Variety Update :

เสียชีวิตมากที่สุดใน 1 วัน ชาวปาเลสไตน์เริ่มฝั่งศพผู้เสียชีวิต เหตุประท้วงเยรูซาเลม



ชาวปาเลสไตน์เริ่มฝั่งศพผู้เสียชีวิต 58 คน เหตุประท้วงเยรูซาเลม

ครอบครัวชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตจากการสังหารของทหารอิสราเอล 58 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เริ่มจัดพิธีศพในกาซาแล้ว ขณะที่นานาชาติรุมประณามอิสราเอลในการปราบปรามครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นความรุนแรงในกาซาที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดใน 1 วัน นับตั้งแต่เกิดสงครามในปี 2014 ด้านทหารอิสราเอลเตรียมรับมือกับการประท้วงรอบใหม่

พิธีฝังศพ จัดขึ้นตรงกับวันครบรอบ 70 ปี ของเหตุการณ์ที่ชาวปาเลสไตน์เรียกว่า 'นักบา' ซึ่งหมายถึงความหายนะ ซึ่งเป็นการพลัดถิ่นฐานของชาวปาเลสไตน์จำนวนมากหลังการก่อตั้งประเทศอิสราเอล

ความรุนแรงเมื่อวันจันทร์เกิดขึ้นขณะที่สหรัฐฯ เปิดสถานทูตแห่งแรกในนครเยรูซาเลม จัดขึ้นตรงกับวันครบรอบ 70 ปี ของการก่อตั้งอิสราเอล ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ และเป็นการทำลายนโยบายสหรัฐฯ เกี่ยวกับจุดยืนเรื่องนี้มานานหลายสิบปี นอกจากนี้ยังสร้างความโกรธแค้นให้ชาวปาเลสไตน์ เพราะชาวปาเลสไตน์ต้องการให้เยรูซาเลมตะวันออกเป็นเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต และเห็นว่าการทำเช่นนี้ของสหรัฐฯ เป็นการสนับสนุนการควบคุมนครเยรูซาเลมทั้งเมืองของอิสราเอล ซึ่งอิสราเอลเห็นว่าเมืองนี้ไม่อาจจะถูกแบ่งแยกได้




เจ้าหน้าที่ทางการปาเลสไตน์ กล่าวว่า นอกจากผู้ที่เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 2,700 คนจากความรุนแรงในวันจันทร์ ซึ่งพวกเขาได้ประณามการสังหารหมู่นี้

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า ปฏิบัติการของกองทัพเป็นการป้องกันตัวจากพวกฮามาส ที่เป็นกลุ่มติดอาวุธอิสลามที่ปกครองฉนวนกาซา ซึ่งนายเนทันยาฮู กล่าวว่า ต้องการจะทำลายล้างอิสราเอล โดยกองทัพอิสราเอล ระบุว่า ทหารเพียงแค่ยิงใส่ "เป้าหมายที่เป็นผู้สร้างความรุนแรง" เท่านั้น

งานนี้สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ได้วิพากษ์วิจารณ์ การใช้กำลังของอิสราเอลว่า การเข้าใกล้แนวรั้ว ไม่ได้เป็นการกระทำที่รุนแรงคุกคามชีวิต นั่นนำมาเป็นข้ออ้างให้ยิงพวกเขาไม่ได้

จำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนมากนำมาซึ่งความสะพรึงกลัวไปทั่วกาซา สิทธิ์ในการกลับสู่ดินแดนที่พวกเขาสูญเสียไป เป็นประเด็นที่อ่อนไหวอย่างมากสำหรับชาวปาเลสไตน์ แต่ผู้คนที่นี่ได้ตั้งคำถามว่า คุ้มกันหรือไม่ที่จะก่อเหตุประท้วง หลังจากที่มีผู้เสียชีวิตมากขนาดนี้

ความจริงแล้ว นี่คือเหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นสักวันหนึ่ง ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในกาซา ผู้คนอดอยากยากแค้นจากการถูกปิดกั้นการส่งสินค้าเข้ามาโดยอิสราเอล และอียิปต์ ซึ่งไม่ชอบกลุ่มฮามาส เพราะมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มภราดรภาพมุสลิม หนทางเดียวในการยุติความตายและความรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้นอีก คือการแก้ไขความขัดแย้งอย่างจริงจัง แต่นั่นก็ยังไม่เกิดขึ้น




ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผานมาโดยชาวปาเลสไตน์จำนวนมากออกมาประท้วง เช่นที่พวกเขาทำมาตลอด 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงที่ชื่อว่า "Great March of Return" โดยกลุ่มฮามาสมีส่วนสนับสนุนการประท้วงนี้ด้วย

อิสราเอล ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ราว 40,000 คนเข้าร่วม "ก่อจลาจลรุนแรง" ตามจุดต่าง ๆ 13 แห่ง บริเวณแนวรั้วความมั่นคงของอิสราเอลที่กั้นพรมแดนทางตะวันออกของกาซา โดยชาวปาเลสไตน์ได้ขว้างปาก้อนหิน และระเบิดเพลิง และเคลื่อนเข้าใกล้แนวรั้วกั้นพรมแดน พลแม่นปืนของอิสราเอลได้ยิงกระสุนจริงใส่ผู้ประท้วง และใช้โดรนปล่อยแก๊สน้ำตาใส่ ซึ่งนายเนทันยาฮู ปกป้องปฏิบัติการทางการทหารว่า "ทุกประเทศมีหน้าที่ในการปกป้องพรมแดนของตัวเอง"

กลุ่มฮามาสไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มการประท้วงรายสัปดาห์ ที่เกิดขึ้นในช่วง 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทางกลุ่มก็ได้กลายเป็นผู้สนับสนุนนับจากนั้น โดยในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม ยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำกลุ่มฮามาสในกาซา กล่าวว่า การประท้วงมีเป้าหมายกำจัดสิ่งที่เขาเรียกว่า "พรมแดนชั่วคราว" กับอิสราเอล

ฮามาสเรียกร้องให้ทำลายล้างอิสราเอล และขัดแย้งกับรัฐยิวมาตั้งแต่แรก

ที่มา BBC Thai


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: