รา ไฟป่าทำให้เมืองหลวงของออสเตรเลียกลายเป็นมหานครของโลกที่มีอากาศแย่เป็นอันดับที่ 3 เมื่อวันที่ 3 ม.ค.

หายนะไฟป่าที่รุนแรงที่สุดที่ออสเตรเลียเคยเจอเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.พ. ปี 2009 โดยเรียกเหตุการณ์นั้นกันว่า "Black Saturday" โดยทำให้มีผู้เสียชีวิต 180 ราย


                                                 Image : CNN

นักวิทยาศาสตร์เคยเตือนมานานแล้วว่าสภาพภูมิอากาศที่ร้อนและแห้งขึ้นจะส่งผลทำให้เกิดไฟป่าบ่อยและรุนแรงขึ้น หลายส่วนของออสเตรเลียเผชิญกับภัยแล้งมานาน บางทีเป็นหลายปี ยิ่งทำให้ไฟลุกลามง่ายเข้าไปใหญ่ ซึ่งในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว อุณหภูมิในออสเตรเลียสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2 ครั้ง โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 40.9 องศาเซลเซียสเมื่อ17 ธ.ค. และพุ่งเป็น 41.9 องศาเซลเซียสในวันถัดมา

ปัจจัยหลักของสภาพภูมิอากาศลักษณะนี้เกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า "Indian Ocean Dipole (IOD)" คืออุณหภูมิที่พื้นผิวน้ำทะเลอุ่นกว่าทางฟากตะวันตกของมหาสมุทรแต่เย็นกว่าในฟากตะวันออก


                                       Image : CNN

ความแตกต่างของอุณหภูมิที่ว่าสูงที่สุดในรอบ 60 ปี ผลที่เกิดขึ้นคือ เกิดฝนตกและน้ำท่วมมากกว่าที่เกิดขึ้นโดยเฉลี่ยในฝั่งตะวันออกของแอฟริกา และเกิดภาวะแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย

 

ที่มา BBC Thai

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: