Variety Update :

ยุโรป กลายเป็นศูนย์กลางการระบาด COVID-19 แห่งใหม่ของโลก



ยุโรป กลายเป็นศูนย์กลางการระบาด COVID-19 แห่งใหม่ของโลก

ผอ.องค์การอนามัยโลกเผย "ยุโรป" ได้กลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 แห่งใหม่ของโลก หลังพบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ "ฝรั่งเศส" วันเดียวพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 785 คน

วันที่ 14 มี.ค.2563 นายเทดรอส อะดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่า "ยุโรป" ได้กลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 แห่งใหม่ของโลก เนื่องจากมีอัตราผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวันสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ในโลก นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นานาประเทศใช้มาตรการที่เข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของไวรัส

การแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากหลายประเทศในทวีปยุโรป กำลังเผชิญวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ทั้งในอิตาลี สเปน เยอรมนี และฝรั่งเศส ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส แจ้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในฝรั่งเศส โดยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 785 คน ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 3,661 คน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 18 คน ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในขณะนี้รวมเป็น 79 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค.63 เวลา 15.00 น.)

นายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โดยเสนอให้อียูมีมาตรการควบคุมชายแดน Schengen ที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอาจพิจารณาปิดชายแดนสำหรับประเทศที่มีการแพร่ระบาดเป็นอย่างมาก รวมถึงประเทศเสี่ยงหรือที่มีแนวโน้มว่าจะมีความเสี่ยงสูง

ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศส เปิดเผยว่า รัฐบาลได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัย จำนวน 25 ล้านแผ่น ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยจะมีการบริหารจัดการการใช้หน้ากากอนามัยให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดและทั่วถึง พร้อมกับแจ้งมาตรการเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนและอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรทางการแพทย์ ดังนี้

-  ให้สถานรับเลี้ยงเด็กเล็กที่รับเด็กจำนวนน้อยกว่า 10 คน สามารถเปิดทำการได้
-  ให้บุตรของบุคลากรทางการแพทย์สามารถไปที่สถานศึกษาได้ โดยจะมีอาจารย์ดูแล (แต่ไม่ได้ทำการสอน)
-  สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ให้ผู้ดูแลเด็กสามารถรับดูแลเด็กได้พร้อมกัน 6 คน (ปกติ 4 คน)
-  สำหรับเด็กพิการ รัฐบาลจะมีแนวปฏิบัติเป็นการเฉพาะสำหรับแต่ละสถาบัน

และฝรั่งเศสยังประกาศมาตรการเพิ่มเติม เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสสั่งห้ามจัดการชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมเกิน 100 คน ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

นอกจากยังให้พนักงานที่ต้องหยุดงานเนื่องจากไม่มีสถานที่รับดูแลบุตร สามารถหยุดงานได้โดยจะได้รับเงินชดเชยจากระบบประกันสังคมของฝรั่งเศส โดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ ขณะที่สภามุสลิมในฝรั่งเศส ขอให้มัสยิดทุกแห่งในฝรั่งเศสงดการสวดประจำวันศุกร์ ตั้งแต่สัปดาห์หน้าโดยไม่มีกำหนด

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส ได้สั่งการให้ปิดพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงฯ โดยพิพิธภัณฑ์อื่นที่ไม่ได้อยู่ในความดูแล สามารถเปิดให้เข้าชมได้ครั้งละไม่เกิน 100 คน และโรงภาพยนตร์ยังคงให้บริการได้ แต่ห้ามให้มีผู้เข้าชมพร้อมกันมากกว่า 100 คน

ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งปิดให้บริการชั่วคราว อาทิ หอไอเฟล, พิพิธภัณฑ์ Louvre, พระราชวัง Versailles รวมถึง Disneyland Paris ที่ประกาศปิดจนถึงปลายเดือน มี.ค.นี้ ส่วนระบบขนส่งมวลชนในฝรั่งเศสจะลดการให้บริการตั้งแต่สัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ยังคงเปิดให้บริการฝ่ายกงสุลทุกวัน โดยปรับเวลาเป็น 10.30 - 16.00 น. หรือติดตามรายละเอียดเวลาทำการใหม่ของแต่ละฝ่ายที่ http://www.thaiembassy.fr/2020/03/13/changeofficehours/


ที่มา  news.thaipbs

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: