Variety Update :

ชาวเซนทิเนล ชนเผ่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอกสังหารนักท่องเที่ยวอเมริกัน



ชาวเซนทิเนล ชนเผ่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอกสังหารนักท่องเที่ยวอเมริกัน

การเสียชีวิตของหนุ่มอเมริกันจากฝีมือของสมาชิกชนเผ่า ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์บนเกาะเซนทิเนลเหนือของหมู่เกาะอันดามัน นอกชายฝั่งทางตะวันออกของอินเดีย ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับ "การเที่ยวชมชนเผ่า" ที่แอบทำกันบริเวณหมู่เกาะอันดามัน ออมคาร์ คันด์เอคาร์ มีรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้

ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนเกาะเซนทิเนลเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในชนเผ่าไม่กี่กลุ่มที่ "ตัดขาด" กับโลกภายนอก ได้สังหารจอห์น อัลเลน โช ชาวอเมริกันวัย 27 ปี ด้วยการยิงธนูใส่ ขณะที่เขาเดินทางไปยังเกาะแห่งนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ตำรวจระบุว่า โช ได้ว่าจ้างชาวประมงในพื้นที่ 6 คน เป็นเงิน 25,000 รูปี หรือประมาณ 11,700 บาท เพื่อให้พาเขาไปยังเกาะเซนทิเนลเหนือ รายงานของสื่อหลายแห่งระบุว่า เขาต้องการไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ให้กับชาวเกาะ

หมู่เกาะอันดามัน เป็นที่ตั้งของชนเผ่าที่ "เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์" 5 ชนเผ่า ได้แก่ จาราวา, เซนทิเนลเหนือ, เกรตอันดามัน, อองเก และชอมเพน โดยชนเผ่าจาราวาและเซนทิเนลเหนือนั้นเป็นชนเผ่าที่แปลกแยกจากโลกภายนอก ทำให้พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่น่าสนใจในสายตานักท่องเที่ยวราว 5 แสนคนที่เดินทางไปเยือนหมู่เกาะเหล่านี้ในแต่ละปี

                            เมื่อ 21 ต.ค. ผู้ใช้งานอินสตาแกรมที่ชื่อว่า @johnachau ซึ่งคาดว่าเป็นของจอห์น อัลเลน โช ได้โพสต์ภาพขณะโชอยู่บนเรือ

และในปีนี้ กระทรวงมหาดไทยของอินเดียได้ประกาศละเว้นให้ชาวต่างชาติไม่ต้องขอใบอนุญาตเข้าพื้นที่หวงห้าม (restricted area permits--RAP) ในการเดินทางเยือนเกาะ 29 แห่ง โดยรวมถึง 9 เกาะของหมู่เกาะนิโคบาร์ และอีก 2 เกาะของหมู่เกาะอันดามัน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าและชนพื้นเมืองที่ถือว่า "เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์" ซึ่งเกาะเซนทิเนลเหนือก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่เจ้าหน้าที่ทางการยืนกรานว่า นักท่องเที่ยวจะยังต้องขออนุญาตจากหน่วยงานของทางการประจำเขตพื้นที่ และกรมป่าไม้ ในการเดินทางไปยังพื้นที่เหล่านั้น

ชาวจาราวา อาศัยอยู่ในเขตป่าสงวน 1,028 กม. ระหว่างหมู่เกาะอันดามันกลางและใต้ การชมพวกเขา นักท่องเที่ยวต้องนั่งรถบัส 2 ชั่วโมงจากกรุงพอร์ตแบลร์ เมืองหลวงของหมู่เกาะอันดามัน ไปยังเมืองบาราตัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำหินปูนและภูเขาไฟโคลนจำนวนมาก พวกเขาต้องเดินทางไปตามถนนอันดามันทรังก์ (Andaman Trunk Road--ATR) ซึ่งตัดผ่านเขตสงวนจาราวา

ในปี 2013 ศาลสูงสุดได้ห้ามนักท่องเที่ยวใช้เส้นทาง ATR หลังจากมีคลิปวิดีโอที่ถ่ายโดยนักข่าวคนหนึ่ง เผยให้เห็นตำรวจบังคับให้ผู้ชายชนเผ่าจาราวา 6 คน เต้นรำให้นักท่องเที่ยวดู ศาลกลับคำตัดสินหลังจากรัฐบาลของรัฐยื่นหนังสือที่รับปากว่าจะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปหรือให้มีการตั้งร้านค้าในพื้นที่

มานิช จันดี จากทีมสิ่งแวดล้อมอันดามันนิโคบาร์ ซึ่งศึกษาหมู่เกาะเหล่านี้ในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา กล่าวว่า "รัฐบาลให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นมาเป็นเวลานาน หลังจากคำตัดสินของศาล ได้มีการให้บริการเรือข้ามฟากจากกรุงพอร์ตแบลร์ ไปยังเกาะบาราตัง ถือเป็นทางเลือกที่ฉลาด ถ้าถูกถาม พวกเขาก็จะบอกว่า มันเป็นทางเลือกในการเดินทางนอกจากทางถนนที่สามารถใช้งานได้ และก็ขึ้นอยู่นักท่องเที่ยวว่าจะเลือกทางไหน แต่ปกตินักท่องเที่ยวก็ 'เลือก' ถนนอยู่แล้ว"

ขณะนี้ไม่มีการติดต่อโดยตรงใด ๆ กับเกาะเซนทิเนลเหนือ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงพอร์ตแบลร์ไปทางตะวันตกราว 50 กม. แต่มีเจ้าหน้าที่ยามชายฝั่งไปลาดตระเวนอยู่บ่อย ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวใจกล้าเหล่านี้กลับเข้าฝั่ง กระนั้น นายจันดี ก็บอกว่า ผู้คนยังคงพยายามที่จะดูชนเผ่าเซนทิเนลเหนือให้ได้ โดยมักจะติดสินบนชาวประมงในพื้นที่




นายจันดี เล่าว่า "ในปี 2013-14 นักธุรกิจที่อยู่ในนครมุมไบถูกจับขณะอยู่บนเรือตกปลาโดยเจ้าหน้าที่ยามชายฝั่งซึ่งคอยเฝ้าชนเผ่าเซนทิเนลเหนือ"

"บ่อยครั้ง เรือยอชต์ที่พานักท่องเที่ยวต่างชาติขับผ่านหมู่เกาะนี้ แต่ส่วนใหญ่มักถูกขัดขวางจากยามชายฝั่งที่คอยลาดตระเวนและไม่ให้นักท่องเที่ยวมาแอบซุ่มอยู่ในบริเวณโดยรอบ"

โกวินด์ ราม ผู้อำนวยการกรมสวัสดิภาพชนเผ่าในหมู่เกาะนี้ ระบุว่า เขารู้ว่ามีกรณีการเที่ยวชมชนเผ่าเกิดขึ้น "มันเป็นความจริงที่ว่า ผู้คนมักจะสนใจอยากรู้อยากเห็นสังคมของชนเผ่า" เขากล่าว "เราได้จัดการต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น โดยมีการลาดตระเวนเป็นประจำของตำรวจและเจ้าหน้าที่ทางการจากกรมสวัสดิภาพชนเผ่า

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า แต่การลาดตระเวนพื้นที่ที่กว้างใหญ่ "มีโอกาสที่คนที่ไม่ยอมเชื่อฟังจะเข้าไปได้"

แม้จะมีการแจ้งมาโดยตลอดว่า ชาวต่างชาติต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของทางการประจำเขตพื้นที่และกรมป่าไม้ เพื่อเข้าไปในเขตสงวนจาราวา และเกาะเซนทิเนลเหนือ แต่นักอนุรักษ์ระบุว่า การยกเลิกใบอนุญาตเข้าพื้นที่หวงห้าม ในการเยือนเกาะเหล่านี้ เป็นการส่งสัญญาณว่า หมู่เกาะเหล่านี้จะเปิดรับนักท่องเที่ยวในที่สุด

"เป็นการตัดสินใจโดยฝ่ายเดียว ไม่มีการปรึกษากับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่" เดนิส ไจล์ส บรรณาธิการของอันดามัน โครนิเคิลส์ (Andaman Chronicles) หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น กล่าว "แทนที่จะใช้มาตรการที่อาจนำไปสู่การเที่ยวชมชนเผ่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้นโยบายกันคนออกไปและจับตามองอย่างที่ทำมาต่อไป"

ในเดือนนี้ คณะกรรมาธิการแห่งชาติด้านชนเผ่า ระบุว่า จำเป็นต้องมีการ "ทบทวน" การผ่อนคลายกฎเกณฑ์นี้ใหม่
ที่มา  BBC Thai

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: