Variety Update :

มองโกเลีย อีกหนึ่งเมืองที่ต้องเผชิญวิกฤตหมอกควันพิษมานาน


มองโกเลีย อีกหนึ่งเมืองที่ต้องเผชิญวิกฤตหมอกควันพิษมานาน

ปัญหามลพิษทางอากาศ ขยายกว้างไปในหลายประเทศทั่วโลก แต่ที่ "อูลานบาตอร์ (Ulaanbaatar) " นครหลวงของมองโกเลีย เข้าขั้นวิกฤตมานานแล้ว จากผลของสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และการใช้ถ่านหินเป็นพลังงาน คนชนบทละทิ้งวิถีดั้งเดิม มุ่งเข้าเมืองหางานทำ ยิ่งทำให้นับวัน "อูลันบาตอร์" ต้องตกอยู่ในม่านหมอกที่หนาขึ้นจนบดบังทัศนวิสัยเกือบทั้งหมด

ชูการ์จาร์กัล ลักวาบัต (Sugarjargal Lkhagvabat) และชาวมองโกเลียอีกกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน อาศัยอยู่ในเมืองที่เผชิญปัญหามลพิษทางอากาศมากที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง นั่นคือ กรุงอูลานบาตอร์ โดยทารกชายวัยกำลังน่ารักของชูการ์จาร์กัล ลืมตาดูโลกได้เพียง 5 เดือน แต่ต้องเข้าโรงพยาบาลแล้วถึง 6 ครั้ง ด้วยโรคหลอดลมอักเสบแบบเรื้อรัง หรือ อาการไอเรื้อรังยาวนาน

ต้นตอของปัญหามลพิษในอูลานบาตอร์ มาจากถ่านหินดิบ ที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานหลักของประชากรกว่า 60% ของเมือง เพราะพวกเขาไม่มีงบประมาณเพียงพอจะใช้พลังงานจากไฟฟ้า และนั่นทำให้ "เด็ก" ตกเป็นเหยื่อ ตั้งแต่ยังไม่เกิด

สเตฟานี เฮการ์ที ผู้สื่อข่าวบีบีซี บรรยายความรู้สึกขณะยืนอยู่ท่ามกลางฝุ่นควันที่หนาแน่น ในสภาพที่ถอดหน้ากากกรองฝุ่นออก "คุณได้กลิ่นมลพิษทางอากาศ คุณแทบจะรับรสชาติมันได้ทางปาก เหมือนมีรสขมอยู่ในลำคอ"

ในมือของเฮการ์ที มีอุปกรณ์วัดระดับมลพิษ ที่วัดค่าความหนาแน่นของฝุ่นละอองพิษขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ได้ ตัวเลขบนหน้าจออยู่ที่ 999 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเกินกว่าที่เครื่องตรวจวัด สภาพมลพิษจะระบุค่าได้ หมายความว่า ค่ามลพิษอาจสูงทะลุ 1,000 ก็เป็นได้ ขณะที่ระดับมาตฐานที่ปลอดภัยตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลกอยู่ที่ต่ำกว่า 25 เท่านั้น

หมายความว่า อูลานบาตอร์เวลานี้ มีระดับมลพิษสูงกว่ามาตรฐานที่ปลอดภัยกว่า 40 เท่า ซึ่งมลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของชาวมองโกเลียหลายพันคนในแต่ละปี


ทั้งนี้ "อูลานบาตอร์" เป็นเมืองหลวงที่สร้างไว้สำหรับประชากรเพียง 5 แสนคน แต่ปัจจุบัน มีผู้อาศัยอยู่มากกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน จากการอพยพเข้ามาหางานทำของผู้คน กลายเป็นเมืองที่ประชากรราวครึ่งหนึ่งของมองโกเลียอาศัยอยู่ การเผาถ่านหินเพื่อทำความร้อนในช่วงฤดูหนาวที่หนาวเหน็บติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส เป็นต้นเหตุทำให้มลพิษทางอากาศปกคลุมทั่วพื้นที่

อีกทั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ สภาพอากาศในมองโกเลียแปรปรวนหนัก จากฤดูร้อนที่แห้งแล้ง ตามด้วยฤดูหนาวที่หนาวจัด ส่งผลให้สัตว์ที่หาอาหารทานได้ไม่เพียงพอในหน้าร้อน ไม่สามารถรอดชีวิตในหน้าหนาวที่โหดร้ายได้

เมื่อผู้คนละทิ้งวิถีและอาชีพดั้งเดิม เข้ามาในเมืองใหญ่ จนประชากรแออัด ประกอบกับฐานะที่ไม่สู้ดี จึงต้องพึ่งพลังงานถ่านหิน ส่งผลให้ปัญหามลพิษยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

รัฐบาลมองโกเลียพยายามสั่งห้ามการใช้ถ่านหินดิบ แต่ถ่านหินแปรรูปที่ก่อให้เกิดมลพิษน้อยกว่าก็ยังมีราคาแพงเกินกว่าที่คนส่วนใหญ่จะรับค่าใช้จ่ายได้

ที่โรงพยาบาลในเมือง แต่ละวัน พ่อแม่จะพาลูกเล็กนับร้อยคน มารักษาตัวจากปัญหาด้านการหายใจ ดอกเตอร์กานชูรุน ซุนดุย เชื่อมั่นว่า ฝุ่นพิษกำลังทำร้ายเด็กเหล่านี้ "ฤดูหนาวครั้งที่แล้ว มีเด็กเข้ามารักษาถึง 270 คนต่อวัน ปีนี้มีเด็กมากถึง 300 คนต่อวัน" กานชูรุน กล่าว ข้างตัวเธอมีทารกน้อย กำลังนอนหลับโดยมีเครื่องช่วยหายใจสอดเข้าไปในจมูก

แต่ปัญหาไม่ได้เกิดเฉพาะในเมืองหลวงเท่านั้น ในพื้นที่ห่างไกล ชนเผ่าเร่ร่อนก็เผชิญกับสภาพอากาศอันเลวร้ายที่ไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้

เพราะในปีนี้สภาพอากาศยังผิดแผกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะในฤดูร้อนสภาพอากาศกลับเปียกชื้น ขณะที่ในฤดูหนาวอากาศกลับแห้งแล้ง ทุ่งหญ้าที่ควรจะปกคลุมไปด้วยหิมะ ถูกสัตว์เลี้ยงเล็มกินจนหมด สภาพเช่นนี้เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่ผิดแผกและคาดเดาไม่ได้เลย

ขณะที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนเตือนว่าอุณหภูมิในมองโกเลียสูงขึ้นแล้ว 2.2 องศาเซลเซียส

 

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: