Variety Update :

แค่ราว 65 ปี ทั่วโลกผลิตพลาสติกมีน้ำหนักรวมกันถึง 8.3 พันล้านตัน



แค่ราว 65 ปี ทั่วโลกผลิตพลาสติกมีน้ำหนักรวมกันถึง 8.3 พันล้านตัน

หลังจากการใช้ความพยายามในการคำนวณปริมาณพลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นทั่วโลกในช่วงประมาณ 65 ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ พบว่ามีน้ำหนักรวมกันถึง 8.3 พันล้านตัน ซึ่งปริมาณดังกล่าวเทียบได้เท่ากับน้ำหนักของตึกเอ็มไพร์ สเตท ในมหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ รวมกันถึง 25,000 อาคาร หรือหากเทียบกับน้ำหนักช้างแล้ว ใกล้เคียงกับน้ำหนักรวมกัน 1 พันล้านตัวเลยทีเดียว

ปัญหาสำคัญของการใช้วัสดุที่เป็นพลาสติก เช่นจำพวกบรรจุภัณฑ์ คือ คนเรามักใช้แล้วทิ้งเป็นขยะเลย จึงทำให้ขณะนี้มีพลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นมากกว่าร้อยละ 70 กลายเป็นขยะปนเปื้อนตามแหล่งน้ำทิ้ง กองขยะตามที่ต่างๆ รวมไปจนถึงการเป็นขยะลอยเกลื่อนและจมอยู่ในมหาสมุทร

ดร.โรแลนด์ เกเยอร์ กล่าวกับบีบีซี ว่า "โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่การตกอยู่ในภาวะดาวเคราะห์แห่งพลาสติก หากเราไม่ต้องการอาศัยอยู่ในโลกแบบนั้น เราอาจต้องมาคิดกันใหม่ เพื่อหาวิธีใช้แบบใหม่ โดยเฉพาะวัสดุจำพวกพลาสติก"

ผลการศึกษาเชิงวิชาการ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยนักนิเวศน์วิทยาอุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ซานตา บาบารา ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไซแอนซ์ แอดวานซ์ ระบุว่า นี่เป็นการคำนวณปริมาณขยะพลาสติก เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งถูกผลิต เป็นการประเมินอย่างแท้จริงครั้งแรก ที่ระบุจำนวนพลาสติกซึ่งถูกผลิตขึ้นทั่วโลก รวมถึงการนำไปใช้ในทุกรูปแบบ และปลายทางที่วัสดุถูกทิ้งเป็นขยะ

และจากการสรุปตัวเลขแล้ว ระบุว่า มีพลาสติกถูกผลิตขึ้นใหม่ 8,300 ล้านตัน โดยครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ ถูกผลิตขึ้นในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา และประมาณร้อยละ 30 ของพลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นก็ ยังถูกใช้อยู่จนทุกวันนี้

จากจำนวนพลาสติกที่กลายเป็นขยะ มีประมาณร้อยละ 9 ที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ มีประมาณร้อยละ 12 ถูกทำลายด้วยการเผาทิ้ง แต่ร้อยละ 79 ถูกทิ้งอยู่ตามกองขยะ

วัสดุที่มีอายุการใช้งานสั้นที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ โดยปกติแล้วจะต่ำกว่า 1 ปี ส่วนผลิตภัณฑ์จากพลาสติกที่ถูกใช้งานนานที่สุด พบได้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและเครื่องจักร และแนวโน้มปัจจุบัน ชี้ว่าภายในปี 2050 โลกจะมีขยะพลาสติกเพิ่มเป็น 12,000 ล้านตัน ส่วนอัตรากการนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลนั้น เมื่อปี 2014: ยุโรป (ร้อยละ 30) จีน (ร้อยละ 25) สหรัฐฯ (ร้อยละ 9)

พลาสติกถือเป็นวัสดุที่น่าทึ่ง เพราะสามารถนำไปใช้งานได้หลายหลายและมีความคงทน จนทำให้มีปริมาณการผลิตและการนำไปใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามหลังเพียง เหล็ก ปูนซีเมนต์ และอิฐ

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของภาคอุตสาหกรรมการผลิตในช่วงปี 1950 จนถึงขณะนี้ เราสามารถพบโพลีเมอร์ได้รอบตัว ทั้งในรูปแบบของบรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ไปจนถึงชิ้นส่วนเครื่องบินและวัสดุทนไฟ แต่คุณสมบัติที่น่าทึ่งของพลาสติก กำลังกลายเป็นปัญหาที่หนักหนาขึ้นด้วย เนื่องจากพลาสติกที่มีใช้กันอยู่ทั่วไปไม่ใช่แบบที่ย่อยสลายได้ และหนทางเดียวที่จะทำลายทิ้งได้ คือการเผาทำลาย หรือกระบวนการย่อยสลายที่เรียกว่าไพโรไลซิส แต่ปัญหาอยู่ที่การเผาทำลายซึ่งจะก่อให้เกิดมลภาวะและผลกระทบต่อสุขภาพ

ดร.เกเยอร์ และทีมวิจัยระบุว่า ในขณะนี้ ขยะพลาสติกที่สะสมอยู่ทั่วโลก มีปริมาณมากพอที่จะครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศอาร์เจนตินาได้ ซึ่งทางทีมวิจัยหวังว่า ผลการวิเคราะห์ล่าสุดนี้ จะช่วยส่งเสริมให้เกิดแรงผลักดันให้มีความพยายามร่วมกันคิดหาหนทางรับมือกับปัญหาพลาสติก "สูตรการแก้ปัญหาของเราก็คือ คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากไม่มีการประเมิน" ดร.เกเยอร์ กล่าว "ดังนั้น แนวคิดของเราคือ การเปิดเผยตัวเลข โดยไม่บอกว่าโลกควรจะต้องทำอะไร แต่เพื่อให้เป็นจุดเริ่มต้นของการหารือที่แท้จริงที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม"

ปัจจุบัน อัตราการรีไซเคิลกำลังเพิ่มขึ้น และนวัตกรรมทางเคมี ได้มีส่วนทำให้เกิดทางเลือกในการใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ แต่การผลิตพลาสติกใหม่ก็มีต้นทุนถูกลงมาก จนทำให้ยากที่จะเลิกการผลิตพลาสติกใหม่อย่างสิ้นเชิง

ทีมวิจัยเดียวกันนี้ ซึ่งรวมถึงดร.เจนนา แจมเบก จากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย และสมาคมเพื่อการศึกษากฎหมายทางทะเล คารา ลาเวนเดอร์ แห่งวูดส์ โฮล ได้ตีพิมพ์รายงานการสัมมนาเมื่อปี 2015 ระบุปริมาณขยะพลาสติกที่เล็ดลอดออกสู่มหาสมุทรว่า มีถึง 8 ล้านตันต่อปี

ทิศทางการไหลเวียนของขยะ เป็นประเด็นหนึ่งที่ก่อให้เกิดความกังวลเมื่อไม่นานนี้ เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน ที่ใช้ให้เห็นว่าขยะกำลังปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร จากการที่ปลาและสัตว์ทะเลนานาชนิดกลืนชิ้นส่วนโพลีเมอร์ขนาดเล็กเข้าไป

ดร.เอริค ฟอน เซบิลย์ นักจากมหาวิทยาลัยยูเทรคท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในนักสมุทรศาสตร์ ที่เฝ้าติดตามการเคลื่อนที่ของขยะพลาสติกในทะเล กล่าวถึงรายงานฉบับล่าสุดว่า "เรากำลังเผชิญกับคลื่นสึนามิขยะพลาสติก และเราต้องรับมือกับมัน" โดย "อุตสาหกรรมการกำจัดขยะทั่วโลกจำเป็นต้องร่วมมือกัน หาวิธีป้องกันไม่ให้พลาสติกที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนี้ ล็อดลอดออกสู่สภาพแวดล้อม"

ด้านศ.ริชาร์ด ทอมป์สัน ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาทางทะเล จากมหาวิทยาลัยพลิมัท กล่าวว่า "หากผลิตภัณฑ์จากพลาสติกถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติเพื่อรีไซเคิลได้ด้วย ก็จะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง บางคนบอกว่าขวดน้ำสามารถรีไซเคิลได้ 20 ครั้ง ซึ่งเท่ากับจะช่วยลดขยะได้มาก แต่ในขณะนี้ การออกแบบที่ไม่ดีพอคือข้อจำกัด"

สำหรับประเด็นนี้ ดร.เกเยอร์ กล่าวว่า "หัวใจสำคัญของการรีไซเคิล ก็คือการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ตลอดไปให้ได้ แต่ในผลการศึกษาของเรา พบว่ามีเพียงร้อยละ 90 ของวัสดุเหล่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล ซึ่งผมคิดว่าคำนวนออกมาแล้ว คือมี 600 ล้านตัน ที่ถูกนำไปรีไซเคิลเพียงครั้งเดียว"

 

ที่มา  BBC Thai

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: