Variety Update :

อยู่อย่างพุทธในยุคบริโภคนิยม



อยู่อย่างพุทธในยุคบริโภคนิยม
บทความธรรมะ โดยพระไพศาล วิสาโล

มีขำขันเรื่องหนึ่งเล่ากันมาว่า ชายคนหนึ่งขับรถชนเสาไฟฟ้าอย่างแรงบนถนนสุขุมวิท คนขับตะกุยตะกายออกมาจากรถ พอเห็นสภาพรถบุบบี้ยับเยินก็ร้องว่า “โอ๊ย !!! เบนฃ์ของฉัน เบนฃ์ของฉัน“

ลุงคนหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้เหตุการณ์ เห็นเช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า “พ่อหนุ่ม ห่วงรถเบนฃ์ ของเธอทำไม ? ห่วงแขนของเธอดีกว่า โน่นแขนของเธอกระเด็นไปอยู่โน่นแล้ว “

ชายหนุ่มมองไปตามที่ลุงคนนั้นชี้ พอเห็นแขนของตัวก็ร้องลั่นว่า “โอ๊ย ! โรเล็กฃ์ของฉัน โรเล็กฃ์ของฉัน “

นี่เป็นเรื่องขำขันที่เหมาะกับยุคบริโภคนิยมในเวลานี้มาก เพราะผู้คนนับวันจะเห็นวัตถุสำคัญยิ่งกว่าอวัยวะ เห็นทรัพย์มีค่ามากกว่าชีวิต โดยเฉพาะถ้าเป็นวัตถุหรือสินค้าที่ติดยี่ห้อดังด้วยแล้ว เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาหรือรักษามันเอาไว้

เมื่อไม่กี่ปีก่อน มีข่าวว่าวัยรุ่นคนหนึ่งในอเมริกายอมลงทุนฆ่าคนที่อายุไล่ ๆ กันเพราะต้องการได้รองเท้ายี่ห้อไนกี้ที่เด็กคนนั้นใส่ ถ้าเด็กคนนั้นใส่รองเท้ายี่ห้อบาจา เขาคงไม่สนใจ นี่เป็นลักษณะเด่นของยุคบริโภคนิยมในปัจจุบัน คือ นอกจากจะเห็นว่าความสุขอยู่ที่การบริโภคหรือการได้ครอบครองวัตถุแล้ว ยังมีแนวโน้มที่จะยึดติดหลงใหลกับแบรนด์เนมหรือยี่ห้อ เพราะมันเกี่ยวโยงกับภาพลักษณ์ของตน คือช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของตัวดูดี และทำให้รู้สึกภูมิใจกับตัวเอง เห็นว่าตัวเองมีคุณค่าขึ้นมา

บริโภคนิยมเวลานี้มันไม่ใช่เป็นแค่เรื่องการเสพรสอร่อยทางตา หู จมูก ลิ้น และกาย หรือที่เรียกว่ากามคุณห้าเท่านั้น มันยังเป็นการเสพเพื่อผลทางใจ เช่น เพื่อให้รู้สึกดีกับตัวเอง หรือรู้สึกว่าเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเก่า พูดอีกอย่างหนึ่งคือเพื่อมีตัวตนใหม่ที่น่าปรารถนา น่าชื่นชม อันนี้คือเหตุผลว่าทำไมธุรกิจเสริมทรวดทรงจึงเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วทั้งโลก เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็อยากไปเสริมจมูก เสริมหน้าอก ผ่าโน่น ลดนี่ ทั้งหญิงและชาย ทั้ง ๆ ที่สิ้นเปลืองเงินทองอย่างมาก แต่ก็ยอมหาเงินไปทุ่มเทกับเรื่องนี้ นักเรียนนักศึกษาหาเงินเองไม่ได้ ก็ไปขอพ่อแม่ ในอเมริกา เดี๋ยวนี้ของขวัญวันเกิดที่พ่อแม่นิยมให้แก่ลูกสาว ไม่ใช่เสื้อผ้า หรือโทรศัพท์มือถือ แต่เป็นเงินสำหรับไปผ่าตัดเสริมทรง บางทีก็ให้เป็นของขวัญเมื่อลูกเรียนจบไฮสกูล อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างตัวตนใหม่ โดยการซื้อบริการผ่าตัดเสริมทรง จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระแสบริโภคนิยม คือแทนที่จะลงทุนลงแรงออกกำลังกายเพื่อให้น้ำหนักลดหรือให้ร่างกายดูดีขึ้น ก็ใช้เงินเนรมิต ถือว่าเป็นการเสพหรือการบริโภคอย่างหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

ที่จริงเทคโนโลยีสำหรับเสริมทรวดทรงยังเป็นเรื่องที่เสี่ยง มีอันตรายอยู่ อย่างที่มีข่าวอยู่หลายครั้งว่ากินยาลดความอ้วนจนถึงตาย หรือเป็นโรคจิต บางทีก็มีข่าวว่าหน้าอกเน่าเพราะไปผ่าตัดเสริมทรงมา แต่คนก็ยังนิยมไปซื้อบริการ มานึกดูก็สวนทางกับหลักทางพุทธศาสนา พุทธศาสนาบอกว่า พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต พึงสละชีวิต เพื่อรักษาธรรมะ แต่สมัยนี้ตรงกันข้าม คือยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อรักษาอวัยวะ หรือยอมสละชีวิตเพื่อรักษาทรัพย์

เราปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า บริโภคนิยมเป็นกระแสที่มาแรงมาก เราจะเรียกยุคนี้ว่าเป็นยุคคอมพิวเตอร์ หรือยุคโลกาภิวัตน์อะไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับด้วยก็คือ ยุคนี้ เป็นยุคบริโภคนิยมโดยแท้ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในมุมไหนของโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งหมู่บ้านชาวเขาอันไกลโพ้น ไปจนถึงกลางป่าป่าอเมซอน กลางมหาสมุทรแปซิฟิก หรือในเทือกเขาหิมาลัย ไม่มีที่ไหนที่สามารถหลีกพ้นอิทธิพลของบริโภคนิยมได้เลย ตัวชี้วัดง่าย ๆ ก็คือโค้ก ที่ไหน ๆ ก็มีโค้ก แม้แต่บนยอดเขาเอเวอเรสต์หรือสุดขั้วโลกใต้ นอกจากนั้นจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ล้วนสามารถรับสัญญาณรายการเอ็มทีวี(MTV)ซึ่งเป็นรายการเพลงที่แพร่หลายไปทั่วโลก แค่ติดตั้งจานดาวเทียมกระแสบริโภคนิยมก็จะเข้าไปถึงทันที ไหนจะสปอตโฆษณา ไหนจะรายการหนัง รายการบันเทิงหรือกีฬาซึ่งเป็นสินค้าบริโภคอย่างหนึ่งที่ทำกำไรมหาศาล

นี่คืออิทธิพลของบริโภคนิยมซึ่งกลายเป็นกระแสใหญ่ของโลก อย่าลืมว่าแม้เราจะบอกว่ายุคนี้เป็นยุคคอมพิวเตอร์ แต่ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์ก็ยังไม่แพร่หลายในหลายทวีป เช่น แอฟริกามีเพียงหนึ่งในห้าพันคนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ แม้แต่โทรศัพท์ซึ่งมีมาเกือบร้อยปีแล้ว แต่มีเพียงครึ่งโลกหรือ ๓,๐๐๐ ล้านคนเท่านั้นที่เข้าถึงโทรศัพท์ได้ อีก ๓,๐๐๐ ล้านคนไม่เคยใช้หรือรู้จักโทรศัพท์มาเลย แต่คนกลุ่มหลังนี้ก็ยังได้รับอิทธิพลจากบริโภคนิยมไม่มากก็น้อย อย่างน้อยต้องเจอโค้กในที่ที่กล่าวถึง พูดได้ว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่มีอุดมการณ์ใดเลยที่สามารถแผ่คลุมทั่วทั้งโลกได้มากเท่าบริโภคนิยม ศาสนาคริสต์ก็สู้ไม่ได้ ทั้งๆที่มีมิชชันนารีแผ่ไป ทั่วโลก แต่ยังมีหลายจุดที่เข้าไปไม่ถึง ประชาธิปไตย ก็เช่นเดียวกัน แม้จะประกาศว่ายุคนี้เป็นชัยชนะของโลกเสรี แต่ปรากฏว่าประชาธิปไตยก็ยังไม่สามารถแพร่ทั่วโลกได้ทั่วถึง ไม่ต้องดูอื่นไกล แค่สิงค์โปร์ เวียดนาม และจีนเราก็เห็นแล้วว่าประชาธิปไตยยังมีที่ทางจำกัดอยู่

แต่ทั้งหมดที่พูดถึงไม่มีที่ไหนที่หลีกหนีหรือหลุดพ้นจากอิทธิพลของบริโภคนิยมได้เลย บางคนถึงกับพูดว่าบริโภคนิยมเป็นศาสนาแรกและศาสนาดียวที่เชื่อมโยมโลกทั้งโลกได้

ที่มา  visalo.org



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: