Variety Update :

ทรัมป์ ขู่คว่ำบาตรอิรักขั้นรุนแรง ชี้ไม่ย้ายทหารมะกันออกจากอิรักแน่นอน



ทรัมป์ ขู่คว่ำบาตรอิรักขั้นรุนแรง ชี้ไม่ย้ายทหารมะกันออกจากอิรักแน่นอน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่คว่ำบาตรอิรัก “ขั้นรุนแรง” หลังรัฐสภาอิรักลงมติผ่านร่างกฎหมายให้รัฐบาลขับกองกำลังต่างชาติ นำโดยสหรัฐอเมริกาออกจากประเทศ ขณะที่อิหร่านประกาศเดินหน้าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 อีกต่อไป

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2563 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขู่ตอบโต้อิรักด้วยการใช้มาตรการคว่ำบาตรขั้นรุนแรงในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หากอิรักสั่งขับทหารอเมริกันออกจากประเทศโดยไม่ยอมชดใช้ค่าใช้จ่ายก่อสร้างฐานทัพอากาศหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

“ถ้าพวกเขาขอให้พวกเราออกจากประเทศ ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามอย่างเป็นมิตร เราจะคว่ำบาตรพวกเขาให้หนักอย่างที่พวกเขาไม่เคยพบเจอมาก่อน ชนิดที่ทำให้การคว่ำบาตรอิหร่านดูเป็นเรื่องเบาะๆ ไปเลย เรามีฐานทัพอากาศที่ราคาสูงมากถึงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่นั่น … เราจะไม่ย้ายไปไหนทั้งนั้น นอกจากพวกเขาจะจ่ายเงินคืน” ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบนแอร์ ฟอร์ซ วัน (Air Force One) เครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดี

ท่าทีแข็งกร้าวของผู้นำสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากสมาชิกสภานิติบัญญัติอิรักลงมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน 170 เสียง สนับสนุนข้อมติที่ไม่มีผลผูกพันให้ขับทหารต่างชาติออกจากประเทศ นอกจากนี้ยังยุติการขอความช่วยเหลือทางทหารจากชาติพันธมิตร นำโดยสหรัฐอเมริกา ในการปราบกลุ่มไอเอส เพื่อไม่ให้ทหารต่างชาติใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของอิรักจะด้วยเหตุใดก็ตาม

การลงมติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกาโจมตีขบวนรถของกองกำลังติดอาวุธ Popular Mobilization Forces หรือ PMF ที่อิหร่านหนุนหลังในกรุงแบกแดดของอิรัก เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้การโจมตีทางอากาศครั้งดังกล่าว ส่งผลให้ พล.ต.คาเซม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ ในสังกัดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน เสียชีวิตทันที สร้างความไม่พอใจให้แก่อิหร่านเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ส่งกำลังทหารกว่า 5,000 นาย มาประจำการในอิรัก เพื่อสนับสนุนกองกำลังอิรักในการต่อสู้กับกองทหารกลุ่มไอเอส โดยช่วยฝึกอบรมและให้คำแนะนำกับกองทหารอิรักเป็นหลัก

ขณะที่สื่อทางการอิหร่าน ประกาศว่าจะหันกลับมาสะสมแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเต็มพิกัด รวมทั้งเดินหน้าการวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์โดยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2558 อีกต่อไป พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าอิหร่านจะร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศต่อไป และพร้อมหันกลับมาปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์หากสหรัฐอเมริกาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร

ขณะที่ก่อนหน้านี้ อิหร่านระงับการปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์บางส่วน หลังผู้นำสหรัฐอเมริกาถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์และหันมาดำเนินมาตรการแข็งกร้าวกับอิหร่านอีกครั้ง เมื่อปีที่ผ่านมา

เมื่อปี 2558 อิหร่านบรรลุข้อตกลงร่วมกับสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน และเยอรมนี ทำให้อิหร่านต้องควบคุมการพัฒนานิวเคลียร์แลกเปลี่ยนกับการผ่อนปรนการคว่ำบาตร


ที่มา  thaipbs  ,  China Xinhua News

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: