ข่าวล่าสุด

:

สธ. เผยผู้เสียชีวิตระลอกเดือนเมษายน ร้อยละ 55 เป็นผู้สูงอายุ

วัคซีนโควิด-19


สธ.เผยผู้เสียชีวิตระลอกเดือนเมษายน ร้อยละ 55 เป็นผู้สูงอายุ

กระทรวงสาธารณสุขเผยข้อมูลการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 พบผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ยังเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ ในระลอกเมษายน 64 พบเสียชีวิตร้อยละ 55 ของทั้งหมด พร้อมย้ำประชาชนระหว่างรอผลการตรวจให้เคร่งครัดการกักกันตัวเอง งดพบปะผู้อื่น ป้องกันแพร่เชื้อให้คนใกล้ชิด ส่วนกรณีหญิง อายุ 24 ปี เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนอยู่ระหว่างการนำข้อมูลการสอบสวนและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตเข้าสู่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณา

ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,048 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังในโรงพยาบาล 1,991 ราย คัดกรองเชิงรุกในชุมชน 47 ราย จากต่างประเทศ 10 ราย รักษาหายเพิ่ม 480 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 8 ราย สำหรับระลอกเมษายน 2564 มีผู้ติดเชื้อสะสม 28,645 ราย รักษาหาย 4,167 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 54 ราย ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 25 เมษายน 2564 ฉีดสะสม 1,149,666 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 972,204 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 177,462 ราย เฉพาะวันที่ 25 เมษายน ฉีดได้ 25,513 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 23,080 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 2,433 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิต 8 รายวันนี้ เป็นเพศชาย 6 ราย หญิง 2 ราย อายุระหว่าง 24 - 92 ปี เป็นผู้สูงอายุ 4 ราย โรคประจำตัวที่พบ ได้แก่ เบาหวาน 1 ราย ความดันโลหิตสูง 3 ราย ไขมันในเลือดสูง 1 ราย เนื้องอกในระบบน้ำเหลือง 1 ราย หัวใจขาดเลือด 2 ราย ไตวายเรื้อรัง 1 ราย ภาวะน้ำหนักเกิน 1 ราย ไทรอยด์เป็นพิษ1 ราย และข้ออักเสบรูมาตอยด์ 1 ราย ผู้เสียชีวิตในวันนี้พบระยะเวลาเริ่มป่วยจนเสียชีวิตอยู่ในช่วง 3 -10 วัน


สำหรับกรณีหญิงอายุ 24 ปี เสียชีวิตหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 นายแพทย์เฉวตสรรได้ชี้แจงว่า โดยทั่วไปการแพ้วัคซีนจะพบได้ในระยะเวลาสั้น ๆ หลังการฉีด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้สังเกตอาการ หลังการฉีดไว้เป็นเวลา 30 นาทีรองรับแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวเสียชีวิตในวันที่ 2 หลังเข้ารับการฉีดวัคซีน ขณะนี้ยังไม่สรุปว่าเป็นการแพ้วัคซีน อย่างไรก็ตามไม่ได้ทิ้งประเด็นใดๆ จะต้องมีการสอบสวนและหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด และจะนำข้อมูลการชันสูตรศพ ร่วมกับผลตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ ประวัติการป่วย การรักษา การฉีดวัคซีน ล็อตของวัคซีน เข้าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาอาการไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีนเพื่อลงความเห็นต่อไป

ทั้งนี้ แม้ระยะหลังผู้เสียชีวิตจะเป็นผู้ที่มีอายุน้อยลงกว่าระยะแรก หากดูในรายละเอียดแล้วผู้สูงอายุยังเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เสียชีวิตเกินครึ่งหนึ่งของทั้งหมด โดยการเสียชีวิตทั้ง 3 ระลอก พบว่าระลอกมกราคม 2563 เป็นชายมากกว่าหญิง 3.3 เท่า เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 45, ระลอกธันวาคม 2563 ชายมากกว่าหญิง 2.8 เท่า เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ  64 และระลอกเมษายน 2564 ชายมากกว่าหญิง 1.7 เท่า เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 55 อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขยังคงให้ความสำคัญในการดูแลรักษาในทุกกลุ่มอายุอย่างดีที่สุด

“ระหว่างรอผลการตรวจเชื้อโควิดเป็นช่วงที่สำคัญ ขอความร่วมมือให้เคร่งครัดการกักกันตัวเอง แยกอยู่ในพื้นที่เฉพาะ งดพบปะผู้อื่น แยกรับประทานอาหาร ไม่ใกล้ชิดญาติพี่น้องและคนในครอบครัว หลีกเลี่ยงการเดินทาง ดูแลความสะอาดพื้นที่ใช้งานร่วมกับผู้อื่นเป็นพิเศษ เช่น ห้องน้ำ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้” นายแพทย์เฉวตสรรกล่าว



 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: