Variety Update :

ภิกษุณีธัมมนันทา ภิกษุณีสายเถรวาทรูปแรกในไทย



ภิกษุณีธัมมนันทา ภิกษุณีสายเถรวาทรูปแรกในไทย

สำนักข่าว BBC ประกาศรายชื่อสตรี 100 คน ที่เป็นแรงบันดาลใจและทรงอิทธิพลจากทั่วโลกประจำปี 2019 ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ได้รับเลือกครั้งนี้คือ "ภิกษุณีธัมมนันทา" ภิกษุณีสายเถรวาทรูปแรกของประเทศไทย โดยโครงการ 100 Women ของบีบีซี นำเสนอเรื่องราวหลากหลายของผู้หญิงจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งในปีนี้มีขึ้นภายใต้แนวคิดหลักที่ว่า "อนาคตจะเป็นอย่างไร หากผู้หญิงเป็นผู้ขับเคลื่อน"

ภิกษุณีธัมมนันทา เป็นอดีตนักวิชาการด้านปรัชญาและศาสนา ในชื่อฆราวาส คือ รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ ได้เดินทางไปอุปสมบทที่ประเทศศรีลังกา เมื่อปี พ.ศ. 2546 หลังจากผ่านการบวชสามเณรี ครบ 2 ปี

ภิกษุณีธัมมนันทา หรือ "หลวงแม่" ให้สัมภาษณ์กับ BBC Thai เมื่อปี พ.ศ. 2560 ว่า เหตุผลที่ต้องไปบวชที่ประเทศศรีลังกาเนื่องจากประกาศของสมเด็จพระสังฆราชฯ เมื่อ 90 ปีก่อน ที่คณะสงฆ์ยึดถือปฏิบัติตลอดมา สั่งห้ามภิกษุสงฆ์อุปสมบทให้ผู้หญิงเป็นภิกษุณี

ปัจจุบัน "หลวงแม่" เป็นเจ้าอาวาสวัตรทรงธรรมกัลยาณี ภิกษุณีอาราม จ.นครปฐม (เนื่องจากภิกษุณีไม่ได้รับสถานะทางกฎหมาย สถานปฎิบัติธรรมของภิกษุณี จึงใช้คำว่า "วัด" ไม่ได้) โดยภิกษุณีในวัดแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภิกษุณีในไทยราว 200 รูป ซึ่งต่างต้องเดินทางไปบวชที่ศรีลังกาและกลับมาจำวัดในไทย เพราะคณะสงฆ์ไทยไม่อนุญาตให้ทำการบวชในประเทศ

ภิกษุณีธัมมนันทาเล่าว่า มารดาของท่านบวชเป็นภิกษุณีในสายนิกายมหายาน และเป็นผู้ก่อตั้งวัตรทรงธรรมกัลยาณี ภิกษุณีอาราม ริมถนนเพชรเกษม จ.นครปฐม ในวัยเด็กท่านจึงเติบโตมาท่ามกลางกิจกรรมทางพุทธศาสนาและได้ช่วยงานที่ภิกษุณีอารามอยู่เสมอ

อิทธิพลจากการแวดล้อมด้วยพุทธศาสนาน่าจะมีส่วนไม่น้อยต่อการเลือกเส้นทางชีวิต ธัมมนันทาเลือกเรียนปริญญาตรีด้านปรัชญาที่อินเดีย ต่อด้วยปริญญาโทและเอกที่แคนาดาและอินเดียตามลำดับ หลังจากนั้นท่านได้กลับเมืองไทยและเข้าทำงานเป็นอาจารย์ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาปรัชญาและศาสนา

ช่วงที่เป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์นี้เองที่ ดร.ฉัตรสุมาลย์ในเวลานั้น ได้เปิดตัวเองออกสู่ชุมชนทางวิชาการระดับนานาชาติที่สนใจเรื่องผู้หญิง ศาสนา และการเปลี่ยนแปลงสังคม

เธอค้นพบว่า "ศักยภาพผู้หญิงมีมหาศาล แต่กลับถูกปิดกั้นจากกรอบความคิดของวัฒนธรรมและศาสนา"

ปี 2526 ดร. ฉัตรสุมาลย์เข้าร่วมการประชุมที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจัดขึ้น ทำให้ได้พบปะนักคิดผู้หญิงจากทั่วโลก นับเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต เธอตั้งคำถามกับตัวเองว่า แม้การเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจะมี "สถานภาพที่ปลอดภัยดี" และได้รับการยอมรับจากสังคม แต่ทำไมเธอซึ่งเป็นผู้ที่รู้เรื่องผู้หญิงบวชมากที่สุดในไทย กลับไม่ทำอะไรเลยเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

ช่วงนั้นหนังสือเล่มหนึ่งที่กล่าวถึงผู้หญิงในพุทธศาสนาสมัยพุทธกาลมีอิทธิพลต่อเธอมาก เธอได้เริ่มศึกษาพระไตรปิฎกเชิงวิพากษ์ที่ทำให้เข้าถึงหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าในการ "อ่าน" อีกแบบหนึ่ง

แม้ความคิดจะเริ่มต้นแล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่ใช่เวลาอันเหมาะสมที่จะบวช เพราะเธอมีครอบครัวและลูกที่ต้องดูแล จนกระทั่งผ่านไป 18 ปีหลังจากนั้น

"หลวงแม่รอจนกระทั่งลูกคนเล็กอายุ 24 และจบปริญญาโท คิดว่าเราส่งเขาข้ามฝั่งแล้ว ตอนนี้เขาเดินเอง ก็ไม่มีความรู้สึกผิดว่าทิ้งครอบครัวมา เพราะว่าเราวางเขาไว้ในจุดที่เขาจะปลอดภัยแล้ว"

สามปีต่อมา ฉัตรสุมาลย์เดินทางไปที่ศรีลังกา แต่การเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นครั้งที่เธอตัดสินใจเข้าอุปสมบทเป็นสามเณรี หลังจากนั้นธัมมนันทา เดินทางกลับมาจำวัดที่เมืองไทย และศึกษาพระธรรมกับภิกษุณีผู้เป็นปวัตตินีหรือพระอาจารย์เป็นเวลาสองพรรษา ก่อนกลับไปศรีลังกาอีกครั้งในปี 2546 เพื่อเข้าพิธีอุปสมบทเป็นภิกษุณี

ที่ต้องไปศรีลังกาก็เพราะมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า พระบัญชาของกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์พระสังฆราชเจ้าเมื่อปี 2471 เรื่องห้ามพระเณรไม่ให้บวชหญิงเป็นบรรพชิต ความว่า ผู้หญิงที่จะสามารถบวชเป็นสามเณรีหรือภิกษุณีตามพุทธานุญาต ต้องสำเร็จด้วยการบวชด้วยภิกษุณีฝ่ายหนึ่ง แต่ "ภิกษุณีหมดสาบสูญขาดเชื้อสายมานานแล้ว" ขณะที่ภิกษุสงฆ์เพียงฝ่ายเดียวก็ไม่สามารถบวชให้ผู้หญิงหรือเป็นอุปัชฌาย์ได้

อีกทั้ง มส. ยังขอให้กระทรวงการต่างประเทศ งดตรวจลงตราวีซ่าให้กับภิกษุและภิกษุณีต่างชาติที่จะเข้ามาทำการอุปสมบทในไทย หากจะเดินทางเข้ามาต้องมีหนังสืออนุญาตจากองค์กรคณะสงฆ์ของไทย และมีหนังสือรับรองจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

เหตุผลของคณะสงฆ์ประการนี้ขัดกับการบวชเป็นภิกษุณีสายเถรวาทที่ศรีลังกา ซึ่งธัมมนันทาและภิกษุณีหลายรูปได้เดินทางไปอุปสมบทและกลับมาจำวัดในไทย

ธัมมนันทากล่าวว่า แท้จริงแล้วแก่นแท้ของศาสนาพุทธเองไม่ได้มองว่าความเป็นหญิงเป็นชายแตกต่างกันในการเข้าถึงธรรมะของพระพุทธเจ้า แต่สังคมไทยเป็นสังคมที่อิงลำดับชั้นตามวัฒนธรรมพราหมณ์ นี่อาจเป็นเหตุหนึ่งที่อธิบายการไม่ยอมรับภิกษุณีของคณะสงฆ์ไทย

"สมัยนี้ที่เขาพูดเรื่อง LGBTQ ศาสนาพุทธไปไกลมากกว่านั้น ศาสนาพุทธบอกว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะบรรลุธรรมเหมือนกันหมด ไม่ได้เกี่ยงว่าคุณจะเป็นผู้หญิงผู้ชายเลย เพราะการบรรลุธรรมคือภาวะของจิต เมื่อพูดถึงภาวะของจิตมัน genderless (ไม่มีเพศ)" ธัมมนันทากล่าว "ทุกคนสามารถเจริญธรรมได้ ทุกคนสามารถบรรลุธรรมได้"


ที่มา  BBC Thai

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: