Variety Update :

แพทย์เตือนพบ รมควันฆ่าตัวตายถี่ขึ้น ระบุไม่ใช่วิธีที่ง่าย ตายทรมาน




แพทย์เตือนพบ รมควันฆ่าตัวตายถี่ขึ้น ระบุไม่ใช่วิธีที่ง่าย ตายทรมาน

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด รพ.จุฬาลงกรณ์ เตือนอย่าเลียนแบบพฤติกรรมฆ่าตัวตาย หลังพบรมควันฆ่าตัวตายถี่ขึ้น ระบุไม่ใช่วิธีที่ง่าย แต่เป็นความตายที่ทรมาน หากมีคาร์บอนมอนอกไซต์ในความเข้มข้น 200 พีพีเอ็ม เพียงแค่ 1 ชั่วโมงจะตายทันที

รศ.นพ.ฉันชาย กล่าวว่า ปัญหาการฆ่าตัวตายด้วยวิธีการรมควัน ซึ่งพบมากในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุที่ทำให้คนเสียชีวิตเกิดจากการขาดอากาศ เพราะเมื่อเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซต์ เข้าไปจับกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงได้ดีกว่าออกซิเจน ทำให้เลือดไม่สามารถหล่อเลี้ยงร่างกายได้ตามปกติ ผู้ที่สูดดมควันพิษนี้เข้าไปจะมีอาการตั้งแต่อาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ สับสน อาเจียน หายใจลำบาก หน้ามืด หมดสติ และเสียชีวิต

  “การรับควันพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซต์ อย่ามองว่าเป็นวิธีที่ง่าย เพราะเป็นการตายอย่างทรมานที่สุด”

นพ.ฉันชาย กล่าวว่าการสูดควันพิษเข้าไปในกระแสเลือด หากมีค่าความเข้มข้นสูงมากในสภาพพื้นที่แคบ ไม่มีอาการถ่ายเท จะยิ่งทำให้คนเสียชีวิตเร็วขึ้น แต่บางคนหากไม่เสียชีวิตทันที ก็จะกลายเป็นคนพิการ เพราะสมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยงจากการสำลักควัน โดยความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซต์ที่มีผลต่อสุขภาพนั้นมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน ในระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่ 20-30 ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม) สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้หากได้รับเป็นเวลานานหลายชั่วโมง แต่หากรับในค่าความเข้มข้น 200 พีพีเอ็ม เพียงแค่ 1 ชั่วโมงจะทำให้เสียชีวิตทันที

ทั้งนี้ คาร์บอนมอนอกไซด์สามารถจับโครงสร้างของฮีโมโกลบินได้ดีกว่าออกซิเจนถึง 200 เท่า เมื่อรับอากาศที่มีคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในปริมาณสูง คาร์บอนมอนอกไซด์จะแย่งจับกับฮีโมโกลบินแทนออกซิเจน ทำให้ฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดงสูญเสียความสามารถในการจับกับออกซิเจน และลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ที่ต้องการได้ เป็นผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน เป็นสาเหตุให้การทำงานของสมองและระบบต่างๆ ของร่างกายเสียหายได้

    “ที่ผ่านมามักจะเจอผู้ป่วยที่เกิดจากเหตุการณ์ไฟไหม้อาคาร หรือไฟไหม้บ้าน รวมทั้งการตั้งเตนท์นอน และมีการเผลอจุดไฟให้ความร้อน ที่เข้ามารักษาด้วยอาการตายจากพิษคาร์บอนมอนอกไซต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับกลุ่มเหล่านี้”

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงข่าวการฆ่าตัวตายค่อนข้างถี่ในหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะข่าวการฆ่าตัวตายแบบรมควัน กรมสุขภาพจิตห่วงประชาชนในการติด ตามข่าวสารข้อมูลความเคลื่อน ไหวดังกล่าว อาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบขึ้นมาได้

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือเพื่อป้องกัน โดยในส่วนของสื่อมวลชน ที่มีบทบาทในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารควรดำเนินการด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการนำเสนอข่าววิธีการฆ่าตัวตายอย่างละเอียด ภาพการฆ่าตัวตาย รวมไปถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำร้ายตัวเอง และหลีกเลี่ยงการนำเสนอข่าวซ้ำๆ ถี่ๆเพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบการฆ่าตัวตาย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ "รมควัน ฆ่าตัวตาย" ในปี 2562 ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบมีการฆ่าตัวตาย ที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อมวลชนหลายสำนักมากกว่า 10 กรณี

- 3 ก.พ.ที่ จ.สมุทรปราการ พบศพ ชาย อายุ 48 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในรถกระบะ
- 19 ก.พ.ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบศพหญิงสาวอายุ 31 ปี เสียชีวิตภายในรถยนต์
- 13 มี.ค.ที่ จ.สมุทรปราการ พบศพชาย อายุ 24 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในหอพัก
- 2 เม.ย. ที่ กรุงเทพฯ พบศพหญิง อายุ 50 ปี นอนเสียชีวิตบนที่นอน  คาดเครียดปัญหาสุขภาพ
- 29 เม.ย. ที่ จ.เชียงใหม่ พบศพชายอายุ 27 ปี นอนเสียชีวิตบริเวณเบาะที่นั่งคนขับ
- 4 พ.ค.ที่ จ.สมุทรปราการ รมควันฆ่าตัวตายภายในห้องเช่า
- 10 มิ.ย. ที่ จ.ลำพูน พบศพ หญิงสาว อายุ 31 ปี เป็นโรคซึมเศร้า
- 19 มิ.ย. ที่กรุงเทพมหานคร พบศพชาย อายุ 63 ปี อดีตพนักงานธนาคาร เสียชีวิตภายในรถกระบะ 4 ประตู
- 10 ก.ค. พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง อายุ 48 ปี  
- 19 ก.ค. ที่กรุงเทพฯ พบศพชาย อายุ ผู้จัดการโชว์รูมรถหรู นอนเสียชัวิตอยู่บนเบาะที่นั่งคนขับ
- 21 ก.ค. จ.เชียงใหม่ ครูสาว อายุ 36 ปี รมควันฆ่าตัวตายในห้องพัก
- 8 ส.ค. พบศพสาวปริญญาโท อายุ 30 ปี รมควันฆ่าตัวตายในรถปิกอัพ ใน จ.ปทุมธานี
- 10 ส.ค. พบศพ แม่-ลูก นอนเสียชีวิตในรถแท็กซี่ พื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมทาธานี
- 13 ส.ค.พ่อแม่ลูก 3 ชีวิต นอนเสียชีวิตในรถยนต์


ที่มา  news.thaipbs

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: