Variety Update :

เวเนซุเอลาวิกฤตหนัก พิษเศรษฐกิจทำประชาชนต้องซื้อเนื้อเน่ากินยังชีพ



เวเนซุเอลาวิกฤตหนัก พิษเศรษฐกิจทำประชาชนต้องซื้อเนื้อเน่ากินยังชีพ

ภาวะเศรษฐกิจล่มสลายในเวเนซุเอลาทำให้ประชาชนนับล้านต้องอพยพหนีความยากจนแร้นแค้นออกนอกประเทศ ส่วนคนที่เหลืออยู่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากจากปัญหาขาดแคลนอาหาร และระบบสาธารณูปโภคที่ล้มเหลว ทำให้ปัจจุบันประชาชนจำนวนไม่น้อยจำใจต้องซื้อเนื้อเน่ากินเป็นอาหาร

วลาดิเมียร์ เฮอร์นานเดซ ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้ลงพื้นที่สำรวจตลาดค้าเนื้อแห่งหนึ่งในเมืองมาราไคโบ รัฐซูเลีย ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในแถบซีกโลกตะวันตก และได้พบกับแผงขายเนื้อที่เปิดขาย "เนื้อวัวเน่า" ให้กับชาวบ้านรายได้ต่ำ โดยเนื้อเหล่านี้ มีราคาเพียง 1% ของเงินเดือนขั้นต่ำของชาวเวเนซุเอลา ซึ่งถูกมากเมื่อเทียบกับเนื้อวัวสด 1 กก.ที่มีราคา 1 ใน 3 ของเงินเดือนขั้นต่ำของคนที่นี่

บีบีซี ระบุว่า แม้เมืองมาราไคโบจะเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันของประเทศ แต่พื้นที่แถบนี้กลับประสบปัญหาไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้อยู่เป็นประจำจากระบบสาธารณูปโภคที่ล้มเหลว พ่อค้าตลาดสดรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ที่นี่ไฟดับวันละ 10 ครั้ง บางครั้งดับติดกันนานถึง 4 ชม. ทำให้เนื้อสัตว์ที่ขายพากันเน่าเสีย

โรงพยาบาลก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ปัญหาขาดแคลนงบประมาณในการซ่อมแซมทำให้อุปกรณ์การแพทย์และเตียงผู้ป่วยถูกทิ้งอยู่ที่หอผู้ป่วย ส่วนที่ด้านนอกโรงพยาบาลก็มีขยะทางการแพทย์กองโต ทั้งอุปกรณ์ให้น้ำเกลือและเข็มฉีดยา

ไม่เพียงแค่คนเป็นเท่านั้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ แต่คนตายก็ไม่รอดพ้นจากปัญหานี้เช่นกัน โดยปัญหาไฟฟ้าดับเป็นประจำทำให้ห้องดับจิตหลายแห่งมีปัญหาการเก็บศพในตู้แช่ ส่งผลให้ศพจำนวนมากถูกปล่อยทิ้งไว้หลายวันจนมีสภาพเน่าเปื่อยเป็นที่น่าเวทนาอย่างยิ่ง




เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดในโลก ทว่านับตั้งแต่ปี 2014 ประเทศที่เคยร่ำรวยที่สุดในภูมิภาคละตินอเมริกาแห่งนี้กลับต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ และปัญหาเงินเฟ้อที่รุนแรงจนควบคุมไม่อยู่ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงของเวเนซุเอลาสืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ตกต่ำ ขณะที่บรรดานักการเมืองฝ่ายค้านระบุว่าวิกฤตเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่นี้มาจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลพรรคสังคมนิยม

ที่ผ่านมาประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร พยายามกล่าวโทษว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของศัตรูการเมืองของเขา และการที่นานาชาติทำ "สงครามเศรษฐกิจ" คว่ำบาตรเวเนซุเอลา ส่งผลให้ประเทศต้องประสบปัญหาขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นตั้งแต่อาหารไปจนถึงยารักษาโรคและเครื่องใช้ที่จำเป็น เช่น สบู่ ยาสระผม และยาสีฟัน เป็นต้น

เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีมาดูโร ให้เริ่มใช้ธนบัตรสกุลโบลิวาร์แบบใหม่ ที่มีการตัดจำนวนเลขศูนย์ลง 5 หลัก เพื่อบรรเทาภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation) ในประเทศ ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าจะพุ่งแตะ 1,000,000% ในปีนี้

ข้อมูลจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ระบุว่า มีชาวเวเนซุเอลาอพยพออกจากประเทศแล้วราว 2.3 ล้านคนนับแต่ปี 2014 เป็นต้นมา หรือคิดเป็น 7% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งนายวิลเลียม สปินด์เลอร์ จากยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็น "หนึ่งในการโยกย้ายถิ่นฐานของประชากรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภูมิภาคละตินอเมริกา"

 

ที่มา  BBC Thai

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: