Variety Update :

เอาใจสาวกชาไข่มุก ดิ แอร์ลี่ เปิดแล้วในไทย



"ดิ แอร์ลี่" แบรนด์เครื่องดื่มชื่อดังที่ประสบความสำเร็จมาแล้วใน 12 ประเทศ เอาใจสาวกชาไข่มุกด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ที่เดินทางมาให้ชาวไทยได้ลิ้มรสความอร่อยหลากหลายเมนูแล้ววันนี้

อบอวลไปด้วยบรรยากาศของเหล่าคนรักชาไข่มุกในงานเปิดตัวเครื่องดื่มแบรนด์ ‘ดิ แอร์ลี่’ (The Alley) ที่หลังจากประสบความสำเร็จและสร้างปรากฎการณ์การต่อคิวยาวมาแล้วใน 12 ประเทศ ครั้งนี้เครื่องดื่มแบรนด์ดังได้เดินทางมาถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย อุณาวรรณ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการบริหาร ‘ดิ แอร์ลี่ ประเทศไทย’ (The Alley Thailand) ได้นำเข้าเครื่องดื่มแบรนด์ ‘ดิ แอร์ลี่’ (The Alley) มาให้คนไทยได้ลิ้มรสจากความพิถีพิถันของการคัดเลือกวัตถุดิบ รวมถึงกรรมวิธีการทำที่โดดเด่น ส่งผลให้เครื่องดื่มของ ‘ดิ แอร์ลี่’ (The Alley) มีรสชาติอร่อยที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร เมื่อบ่ายวันก่อน ที่ร้าน ‘ดิ แอร์ลี่’ (The Alley) สาขา สยามสแควร์วัน ชั้น 4

โดยในงานได้รับเกียรติจากเหล่าคนดังผู้ชื่นชอบการดื่มชาเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ แพรพรรณ-พงศธร ธรรมวัฒนะ, กัลยดา โลหเจริญวนิช, เบน-ชาญ่า ณ นคร, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, พิมสิริ นาคสวัสดิ์, อนล ธเนศวรกุล, อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล, อลิสา ขุนแขวง, ศรุชา เพชรโรจน์, เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค, ลลิตา ไพศาล, รัญดภา มันตะลัมพะ, พิมพาภรณ์ เสริมพณิชกิจ, ปราณวรินทร์ ปามี, ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ และอีกมากมาย

‘ดิ แอร์ลี่’ (The Alley) แบรนด์เครื่องดื่มจากประเทศไต้หวัน ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 ภายใต้แนวคิดที่ต้องการผสมผสานงานศิลปะลงไปในเครื่องดื่มแก้วโปรดในแต่ละเมนู ไม่ว่าจะเป็นความพิถีพิถันของการคัดเลือกวัตถุดิบ กรรมวิธีการทำจากสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ การเสิร์ฟที่รังสรรค์อย่างสวยงาม รวมถึงเทคนิคการดื่มที่จะสามารถสร้างสุนทรียศาสตร์การดื่มชารูปแบบใหม่ให้กับผู้ที่ลิ้มลองได้ประทับใจในรสชาติของทุกเมนู และจุดเด่นนี้เองที่ทำให้แบรนด์สามารถขยายสาขาไปยัง 12 ประเทศ 30 เมือง ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว อาทิ แคนาดา สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาเลเซีย จีน ฮ่องกง และในเดือนตุลาคมนี้ที่ประเทศไทย




อุณาวรรณ ตั้งคารวคุณ กล่าวถึงจุดประสงค์ที่นำ ‘ดิ แอร์ลี่’ (The Alley) เข้ามาในประเทศไทย และจุดเด่นของแบรนด์ว่า ‘เราเป็นคนที่เดินทางค่อนข้างบ่อย และชอบลองอะไรใหม่ๆ เวลาไปต่างประเทศก็จะชอบไปชิมอาหารเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมของเมืองนั้นๆ อย่าง ‘ดิ แอร์ลี่’ ก็รู้จักอยู่แล้ว เพราะแบรนด์ค่อนข้างมีชื่อเสียง และมีเพื่อนๆ แนะนำให้ไปลองชิมอยู่หลายคนเวลาไปต่างประเทศ พอมีโอกาสได้ลองชิมก็รู้สึกประทับใจ เพราะเครื่องดื่มแบรนด์นี้จะมีความกลมกล่อม ไม่ได้หวานจนเกินไป ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น ประกอบกับช่วงนี้ชาไข่มุกกำลังเป็นที่นิยมในเมืองไทยก็เลยอยากนำเข้ามาให้ได้ลองชิมกัน เพราะคิดว่าคนไทยน่าจะชอบในรสไข่มุกที่หอมหวานเหนียวนุ่มลงตัวกับรสเครื่องดื่มที่เข้ากัน ซึ่งวางแผนไว้ว่าอยากจะขยายสาขาในประเทศให้ครอบคลุมเพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าทุกกลุ่มทั้งในเมืองและชานเมือง รวมถึงในต่างจังหวัด และประเทศเพื่อนบ้าน’

โดยแบรนด์ ‘ดิ แอร์ลี่’ (The Alley) ได้เปิดร้านที่สยามสแควร์วันชั้น 4 เป็นสาขาแรกในบรรยากาศร้านน่านั่งแสนสะดวกสบาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ตกแต่งตามสไตล์ไต้หวัน ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยแสงไฟสีส้ม พร้อมมอบความสดชื่นจากต้นไม้อันเขียวขจีบริเวณกลางร้าน โดยมีซิกเนเจอร์เป็นไข่มุก เดียร์ริโอก้า (Deerioca) ขนาดพอดีคำ ที่ถูกนำมาคลุกเคล้ากับน้ำตาลทรายแดงสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ ที่ทำสดใหม่ทุกวัน โดยผ่านขั้นตอนการหมัก กวน ต้มจนได้เป็นน้ำเชื่อมสีดำเข้มข้น ก่อนนำมาผสมคลุกเคล้ากับไข่มุกทำให้ไข่มุกมีความแวววาว มีกลิ่นหอมหวาน ให้สัมผัสเหนียวนุ่มเคี้ยวหนึบหนับเต็มคำ ในรสชาติหวานที่ไม่เลี่ยนจนเกินไป ซึ่งนอกจากไข่มุกที่ทางแบรนด์ตั้งใจทำแล้ว เครื่องดื่มชาแต่ละแก้วของ ‘ดิ แอร์ลี่’ (The Alley) ยังใช้เวลาเตรียมวัตถุดิบกว่า 500 วัน ในการผลิต เริ่มตั้งแต่การรอเก็บเกี่ยวใบชาที่คัดเลือกเฉพาะใบชาคุณภาพดีเท่านั้น ก่อนนำไปบ่มรวมกับวัตถุดิบพิเศษของทางแบรนด์ทำให้ชามีกลิ่นหอม เมื่อดื่มคู่กับไข่มุกจึงมอบรสชาติอร่อยลงตัวอย่างเป็นเอกลักษณ์ โดยมีเมนูเครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง บราวน์ ชูก้า เดียร์ริโอก้า วิท เฟรช มิลล์ (Brown Sugar Deerioca with Fresh Milk) ด้วยรสชาติหวานมันของนมที่เข้ากันอย่างลงตัวกับไข่มุกสูตรพิเศษ ที่มีวิธีการดื่มแบบเฉพาะ คือครั้งแรกให้ดื่มโดยไม่ต้องคนจะทำให้ได้รสชาติความหอมหวานของไข่มุกอย่างชัดเจน จากนั้นให้คน 9 ครั้ง เพื่อให้น้ำตาลทรายแดงที่อยู่ในไข่มุกขึ้นมาผสมกับนมด้านบนจะทำให้ได้รสชาติแบบใหม่ ดื่มด่ำกับเมนู รอยัลนัมเบอร์ 9 (Royal No.9) ชานมลาเต้ที่มีส่วนผสมหลักเป็นชาดำผลไม้ ที่คัดสรรใบชาคุณภาพก่อนนำไปบ่มกับส่วนผสมพิเศษจึงทำให้ได้ชารสผลไม้ที่มีกลิ่นหอม ซึ่งกลิ่นของผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์นี้เองที่จะทำให้ผู้ดื่มได้ลิ้มรสกับรสชาติชาที่แปลกใหม่ซึ่งเมนูดังกล่าวยังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศแคนาดา และมาเลเซีย




ด้านเหล่าแฟนคลับแบรนด์ภายในงานต่างร่วมเผยถึงเมนูชาที่ชื่นชอบพร้อมเคล็ดลับการดูแลรูปร่างให้ดูดี เริ่มจาก สาวนักธุรกิจ แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ เผยว่า ‘ปกติแล้วเป็นคนที่ชอบดื่มชามาก เพราะเราไม่ค่อยกินกาแฟ ก็เลยจะชอบพวกเมนูชามากกว่า อย่างเมนูที่ชอบเลยก็จะเป็นชานม แต่จะชอบรสชาติที่ไม่ได้เน้นชามาก ใส่นมเยอะหน่อย ซึ่งถ้าวันไหนที่ดื่มชานมก็จะงดของหวานอย่างอื่นเลย แล้วกินข้าวน้อยลง เพราะถ้าจัดเต็มทุกมื้อก็อาจจะอ้วนได้ง่ายๆ (หัวเราะ) เราก็เลยจะเลือกกินเป็นพิเศษ’

ต่อมาที่สาวตาหวาน ชาญ่า ณ นคร เล่าว่า ‘เราชอบดื่มทั้งชาผลไม้และชานม เพราะชาผลไม้ดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่น ส่วนชานมจะดื่มในวันที่อยากทานอะไรหวานๆ อย่างแบรนด์นี้ก็เป็นแฟนคลับอยู่แล้ว เวลาไปเที่ยวไต้หวันจะต้องไปชิมทุกครั้ง พอรู้ว่ามาเปิดที่ไทยก็ดีใจมากเลย ซึ่งจะชอบเมนูชานมกับชาเขียว เวลาดื่มจะต้องทานคู่กับบราวนี่ที่รสชาติเข้มข้นหน่อย จะยิ่งช่วยชูรสให้อร่อยขึ้น ส่วนวิธีดูแลรูปร่างก็ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว ปกติจะโยคะสัปดาห์ละ 3 วัน หรือถ้าช่วงฤดูหนาวก็จะเดินทางไปเล่นสโนว์บอร์ดเป็นประจำทุกปี’




คนถัดมาสาวรูปร่างดี ศรุชา เพชรโรจน์ เผยว่า ‘เราคือสาวกของหวาน (หัวเราะ) ปกติเป็นคนที่ชอบทานของหวานทุกประเภททั้งเค้ก ขนม หรือชาไข่มุก ในหนึ่งสัปดาห์จะต้องกินอย่างน้อย 3-4 แก้ว ซึ่งจะชอบรสต้นตำรับ แต่จะชอบแบบที่ไม่หวานมาก แต่ถ้าไม่อยากอ้วนมากหนึ่งแก้วก็จะแบ่งกันกินกับเพื่อน (หัวเราะ) แล้วก็ออกกำลังกายทุกวัน ทั้งสร้างกล้ามเนื้อ และคาร์ดิโอเพื่อเผาผลาญออก เราจะได้สามารถกินของอร่อยได้ต่อไปเรื่อยๆ’

ปิดท้ายที่สาวรอยยิ้มมีเสน่ห์ เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค เล่าว่า ‘ส่วนตัวแล้วจะชอบเครื่องดื่มที่มีรสชาติเข้มข้นแต่ไม่หวานมาก อย่างโกโก้ก็จะชอบแบบเข้มๆ เลย ซึ่งจะดื่มประมาณสัปดาห์ละหนึ่งแก้ว แต่เราจะชอบเลือกไข่มุกที่ไม่เละหรือนิ่มมาก เพราะแป้งที่ถูกต้อมมาจนเละถ้ากินเข้าไปจะทำให้อ้วนง่าย โดยจะชอบร้านที่ต้มไข่มุกแบบสุกพอดี หรืออย่างช่วงไหนที่ต้องดูแลรูปร่างเป็นพิเศษแล้วอยากกินชาไข่มุกมาก ก็จะกินแค่ครึ่งแก้วพอ ให้ได้รับรสชาติที่ต้องการ’

สัมผัสสุนทรียศาสตร์แห่งการดื่มด่ำเครื่องดื่มรสเยี่ยมจากไต้หวานแบรนด์ ‘ดิ แอร์ลี่’ (The Alley) พร้อมกันได้แล้ววันนี้ที่สยามสแควร์วัน ชั้น 4 และในเดือนธันวาคมนี้ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: