Variety Update :

เกรงระบาดแรงอีกโรค นักวิทย์จีนเรียกร้องเร่งควบคุมไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่



เกรงระบาดแรงอีกโรค นักวิทย์จีนเรียกร้องเร่งควบคุมไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่

ผลการศึกษาวิจัยจากทีมนักวิทยาศาสตร์จีน ที่เผยแพร่ลงในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) ของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (30 มิถุนายน) รายงานการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู H1N1 สายพันธุ์ใหม่ ที่รู้จักในชื่อ G4 EA H1N1 โดยพบว่าไวรัสชนิดนี้กำลังแพร่ระบาดสู่คนแบบเงียบๆ ในกลุ่มแรงงานฟาร์มหมูที่ประเทศจีน ซึ่งทีมวิจัยเรียกร้องให้มีการควบคุมอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาดรุนแรงอีกหนึ่งโรค

งานวิจัยชิ้นนี้ใช้เวลาศึกษาและสำรวจฟาร์มหมูต่างๆ ใน 10 มณฑลของจีน ตั้งแต่ปี 2011-2018 ซึ่งในช่วง 3 ปีสุดท้ายของการวิจัย ทีมนักวิจัยได้เก็บตัวอย่างเลือดจากคนงานในฟาร์มหมู 338 คน จาก 15 ฟาร์ม และจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ฟาร์มหมูอีก 230 คน โดยพบว่า 10.4% ของตัวอย่างเลือดจากกลุ่มแรงงาน มีผลติดเชื้อไวรัสเป็นบวก ส่วนชาวบ้านใกล้เคียงนั้นติดเชื้อ 4.4% ขณะที่แรงงานฟาร์มหมูที่อายุ 18-35 ปี มีอัตราการติดเชื้อสูงกว่าถึง 20.5%

สำหรับไวรัสไข้หวัดหมู H1N1 นั้นมีอัตราการแพร่ระบาดสูง โดยในปี 2009 มีการแพร่กระจายไปทั่วโลกและคร่าชีวิตประชาชนไปราว 285,000 คน ก่อนจะแปรสภาพเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

ขณะที่ไวรัสไข้หวัดหมู สายพันธุ์ G4 เริ่มพบได้ทั่วไปในฟาร์มหมูของจีน ตั้งแต่ช่วงปี 2016 แพร่กระจายและทำสำเนาตัวเองได้ง่ายในระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ แต่จนถึงตอนนี้ยังพบการติดเชื้อในกลุ่มคนบางส่วนเท่านั้น และไม่พบว่าก่อให้เกิดโรค


“ไวรัส G4 มีจุดเด่นที่สำคัญทั้งหมดของไวรัสที่สามารถระบาดรุนแรงไปทั่วโลก” ผลวิจัยระบุพร้อมเสริมว่า การควบคุมการระบาดของไวรัสในหมูและการเฝ้าระวังการระบาดในมนุษย์ ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน

ด้าน เอียน เอช.บราวน์ หัวหน้าแผนกไวรัสวิทยาของสำนักงานสุขภาพสัตว์และพืชในอังกฤษ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 นักวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบผลวิจัยฉบับนี้ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ให้คำแนะนำว่าควรเฝ้าระวังการระบาดของไวรัสไข้หวัดหมู G4 อย่างใกล้ชิด เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับไวรัสชนิดนี้อาจก่อให้เกิดการระบาดรุนแรงเทียบเท่ากับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2 ) ที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19

ขณะที่ หลี่หมินหวาง ผู้อำนวยการกองโรคติดเชื้อในเด็กของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันระบุว่า ก้าวต่อไปที่สำคัญ คือการค้นหาว่ามีคนงานในฟาร์มหมูคนไหนได้รับเชื้อจากมนุษย์ และมีคนงานคนไหนแพร่เชื้อต่อไปยังสมาชิกในครอบครัวหรือไม่

“เป็นการศึกษาวิจัยที่สำคัญมาก และไวรัสนั้นดูค่อนข้างอันตราย เราจำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับโรคระบาดใดๆ ที่มีศักยภาพในการแพร่กระจายจากคนสู่คน” ดร.หลี่ กล่าว


 


ที่มา  thestandard.co


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: