Variety Update :

'พระพรหมเอราวัณ' 1 ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรุง คู่เมืองไทย




พระพรหม เป็นพระผู้สร้าง หนึ่งในสามเทพสูงสุดของศาสนาฮินดู ท้าวมหาพรหมทรงมีสี่พระพักตร์ แต่ละพระพักตร์เป็นดั่งสัญลักษณ์แทนทิศทั้งสี่ คือ เหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก ทำให้พระองค์สามารถมองเห็นและปกปักรักษาได้ทั้งโลกมนุษย์และสวรรค์ พระองค์ทรงมีชื่อเสียงในเรื่องทรงเปี่ยมไปด้วยเมตตาเนื่องจากมีพระอารมณ์เย็นและทรงรับฟังคำขอและคำสวดภาวนาของทุกคนและทรงทำให้ผู้สักการะที่มีจิตศรัทธาสมปรารถนา

ศาลพระพรหมเอราวัณ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของคนกรุงเทพฯ และรวมถึงใครก็ตามที่มีโอกาสได้มาสักการะ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนมักมาบนบาลศาลกล่าวแล้วประสบผลสำเร็จ เราจึงมักเห็นมีผู้คนมาแก้บนที่นี่เป็นประจำ

ศาลท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ อยู่หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมีการก่อตั้งขึ้นเมื่อเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน

ครั้งนั้น ในปีพ.ศ. 2494 พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ กำหนดให้มีการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ ขึ้นบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อรองรับแขกต่างประเทศ ว่ากันว่าในช่วงแรกของการก่อสร้างเกิดอุบัติเหตุขึ้นมากมาย จนทำท่าว่าจะสร้างไม่เสร็จทันตามกำหนด จนปลายปี พ.ศ. 2499 ทาง บริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว จำกัด ผู้บริหารโรงแรมได้ติดต่อ พลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์ ร.น. นายแพทย์ใหญ่ กองทัพเรือ ผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องการนั่งทางใน โหราศาสตร์ เข้าดำเนินการหาฤกษ์วันเปิดโรงแรม

พลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์ได้ท้วงติงว่า ในการก่อสร้างโรงแรมไม่ได้มีการทำพิธีบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณนั้นก่อน ฤกษ์ในการวางศิลาฤกษ์ของโรงแรมก็ไม่ถูกต้อง อีกทั้งชื่อของโรงแรม "เอราวัณ" นั้น เป็นชื่อของช้างทรงของพระอินทร์ ถือเป็นชื่อที่ศักดิ์สิทธิ์ จำเป็นต้องมีการบวงสรวงที่เหมาะสม วิธีการแก้ไขจะต้องขอพรจากพระพรหมเพื่อช่วยให้อุปสรรคหมดไป และจะต้องสร้างศาลพระพรหมขึ้นทันทีหลังจากการก่อสร้างโรงแรมแล้วเสร็จ และสร้างศาลพระภูมิขึ้นไว้ในโรงแรม

นั่นจึงได้มีการตั้งศาลพระพรหม ซึ่งออกแบบตัวศาลโดยนายระวี ชมเสรี และ ม.ล.ปุ่ม มาลากุล องค์ท้าวมหาพรหมปั้นด้วยปูนพลาสเตอร์ปิดทอง ออกแบบและปั้นโดยนายจิตร พิมพ์โกวิท ช่างกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร และอัญเชิญพระพรหมมาประดิษฐานที่หน้าโรงแรมเอราวัณเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 ซึ่งตามแผนงานครั้งแรก องค์ท้าวมหาพรหมจะเป็นโลหะหล่อสีทอง แต่เนื่องจากระยะเวลาจำกัดด้วยฤกษ์การเปิดโรงแรม จึงได้เปลี่ยนวัสดุเป็นปูนปั้นปิดทองแทน


และหลังจากนั้นงานก่อสร้างก็สำเร็จเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดเวลา โดยไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ เกิดขึ้นอีก นั่นคือ ความศักดิ์สิทธิ์ ครั้งแรกที่ปรากฏขึ้น

ต่อมาทางโรงแรมก็มีกิจการก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ จนมีการปรับปรุงใหม่ในยุคปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนมือผู้บริหาร แต่ผู้รับช่วงต่อก็ไม่กล้าที่จะเปลี่ยนชื่อโรงแรมไปเป็นอื่น ต้องมีคำว่า ” เอราวัณ” อยู่ด้วย รวมทั้งไม่กล้าอัญเชิญ ท้าวมหาพรหม ออกไปจากที่นั่น

ความศักดิ์สิทธิ์ของท้าวมหาพรหม เป็นที่เลื่องลือกันมากก็คือ เรื่องของความสำเร็จในหน้าที่การงาน บนบานอะไรก็จะสำเร็จสมหวัง ทุกวันจึงมีผู้คนมากมายเดินทางมาที่นี่ เพื่อแก้บน ไม่ว่าจะเป็นการละครรำแก้บน ผูกผ้าสามสี เจ็ดสี พวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยเจ็ดสีเจ็ดศอกมะพร้าวน้ำหอม ช้างไม้ หรือแม้กระทั่ง การแก้บนด้วยการลงโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ฮือฮาที่สุดในช่วงหลายปีก่อนก็มีมาแล้ว

ทั้งนี้  เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2549 เวลา 01.30 น.  ได้เกิดเหตุชายวิกลจริตทราบชื่อภายหลัง คือ นายธนากร ภักดีมาก มีรอยสักบริเวณหลังเป็นภาษาอาหรับ และภาษาไทยระบุ อามีน ใช้ฆ้อนทุบศาลพระพรหมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ จนแตกละเอียด จากนั้นพยายามหลบหนี แต่ถูกพลเมืองดี 5 - 6 ที่อยู่บริเวณนั้นเข้ามาจับตัว รุมประชาทัณฑ์หนุ่มเสียสตินิรนามรายนี้จนเสียชีวิตคาที่

บิดาของหนุ่มสติแตกลำดับเรื่องราวต่อว่า หากลูกเกิดอาการเครียดจะอาละวาดทำลายสิ่งของเป็นประจำ ทุกครั้งต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง มารับตัวไปส่งโรงพยาบาล กระทั่งเที่ยงคืนก่อนเกิดเหตุลูกเริ่มมีอาการกำเริบพยายามจะก่อเรื่องอีกจึงได้โทรศัพท์แจ้ง 191 ประสาน สน.ดินแดง มารับตัว แต่ลูกชายกลับฉวยโอกาสวิ่งหนีหายไปเสียก่อน ไม่คาดคิดว่าจะรุนแรงถึงขึ้นทุบศาลศักดิ์สิทธิ์ ที่หลายคนนับถือจนพังยับแล้วยังโดนรุมประชาทัณฑ์เสียชีวิต คงไม่ติดใจการตายของลูก แต่รู้สึกสงสาร เพราะป่วยเป็นโรคเครียดตอนอายุ 21 ปี หลังจบโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่วัดเทพลีลา ช่วงก่อนไปเกณฑ์ทหาร กลัวถูกจับได้ใบแดง นับจากนั้นก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงชอบอาละวาดทำลายข้าวของ สำหรับศพคงจะนำไปทำพิธีฝังที่สุเหร่าย่านคลองมหานาคทันที

จนกระทั่ง วันที่ 17 สิงหาคม 2558 ได้เกิดระเบิดแยกราชประสงค์ บริเวณพระพรหมเอราวัณได้รับความเสียหายมาก ส่วนองค์พระพรหมนั้นมีรอยแตกบางส่วน ซึ่งจะมีการตรวจสอบละเอียดอีกครั้ง แต่มีนักท่องเที่ยวที่มากราบสักการะเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ท้าทายความศักดิ์สิทธิ์ของพระพรหม แม้จะแรงระเบิดขนาดนั้น ท่านยังคงอยู่ได้
ข้อมูลจาก bts.co.th , wikipedia และ board.postjung



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: