Variety Update :

การขึ้นบัญชีดำหัวเว่ยของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคหลายพันล้านคน



การขึ้นบัญชีดำหัวเว่ยของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคหลายพันล้านคน

ซง ลิวพิง เจ้าหน้าที่กฎหมายระดับสูงของหัวเว่ยระบุว่า การที่สหรัฐฯ "ขึ้นบัญชีดำทางการค้า(Entity list)" ต่อหัวเว่ย บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก เป็นแบบอย่างที่อันตรายที่จะส่งผลเสียต่อผู้บริโภคหลายพันล้านคน โดยเฉพาะต่อบริษัทอเมริกันและการจ้างงาน

เมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีดำ กำหนดให้หัวเว่ยเป็นหนึ่งในบริษัทที่ธุรกิจอเมริกันไม่สามารถทำการค้าด้วยได้ นอกเสียจากจะได้รับอนุญาต โดยการห้ามดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการห้ำหั่นกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และหัวเว่ยที่มีดีกรีรุนแรงมากกว่านั้น

รัฐบาลสหรัฐฯ อ้างเหตุผลที่ต้องขึ้นบัญชีดำบริษัทหัวเว่ย ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลก ว่าเป็นเพราะกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งหัวเว่ยได้ปฏิเสธหลายรอบแล้วเกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างที่ว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยทำให้เกิด "ความเสี่ยงด้านความมั่นคง" และระบุว่า หัวเว่ยเป็นอิสระจากรัฐบาลจีน

นายซง กล่าวว่า "การตัดสินใจนี้มีความเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายต่อลูกค้าของเราในกว่า 170 ประเทศ รวมถึงผู้บริโภคมากกว่า 3 พันล้านคนซึ่งใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยทั่วโลก" และ "การห้ามบริษัทอเมริกันไม่ให้ทำธุรกิจกับหัวเว่ย รัฐบาลจะสร้างความเสียหายโดยตรงต่อบริษัทสหรัฐฯ มากกว่า 1,200 แห่ง นี่จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในสหรัฐฯ หลายหมื่นตำแหน่ง"

นายซง กล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองเซินเจิ้น ได้ระบุถึงขั้นตอนที่หัวเว่ยได้ดำเนินการฟ้องร้องรัฐบาล สหรัฐฯ ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการห้ามไม่ให้หน่วยงานของทางการสหรัฐฯ ใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย

หัวเว่ยระบุว่าได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอ "ให้มีคำพิพากษาแบบรวบรัด" และขอให้ศาลสหรัฐฯ เร่งกระบวนการ "หยุดยั้งการดำเนินการที่ผิดกฎหมายต่อบริษัท" โดยเขาระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้มีหลักฐานที่แสดงว่าหัวเว่ยเป็นภัยคุกคามความมั่นคง เป็นเพียงการคาดเดา

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้นำพาหลายประเทศในการปิดกั้นการใช้งานผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย สำหรับเครือข่ายมือถือ 5G เพราะกังวลว่าอาจถูกรัฐบาลจีนสอดแนม

บริษัทของจีนแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในขณะที่สงครามการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจนี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยเมื่อปีที่แล้ว ทั้งสองต่างตั้งกำแพงภาษีสินค้าของกันและกันนับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้พยายามเชื่อมโยงสองเรื่องเข้าด้วยกัน โดยเขากล่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า หัวเว่ยอาจเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนก็ได้

 

 

 

ที่มา  BBC Thai

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: