Variety Update :

พงไพร*นิยายสยองขวัญ

บ้าเอ๊ย กูล่ะไม่น่าฟังตาแช่มเล่าเล้ย

นิทัศน์ หนุ่มนิสิตปี 3 คณะนิเทศน์ศาสตร์บ่นเบาๆ เขาได้รับทริปจากอาจารย์ให้ไปถ่ายงานมาร์โคร ในแนวธรรมชาติ เพื่อนำเสนอสำหรับตัดเกรดเทอมนี้ เมื่อได้ทริปมา หัวเขาก็ระดมไอเดียต่างๆทันที แล้วความคิดก็แวบเข้ามาในสมอง
ป่าหลังหมู่บ้าน......
ใช่แล้ว ป่าหลังหมู่บ้าน เป็นป่าดิบและมีต้นไม้และพันธุ์พืชแปลกๆมากมาย
ถ้าเขาถ่ายมาส่งอาจารย์คงได้คะแนนที่สูงกว่าคนอื่นแน่นอน และถือเป็นการพักผ่อนในตัว
คิดได้ดังนั้นก็ต่อรถจากหมอชิตกลับมาที่บ้านเกิด หลังจากจัดที่พัก ทักทายคนในหมู่บ้านแล้ว
ก็แบกกล้อง สะพายเป้ บุกป่าที่หลังหมู่บ้าน ขณะกำลังจากหมู่บ้าน ตาแช่ม พรานป่ารุ่นเก๋าก็ตะโกนถามว่า
ไอ้นิ เอ็งจะเข้าป่าเรอะ
คร้าบ ลุงแช่ม พอดีจะไปหาที่ถ่ายรูปสักหน่อยน่ะครับ
ไปคนเดียวเรอะ
..ครับลุง
..เฮ้ย กูว่ามึงหาคนไปด้วยดีกว่า อย่างน้อยก็ช่วยแบกของ
...ฮู้ย ลุง ลำบากเปล่าๆ ไปคนเดียวแหละดีแล้ว
..เฮ้ย นี่กูเป็นห่วงมึงนะ ไปคนเดียวระวังนะโว้ย
...!ระวังอะไรลุง????
...ป่าหลังเขาเนี่ยมันอันตราย คนที่ไปคนเดียวผีป่ามันชอบหลอกไปกิน
...ผีป่า ฮ่าๆๆ ลุง นี่มันยุคไหนแล้ว มาสิ ถ้าสวยๆจะปล้ำทำเมียซะเลย
...เออๆๆๆ ไอ้คนรุ่นใหม่ มึงระวังตัวให้ดีเถอะ

นิทัศน์ไม่ใส่ใจกับคำเตือน ป่าแถวนี้เขามาเที่ยวกับเพื่อนจนทะลุปรุโปร่งมาแล้ว จึงเดินขึ้นเขาไป แต่สภาพที่เห็น
มันเริ่มทำให้เขาหวาดหวั่น ป่าแถวนี้มันรกทึบจนแทบจำไม่ได้ เพราะคนหนุ่มสาวอพยพไปทำงานในเมืองกันหมด
คนบุกรุกแผ้วถางป่าทำไร่จึงไม่ค่อยมี ป่าที่โกร๋นก็เริ่มรกครึ้ม เถาวัลย์พันครึ้ม หรีดหริ่งเรไรในป่าร้องระงมชวนให้
หวาดหวั่นจริงๆ นิทัศน์ปลอบใจตัวเอง ตั้งกล้องแล้วเริ่มเก็บภาพถ่าย กดชัตเตอร์ไปเรื่อยๆ
...ป่าช่างมีมนต์ขลัง
...บรรยากาศที่สงบชวนให้ผ่อนคลาย
...พรมหญ้าที่หนานุ่ม ดอกไม้ป่าที่หอมกรุ่น
...นิทัศน์เอนตัวลงบนผืนหญ้าเขียวอันอ่อนนุ่มหลับตาลง
...เขาต้องการซึมซับความบริสุทธิ์ของที่นี่ให้มากที่สุด
ก่อนจะกลับไปสู่ความวุ่นวายแห่งสังคมเมืองหลวง
..........................................................
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไป
เย็นแล้ว
นิทัศน์สะดุ้งตื่น เรียกสติกลับคืนมา ตะวันจะลับเหลี่ยมเขาแล้ว
ท้องฟ้าค่อยๆมืดลง หรีดหริ่งเรไรเงียบงัน ผืนป่าสงบนิ่ง
ความเงียบที่ชวนอึดอัด....ความมืดเหมือนจะขย้ำเหยื่อในอ้อมอกของมัน
นิทัศน์รีบเก็บข้าวของ ในใจนึกหวาดหวั่นกับคำบอกเล่าของตาแช่มอยู่กรายๆ
พับกล้องแล้วแบกลัดเลาะไปตามทาง ฉับพลัน นิทัศน์ต้องรีบแวบเข้าพุ่มไม้ข้างทาง
ตึกๆๆๆๆๆๆ
????????
เสียงใครบางคนกำลังวิ่งอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้ามาทางเขา
พริบตานั้น บนทางเดินในป่าหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาดีก็ปรากฏกาย
เหงื่อโซมเต็มหน้า ดูท่าทางเธอลุกลี้ลุกลนเหมือนหนีใครมา
เธอหอบหายใจ ใบหน้ายิ่งแดงอมชมพู เธอเหลียวมองข้างหลัง
พอเห็นว่าไม่มีใครตามมาเธอก็นั่งพักข้างทาง

มึงจะหนีกูไปไหน อีฟ้า

เสียงตะโกนดังมาจากเบื้องหลัง หญิงสาวหันขวับมามอง ชายหน้าตาถมึงทึง หน้าเหี้ยม ถมึงทึง ถือมีด
มันวิ่งเข้ามาบีบคอหญิงสาวด้วยมือข้างหนึ่ง หญิงสาวดิ้นรน มันคำรามว่า

มึง มึงแสบนักเรอะ มึงจะหนีกูไปไหน หือ มึงจะหนีไปไหนรอด

ปล่อยนะ ไอ้ชั่ว ปล่อยๆๆ

ปล่อยให้โง่เรอะ ยังไงวันนี้มึงก็ต้องเป็นเมียกู

อย่านะ ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วย

ร้องให้คอแตกไปเลย แถวนี้ไม่มีใครที่จะช่วยมึงได้หรอก

ผัวะ อั๊ก

นิทัศน์หยิบขาตั้งกล้อง ค่อยๆย่องไปข้างหลัง ฟาดท้ายทอยชายร่างบึกบึนจนมันสลบคาที่ หญิงสาวรีบถอยออกมา
นิทัศน์ถามว่า
คุณ คุณเป็นไงบ้าง

ไม่เป็นไรจ๊ะ ขอบคุณทีช่วย คุณ.....

ผมชื่อนิทัศน์ แล้วคุณเป็นใครมาจากไหนล่ะ ทำไมหนีมา

ไอ้คนนี้มันชื่อชด มันเป็นพ่อเลี้ยงฉัน วันนี้แม่ฉันไม่อยู่มันก็เลยคิดจะปล้ำฉัน ฉันก็เลยหนีมันมา

ไอ้ชั่วเอ้ย ขอซ้ำอีกทีเถอะ

อย่าจ๊ะ ฉันว่าเรารีบหนีก่อนมันจะฟื้นดีกว่าจ๊ะ

ไปสิ

นิทัศน์จับมือหญิงสาวลุกขึ้นแล้วก็เดินจากไป ปล่อยให้ชายลึกลับนอนสลบอยู่กับพื้น.
..............................................................................................................
บ้าเอ๊ย หลงป่าจนได้
นิทัศน์สบถอย่างหัวเสีย เพราะเผลอหลับทำให้ท้องฟ้ามืดจนได้ ในที่สุดป่าทั้งป่าก็มืดสนิท นกกลางคืนร้องหาเหยื่อ
บ่างป่าบินพรึบพรั่บๆ ค้างคาวก็บินโฉบไปมา ต้นไม้ในป่าโอนเอนไปมาเหมือนมหาภูตที่จ้องมองทั้งสอง หญิงสาว
หวาดกลัวจนตัวสั่น จับมือนิทัศน์บีบแน่น นิทัศน์ได้แต่เดินนำไปเหมือนคนตาบอด เคราะห์ยังดีที่ทั้งสองเจอกระท่อมกลางป่า
จึงเข้าไปหลบพัก นิทัศน์วางเป้และกล้องลงกับพื้น หญิงสาวนั่งลงบนแคร่ในกระท่อม นิทัศน์นั่งที่มุมห้องปัดฝุ่นสองสามที
หญิงสาวลึกลับ กล่าวว่า
เอ่อ พี่คะ ทำไมไม่มานั่งบนแคร่ล่ะคะ

เอ่อ เราสองคนอย่าอยู่ใกล้กันดีกว่า เดี๋ยวเธอจะเสียหายน่ะ

คิดมากไปรึเปล่าคะ เวลานี้จะมีใครมาเห็นล่ะคะ

นิทัศน์ลุกขึ้น กล่าวว่า

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันก็ไม่ควรนะ

หญิงสาวลุกจากแคร่ เดินเข้ามานิทัศน์ กลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่น มันกระตุ้นให้สัญชาตญาณของนิทัศน์ตื่นขึ้นมา นิทัศนใจเต้นตึกๆ
หญิงสาวเดินเข้ามาเรื่อยๆ โอบกอดนิทัศน์ไว้ กล่าวเบาๆว่า

ถ้าไม่มีพี่ หนูคงเป็นของไอ้พ่อเลี้ยงบ้ากามนั่นแล้ว ขอบคุณมากนะคะ

ริมฝีปากสีชมพู ช่างยั่วยวนใจ ยิ่งกลิ่นกายสาว ยิ่งทำให้นิทัศน์คลั่ง โน้มริมฝีปากลง ถลกเสื้อออกจนเห็นไหล่สีขาว หญิงสาวพริ้มตาลง....


.....ฉัวะ....

.....อุ๊........

....เลือดไหลรินเป็นเส้นสาย

.....ใช่ เลือดสดๆ ไหลรินออกมา

....จากริมฝีปากของนิทัศน์เอง นิทัศน์มองหน้าอกตัวเอง ตอนนี้มือของหญิงสาวเสียบทะลุหน้าอกเขา

.....งุนงงและไม่เข้าใจ........

แต่หญิงสาวก็กระโดดกัดคอของนิทัศน์จนขาดวิ่น นิทัศน์แม้อยากจะร้อง แต่หลอดลมของเขาขาดสะบั้น
ร่างเหมือนดินเหลวล้มลงกับพื้นพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย สายตาที่เบิกโพลงจ้องมองเหมือนไม่เข้าใจ
หญิงสาวลึกลับแลบลิ้นเลียฝ่ามือตัวเองที่เปื้อนเลือด ฟันที่เรียงเหมือนไข่มุกบัดนี้มันแหลมคนเหมือนฟันฉลาม
ดวงตาที่ดำสนิทเหมือนนิล ตอนนี้ค่อยๆแดงก่ำเหมือนตาสัตว์กินเนื้อ หน้ากระท่อมร่างของไอ้ชดในสภาพเดียวกัน
ตาแดงเหมือนทับทิม เล็บคม ฟันแหลมเป็นซี่ มันทั้งสองหัวเราะเสียงแหลมเล็ก ไอ้ชดกล่าวว่า

ทำดีมากา อีหนู นานแล้วที่ไม่ได้กินเนื้อคนสดๆ มื้อนี้อิ่มแล้วโว้ย ฮ่าๆๆๆๆๆ

แล้วทั้งสองก็รุมทึ้งร่างของนิทัศน์ที่นอนแน่นิ่งกับพื้น ตับไต.... เครื่องใน... หัวใจ.... โลหิต.... เนื้อ.... ผิวหนัง...
พวกมันกินจนหมด แล้วก็ทิ้งแต่กองกระดูกของนิทัศน์ไว้กับพื้นกระท่อม แล้วพวกมันก็หันหลังจากไป
หายลับไปกับความมืดตลอดกาล
ระวัง........ป่า...มักมีผู้ล่าเสมอ.


ข้อมูลจากhttp://www.palungjit.com/

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: