Variety Update :

เผยข้อมูล รู้ให้ทัน 5 ข่าวปลอมโควิด 19 วนซ้ำกี่รอบ คนก็(ไม่)เชื่อ



“โคแฟค” CoFact เผยข้อมูล รู้ให้ทัน 5 ข่าวลวงโควิด 19 วนซ้ำกี่รอบ คนก็(ไม่)เชื่อ
 
1. คลิปเสียงปลอม ของ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ขอให้คนไทยล็อกดาวน์ตัวเอง
2. ดื่มน้ำมะนาวฆ่าเชื้อโควิดได้
3. เลือดเป็นด่าง โอกาสติดโควิดน้อยลง
4. พัสดุไปรษณีย์เป็นแหล่งแพร่โควิด
5. ยืนตากแดด ฆ่าโควิดในร่างกายได้

ทั้ง 5 ข้อเป็นข่าวปลอม รายละเอียดดังนี้

 “โคแฟค” CoFact (Collaborative Fact Checking) ซึ่งเป็นภาคีภาคประชาสังคม ดำเนินการเผยแพร่ข่าวสารด้านสังคม  เผย 5 ข่าวลวงโควิดวนซ้ำระบาดรอบใหม่ แนะสังคมร่วมสกัดไวรัสข่าวสารด้วยความจริงร่วม ดังนี้

ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่นอกจากนำมาสู่โรคระบาดโควิด19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกแล้ว ยังนำมาสู่ภาวะการระบาดของข้อมูลข่าวสาร (Infodemic)  ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือที่เรียกกันติดปากว่าข่าวลวง (fake news) เพิ่มอย่างมากมายทั่วโลกด้วย

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง โคแฟค ประเทศไทย (COFACT Thailand) เปิดเผยว่า โครงการนี้ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของภาคประชาสังคมเพื่อเปิดพื้นที่การใช้นวัตกรรมตรวจสอบข่าวลือข่าวลวงผ่านสื่อออนไลน์ ได้รวบรวม 5 ข่าวเกี่ยวกับโรคระบาดโควิดที่วนซ้ำกลับมาอีกรอบเพื่อการรู้เท่าทันของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ดังนี้

1. “คลิปเสียงปลอม” ความยาว 1.20 นาที อ้างว่าเป็นเสียงของ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ โดยมีเนื้อหา ขอความร่วมมือให้ประชาชนคนไทยทุกท่าน ล็อคดาวน์ ที่มีการส่งต่อกันอย่างแพร่หลายข้ามปี จนทำให้ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ต้องออกแถลงการชี้แจงว่า คลิปเสียงดังกล่าว ไม่ใช่เสียงของ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงขอความร่วมมือทุกท่านอย่าแชร์ อย่าโพสต์คลิปเสียงกันอีก เพราะไม่ใช่เสียงจริง

2. การดื่มน้ำมะนาวฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ : หลายคนอาจเคยได้ยินวลี “มะนาวโซดาฆ่ามะเร็ง” ที่หมายถึงยุคหนึ่งเคยมีการส่งต่อข้อมูลบนโลกออนไลน์ว่าการดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำโซดาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ซึ่งต่อมาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง กระทั่งเมื่อเกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19 มะนาวถูกยกมาเป็นยาวิเศษอีกครั้งหนึ่ง โดยช่วงเดือน มี.ค. 2563 มีการแชร์ข้อมูลว่าน้ำมะนาวสามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ ซึ่ง นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อดีตอธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายผ่านสื่อมวลชน เมื่อ 28 มี.ค. 2563 ว่า มะนาวมีวิตามินซีสูง ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน เชื้อโรคไม่สามารถฝังเข้าไปในเซลล์ของทางเดินหายใจและปอดได้ง่ายเท่านั้น แต่ไม่สามารถฆ่าไวรัสได้

3. เลือดเป็นด่างมีโอกาสติดไวรัสโควิด-19 ได้น้อยลง : เป็นอีกเรื่องที่แชร์กันมากตั้งแต่ช่วงที่ไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาดใหม่ๆ และมักถูกนำไปโยงกับความเชื่อทางศาสนา ที่อ้างว่าบุคคลใดกินเจไม่แตะต้องเนื้อสัตว์ ไวรัสโควิด-19 จะไม่สามารถทำอันตรายใดๆ ได้ หรือถึงได้ก็มีอาการไม่รุนแรง เพราะอาหารเจทำให้เลือดเป็นด่าง (วัดจากค่า pH ซึ่งมีระดับตั้งแต่ 1-14 โดย 1 หมายถึงเป็นกรดรุนแรงที่สุด และ 14 หมายถึงเป็นด่างรุนแรงที่สุด) โดยอ้างชื่อแพทย์บางท่านที่หันไปทำงานด้านส่งเสริมการกินเจ


เรื่องนี้ถูกตรวจสอบและถูกนำกลับมาแชร์ต่อวนไป-มาครั้งเล่าครั้งเล่า ไล่ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มี.ค.-กลางเดือน เม.ย. 2563 มีทั้งผู้เชียวชาญที่ชี้แจงว่า ค่า pH ของเลือดมนุษย์โดยทั่วไปไม่ว่าจะกินเจ กินมังสวิรัติ หรือกินเนื้อสัตว์ จะอยู่ที่ 7.35-7.45 และเป็นค่าที่ค่อนข้างคงที่ด้วยเพราะร่างกายมีกลไกปรับสมดุลอยู่ เช่นเดียวกับ พ.ต.ต.นพ.ธนิต จิรนันท์ธวัช อายุรแพทย์ และโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ที่อธิบายผ่านสื่อมวลชน ยืนยันอีกเสียงเรื่องค่า pH ของเลือดมนุษย์ที่จะอยู่ที่ 7.35-7.45 และการบริโภคผักและผลไม้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนค่านี้ได้ ส่วนที่บอกว่าด่างฆ่าเชื้อไวรัสได้นั้นเป็นปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์เป็นด่างรุนแรงเช็ดถูสิ่งของต่างๆ เป็นต้น

กรณีชวนเชื่อเรื่องสุขภาพที่ระบุถึงวิธีฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ด้วยการกินผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ทางกรมควบคุมโรค ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลเกินจริงและไม่ถูกต้อง ถูกนำมาส่งต่อซ้ำๆ โดยขณะนี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่ยืนยันว่าการรับประทานผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง มีผลในการช่วยฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้

4. พัสดุไปรษณีย์เป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด-19 : เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2564 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ของบริษัท กรณีมีการส่งข้อความผ่านสื่อออนไลน์ ระบุว่า สำนักงานไปรษณีย์แจ้งเตือนเมื่อได้รับจดหมายหรือพัสดุให้แยกไว้ก่อน 24 ชั่วโมง หรือฉีดพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนนำเข้าบ้าน เพราะมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากพัสดุไปรษณีย์แล้ว ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง พร้อมกับย้ำว่า บ.ไปรษณีย์ไทย มีมาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งการทำความสะอาดรถขนพัสดุ ไปรษณียภัณฑ์ ตลอดจนสำนักงานที่มีประชาชนมาใช้บริการ เป็นต้น

5. ยืนตากแดดฆ่าเชื้อโควิด-19 ในร่างกายได้ : เรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2563 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ แจ้งเตือนโดยอ้างข้อความที่แชร์บนโลกออนไลน์ เสนอให้รณรงค์ชักชวนผู้คนมายืนตากแดดออกกำลังกายยามเช้าเพื่อให้แสงแดดฆ่าเชื้อโรค เพราะเชื้อโรคชอบความเย็น ซึ่งเวลานั้น กรมควบคุมโรค ก็ฝากเตือนมาว่า เชื้อไวรัสตระกูลโคโรนา (ซึ่งไวรัสโควิด-19 ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า SARS-CoV-2 ก็เป็นเชื้อตระกูลนี้) สามารถทนทานต่อความร้อนได้ถึง 90 องศาเซลเซียส แต่ความร้อนของแสงแดดนั้นไม่ถึงระดับดังกล่าว

อีกเกือบ 9 เดือนต่อมา..วันที่ 13 ธ.ค. 2563 หรือเพียงไม่กี่วันก่อนเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ จ.สมุทรสาคร ทางกรมควบคุมโรค ได้ฝากผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ให้แจ้งเตือนประชาชนอีกครั้ง กรณีมีการแชร์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ ระบุว่า การยืนตากแดด 20 นาทีหรือนานกว่านั้น สามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ในร่างกายได้ (แถมครั้งนี้อ้างว่าเป็นข้อมูลจากพยาบาลในประเทศอังกฤษอีกต่างหาก) เรื่องดังกล่าวยังไม่เคยมีผลวิจัยใดๆ ทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ที่สำคัญคือเชื้อไวรัสตระกูลโคโรนาทนความร้อนได้ถึง 90 องศาเซลเซียส แสงแดดที่มนุษย์ได้รับนั้นไม่ร้อนถึงระดับดังกล่าวแน่นอน ทั้งนี้การป้องกันตัวเองด้วยวิธีสวมหน้ากากอนามัย กินร้อน ช้อนตัวเอง ล้างมือบ่อยๆคงดีที่สุดแล้วแม้ว่าต่อไปจะมีวัคซีนก็ตาม


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: