Variety Update :

รถยนต์ ครองแชมป์ก่อปัญหาฝุ่นมากที่สุด



ผลประชุมวงฝุ่น ซึ่งมีกรมควบคุมมลพิษเป็นเจ้าภาพเผย "รถยนต์" ครองแชมป์ก่อปัญหาฝุ่นมากที่สุด

3 ต.ค.62 การประชุมแก้ปัญหาฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งมีตัวแทนจากกรมควบคุมมลพิษ ประชุมร่วมกับหลายหน่วยงาน เพื่อประมวลข้อมูลและมาตรการที่จะทำร่วมกัน โดยหน่วยงานที่ร่วมประชุมมีตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร, กรมโรงงาน, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก., กรมการขนส่งทางบก, กองบังคับการตำรวจจราจร, กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า วันนี้ กองบังคับการตำรวจจราจร รายงานการตรวจจับรถยนต์ในกรุงเทพมหานคร พบว่าในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ จับกุมรถยนต์ควันดำได้กว่า 90,000 คัน ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มรถบรรทุกขนส่งมากที่สุด กว่า 40,000 คัน โดยทางตำรวจขอความร่วมมือกรมการขนส่งทางบก เข้มงวดการตรวจสอบมาตรฐานรถยนต์ตั้งแต่ต้นทาง

ขณะเดียวกัน จะเข้มงวดช่วงเวลาห้ามรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ ให้จริงจังมากขึ้น ในช่วงเวลา 06.00-10.00 น. และอีกช่วง คือหลังเวลา 15.00-21.00 น. เนื่องจากช่วงเวลาอื่น มีข้อมูลสอดคล้องจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าค่าฝุ่น PM2.5 จะมีค่าสูงเกินมาตรฐาน การห้ามช่วงเวลาที่จริงจัง จะช่วยบรรเทาฝุ่นกระทบจากฝุ่นได้

ส่วนรถโดยสาร ขสมก. พบว่าหยุดก่อมลพิษ มีเกณฑ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรถโดยสารมาใช้ NGV ทั้ง 3,500 คัน ตั้งแต่ปีที่แล้ว จึงแทบไม่เกิดปัญหา ขณะที่ปริมาณรถยนต์ตามเส้นทางด่วนต่างๆ ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง พบว่ามีปริมาณฝุ่น ตรงบริเวณด่านเก็บเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ด่านผ่านทางให้ประชาชนใช้ผ่านทางแทน คาดว่าจะช่วยลดปริมาณฝุ่นได้มากขึ้น

ส่วนการประชุมร่วมกับตัวแทนผู้ว่าราชการ 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ และนนทบุรี พบว่าเผชิญสถานการณ์ฝุ่นจากปริมาณการจราจรเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณถนนพระราม 2 รวมถึงงานก่อสร้าง นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการเผาในที่โล่ง ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ทำหนังสือแจ้งถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัดแล้วเช่นกัน เพื่อขอความร่วมมือให้แจ้งเตือนประชาชนงดการเผา ขณะที่วันพรุ่งนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ โดยจะนำเรื่องที่หารือกันวันนี้ เสนอเข้าสู่ที่ประชุมเป็นวาระพิเศษด้วย

สำหรับการประมวลข้อมูลการสำรวจฝุ่นจากแหล่งกำเนิด ขณะนี้ กรมควบคุมมลพิษยังได้ว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือเอไอที เป็นผู้ทำสำรวจ ซึ่งจะได้ผลในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

 “แม้ช่วงนี้สถานการณ์ฝุ่นจะคลี่คลาย แต่ความเสี่ยงปลายปีนี้มาแน่ๆ หากไม่เตรียมตัวมีแผนกันตั้งแต่ช่วงนี้ ปลายปีก็อาจเกิดปัญหาฝุ่นอีกระลอก และการประชุมพรุ่งนี้ของกรรมการควบคุมมลพิษ ก็เป็นวาระด่วน จะคุยกันเรื่องฝุ่นเรื่องเดียวเลย ก็ต้องดูว่าพรุ่งนี้ จะมีมาตรการอะไรออกมาอีกบ้าง”

นอกจากปัญหาฝุ่นแล้ว มาตรการลดปริมาณขยะจากถุงพลาสติก ยังเป็นเป้าหมายที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องการลดให้ได้ต่อเนื่อง และยังเป็นไปตามเป้าหมายเดิมว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมนี้เป็นต้นไป ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ จะยกเลิกแจกถุงพลาสติกถาวร

ส่วนตามตลาดนัด ตลาดสด ร้านค้าทั่วประเทศไทย จะยกเลิกแจกถุงพลาสติกถาวร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เพื่อทำให้ประเทศไทย เป็นประเทศแห่งการงดแจกถุงพลาสติก หลังจากพบว่า ไทย เป็นอันดับ 6 ของโลก ที่มีปริมาณขยะทะเลมากที่สุด ในช่วงที่ผ่านมา และสร้างความสูญเสียต่อชีวิตสัตว์ทะเล และทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง จนต้องปลุกกระแสรณรงค์งดทิ้งขยะลงทะเล และรณรงค์เริ่มงดใช้ถุงพลาสติกตั้งแต่กลางปี 2561 ที่ผ่านมา

ที่มา  news.thaipbs

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: